หลังครม.อนุทิน 2 พลัส สะเด็ดน้ำ โดยไม่มีชื่อ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อยู่ในโผรายชื่อ จนเจ้าตัวส่งคนไปขนข้าวของออกจากห้องทำงานในทำเนียบรัฐบาล ช่วงบ่ายแก่ๆ วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม ขณะที่ตัวเองไปปฏิบัติภารกิจ เข้าร่วมการประชุมว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตและความซื่อสัตย์ระดับโลก ปี 2026 ที่ประเทศฝรั่งเศส
“ขอไม่ให้สัมภาษณ์”
เป็นคำตอบสั้นๆ จากบวรศักดิ์ ที่ให้กับผู้สื่อข่าวที่โทรศัพท์ไปสอบถาม ขอความชัดเจนในเรื่องที่เกิดขึ้น
ขณะที่รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ได้พิจารณารายชื่อบุคคลไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามข้อบังคับพรรค ซึ่งไม่มีชื่อ ‘บวรศักดิ์’ และได้แจ้งให้เจ้าตัวทราบตั้งแต่วันนั้นแล้ว
จนมีข่าวสะพัดในเวลาต่อมาว่า ‘บวรศักดิ์’ ขอไม่ไปต่อกับ ครม.อนุทิน 2 และมีชื่อ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการกฤษฏีกา ปรากฎบนหน้าสื่อจะเข้ามาทำหน้าที่รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายแทนในชั่วเวลาข้ามคืน
ตกลง ครม.อนุทิน 2 ยังใช้บริการคนนอก ไม่ได้ริบคืนเก้าอี้ไปให้กลุ่มบ้านใหญ่อย่างที่เดากัน
ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับเองได้คุยบวรศักดิ์แล้ว แถมแจกแจงเหตุผลแบบร่ายยาวว่า “ไม่มีอะไรหรอก ครม.มันเป็นเทอมๆ เพียงแต่ว่าเทอมนี้กับเทอมถัดไปดันมีนายกฯ คนเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นคนละคณะ มันไม่ได้มีว่าใครอยู่ที่ไหนก็จะต้องต่อไป ต้องแยก ไม่มีอะไรหรอก”
“มันไม่มีว่าชุดนี้แล้วจะยกไปชุดหน้า มันไม่เคยมีเรื่องแบบนี้มันคนละชุดกัน”
เป็นการตอกฝาโลง ครม.อนุทิน 2 ไม่มีชื่อบวรศักดิ์ เป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย แต่มีชื่อคนใหม่ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เข้ามาแทน ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นไกล เป็นคนในแวดวงกฎหมายที่มาจากกฤษฎีกา และเป็นศิษย์ก้นกุฏิของ มีชัย ฤชุพันธุ์ ปรมาจารย์กฎหมายคนหนึ่งของเมืองไทย
ถ้านับญาติในทางกฎหมาย ‘บวรศักดิ์-ปกรณ์’ ล้วนมาจากเครือข่ายเดียวกัน แค่เปลี่ยนตัวผู้เล่นเท่านั้น
ส่วนเบื้องหน้าเบื้องหลัง ที่มาเปลี่ยนตัวกันในนาทีสุดท้าย อยากรู้เรื่องนี้ต้องไปถามคนชื่อ วิษณุ เครืองาม เจ้าของฉายาเนติบริกร ที่ยังไม่มีใครมาโค่นลงได้
ว่ากันว่าก่อนหวยจะมาออกที่เลขาฯ ปกรณ์ ผู้จัดการรัฐบาลตัวจริงที่อยู่สูงกว่าเขากระโดง ออกปากขอให้อาจารย์วิษณุ กลับมานั่งเก้าอี้รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายเองด้วยซ้ำ แต่เจ้าตัวปฏิเสธพร้อมกับเสนอรายชื่อคนใหม่ให้แทน
สำหรับอาจารย์วิษณุ แม้ตอนหลังจะถูกมองไปข้องแวะกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ทั้งสองรัฐบาล ‘เศรษฐา-แพทองธาร’ แต่หากย้อนไปไกลกว่านั้น จะได้เห็นบทบาทชัดเจนของอาจารย์วิษณุ ตั้งแต่ไปตรวจดูความเรียบร้อยห้องน้ำในเรือนจำ เพิ่มฝักบัว เปลี่ยนก๊อกน้ำ ก่อนที่ ทักษิณ ชินวัตร จะเข้าไปอยู่สั้นๆ ไม่ถึงหนึ่งคืน
นั่นคือ บทบาทของรองนายกฯ วิษณุ สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำหน้าที่รักษาการ รมว.ยุติธรรม ไปด้วยพร้อมๆ กัน
เพราะฉนั้น จากวันนั้น ถึงวันนี้ ที่อาจารย์วิษณุ ยังคงเฉียดไปเฉียดมาอยู่กับทุกรัฐบาลหลังพ้นยุค ‘ลุงตู่’ โดยทิ้งระยะห่างใกล้ไกลแตกต่างกันไป ก็เพราะเป็นข้อต่อหรือตัวเชื่อมชั้นดี ที่ยังได้รับความไว้วางใจและใช้บริการอยู่
ส่วนที่ชื่อ ‘บวรศักดิ์’ หลุดโผในนาทีเกือบสุดท้าย ต้องเร่งขนข้าวของออกจากทำเนียบฯ แบบด่วนจี๋ เกือบจะพอๆ กับไซ่ง่อนแตก ในสงครามเวียดนาม ก็เพราะด้วยบุคคลิกส่วนตัว ที่มีความเป็นตัวเองสูง ไม่ค่อยฟังใคร ดังที่เคยแสดงเหตุผล 1 ใน 3 ข้อไว้ก่อนมานั่งเก้าอี้รองนายกฯ หนนี้ว่า
“ถ้ามีความคิดอย่างไร ก็จะพูดไปตามที่คิด ส่วนนายกรัฐมนตรีจะนำไปปฏิบัติหรือไม่ก็ได้”
ขณะที่อีกปมใหญ่ คือ คำพูดที่บวรศักดิ์ เคยพูดไว้เมื่อสิบปีก่อน ‘เขาอยากจะอยู่นาน’ วันนี้ยังคงก้องอยู่ในหูของคนบางคน
ตรงนี้กระมัง ที่ทำให้ชื่อบวรศักดิ์ หลุดโผ ไม่ได้ไปต่อกับ ครม.อนุทิน 2 ในนาทีเกือบสุดท้าย




