ปิดประตู ครม.สูตรพลิกขั้ว “น้ำเงิน + เขียว” เตี้ยอุ้มค่อม?!

28 ก.ย. 2569 - 12:16

  • ผลนิด้าโพล ไตรมาสที่ 3/2569 สะท้อนภาพคะแนนนิยมพรรคภูมิใจไทยและอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม ส่งผลต่อการพิจารณาปรับ ครม.อนุทิน 2/1

  • กระแสการปรับ ครม. มีสองสูตรหลักที่ถูกพิจารณา สูตรแรกคือการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วม เพื่อเพิ่มเสียงสนับสนุนจาก 292 เป็น 350 เสียง

  • สูตรที่สองคือการพลิกขั้วผสมเฉพาะ “น้ำเงิน-เขียว” ตัดพรรคเพื่อไทยออกจากสมการ แต่สูตรพลิกขั้วนี้ ถูกมองดูเสมือน “เตี้ยอุ้มค่อม” ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพเพียงพอที่จะดำรงอยู่ได้ในระยะยาว

ปิดประตู ครม.สูตรพลิกขั้ว “น้ำเงิน + เขียว” เตี้ยอุ้มค่อม?!

ปิดประตู ครม.สูตรพลิกขั้ว

“น้ำเงิน + เขียว” เตี้ยอุ้มค่อม?!

หลังนิด้าโพล เปิดผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3/2569 ออกมา คงเป็นคำตอบให้กับการเมืองเรื่องปรับ ครม.อนุทิน 2/1 ได้ว่าจะเลือกปรับหรือไม่ปรับแบบไหนดีกว่ากัน

จากที่ก่อนหน้านี้ เคยมีกระแสสะพัดออกมาหลายสูตร รวมถึงระยะเวลาที่เหมาะสมจะเป็นช่วงไหน ระหว่างก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน หรือจะลากยาวไปถึงต้นปีหน้า ตามไทม์ไลน์เดิม

เหตุผลในเรื่องกรอบเวลา ก็เพราะหากปรับ ครม.ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.) เข้าร่วม ก็จะทำให้อุ่นใจเรื่องเสียงสนับสนุน ไม่ต้องกลัวอุบัติเหตุถูกพรรคร่วมอย่างเพื่อไทย (พท.) เกิดอาการพยศหรือดัดหลัง

แต่ผลเสียคือ จะทำให้รัฐบาลมีภาระเพิ่มขึ้น เพราะลำพังปัญหาที่เผชิญอยู่เวลานี้ก็หนักหนาสาหัสมากพอแล้ว หากนำกล้าธรรมเข้ามาร่วมรัฐนาวาตอนนี้ ยิ่งจะนำปัญหามาสู่รัฐบาลเพิ่ม อันเนื่องมาจากภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยเป็นบวกนัก

ดังนั้น แกนนำพรรคสีน้ำเงิน จึงต้องการดึงเช็ง ประวิงเวลาออกไปให้ได้นานมากที่สุด หากลากไปไม่ถึงต้นปีหน้า ก็พบกันครึ่งทางขอให้ผ่านด่านอภิปรายไม่ไว้วางใจไปก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มเสียง แต่เพิ่มปัญหาตามมาด้วย

ส่วนจะปรับ ครม.แบบไหนนั้น เดิมวางเอาไว้สองสูตร คือ สูตรแรกไม่ซับซ้อน แค่เอาพรรคกล้าธรรมเข้ามาเติม จากรัฐบาล 292 เสียง เพิ่มเป็นรัฐบาล 350 เสียง ไม่ต้องวิตกห่วงใยกับเสียงค่อนแคะเรื่อง เผด็จการรัฐสภา เพียงแต่ต้องมาเขย่าเก้าอี้รัฐมนตรีกันใหม่

ปัญหาใหญ่อยู่ที่โควตาเดิมต้องถูกรื้อมาจัดสรรกันใหม่ ความยุ่งยากจะอยู่ที่ตรงนี้แหล่ะ 

ดูเผินๆ เหมือนจะไม่ยุ่งยาก เพราะภูมิใจไทยสามารถทุบเอาเก้าอี้คืนได้อยู่แล้ว เนื่องจากเพื่อไทยอยู่ระหว่างฟื้นฟูตัวเอง คงไม่พร้อมออกไปเป็นฝ่ายค้านแน่ แต่สถานการณ์ของภูมิใจไทย ณ เวลานี้ เทียบกับตอนที่ถูกรัฐบาลเพื่อไทย บีบเอาเก้าอี้กระทรวงมหาดไทยคืน มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก

หนนั้น นอกจากปัญหาเรื่อง “อังเคิ่ล” อย่างอื่นไม่มีอะไรรุมเร้ารัฐบาลสาหัสสากรรจ์เท่าตอนนี้

ในภาวะที่รัฐบาลสีน้ำเงิน รวมทั้งตัว “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล อยู่ในช่วงขาลง คะแนนนิยมลดฮวบๆ ต่อเนื่องกัน 3 ไตรมาส เช่นเดียวกับคะแนนนิยมพรรคภูมิใจไทยเอง ก็ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน การจะสลัดทิ้งเพื่อไทยไปตอนนี้จึงทำได้ไม่ง่าย ซึ่งแตกต่างจากที่ถูกพรรคเพื่อไทยบีบออกจากการร่วมรัฐบาล

ที่สำคัญในสถานการณ์นี้ พรรคภูมิใจไทย ยังไม่พร้อมลงสนามเลือกตั้ง

ด้วยเหตุผลประการทั้งปวงที่ว่ามา จึงเป็นการปิดประตูปรับ ครม.อย่างที่สอง หรือสูตรพลิกขั้ว ที่เลือกผสมเฉพาะ “น้ำเงิน-เขียว” สลัดทิ้งพรรคเพื่อไทย เพื่อตัดโอกาสการฟื้นฟู ไม่ให้กลับมามีพลังเป็นคู่แข่งในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า แถมชำระบัญชีแค้นในอดีตไปด้วยในตัว

หากทำเช่นนั้น เท่ากับเป็นรัฐบาล “เตี้ยอุ้มค่อม” คงอยู่ได้ไม่นาน เพราะต่างมีภาพลักษณ์ค่อนไปทางอัปลักษณ์ด้วยกันทั้งคู่ สุดท้ายจึงน่าจะเลือกปรับแบบอยู่ด้วยกันทั้ง “น้ำเงิน แดง เขียว” ประคองกันไปให้นานเท่าที่จะนานได้

หากไม่มีอันเป็นไปก่อนเวลาอันควร ไหลไปกับกระแสน้ำท่วม กทม.เสียก่อน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์