หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.อนุทิน 2 ได้เห็นภาพคู่บารมีทางการเมือง อนุทิน ชาญวีรกูลและเนวิน ชิดชอบ ไปรับประทานอาหารพื้นบ้านอีสาน ที่ร้านเจ้าประจำใน ซ.วัดสุคันธาราม ย่านดุสิต ด้วยอารมณ์ผ่อนคลาย
ก่อนจะมีภาพปรากฎเป็นข่าวในวันรุ่งขึ้น พร้อมกับการให้สัมภาษณ์ยืดยาวแทบจะในทุกเรื่องของนายกฯ อนุทิน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้น มีเรื่องการประเมินผลงานรัฐมนตรี หรือการวัดเคพีไอรวมอยู่ด้วย โดยให้เหตุผลไว้ว่า
"เมื่อพรรคใหญ่ขึ้นทุกคนก็ต้องแข่งกัน และต้องประเมินการทำงาน เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ที่ทดลองงาน ครม.ไม่ใช่ที่ตอบแทนของใคร เราตอบแทนบุญคุณของพี่น้องประชาชนเท่านั้น การตัดสินใจวางคนในตำแหน่งต่างๆ ทุกคนต้องพิสูจน์การทำงานของตนเอง หากทำงานไม่เข้าเป้า ทำไม่ได้ ทำไม่สำเร็จ ก็ต้องปรับปรุงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด"
แทบจะเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ ที่จะมีการประเมินผลงานรัฐมนตรีกันรายบุคคล หากผ่าน 3 เดือน 5 เดือน ใครทำงานไม่เข้าเป้าหรือทำไม่สำเร็จ นายกฯ ก็จะใช้สิทธิในการปรับเปลี่ยนทันที ซึ่งคงหมายรวมถึงทั้ง ครม.ไม่เลือกหน้าเก่า-หน้าใหม่
แต่ที่ดูจะถูกเพ่งเล็งจากสังคมมากหน่อย คือ กลุ่มเสนาบดีลูกเทพ-ลูกบังเกิดเกล้าทั้งหลายที่ได้ดิบได้ดีมาเพราะนามสกุล ซึ่งต่างล้วนอยู่ในวัยเพิ่งผ่านเกณฑ์เป็นรัฐมนตรีกันมาคนละ 1-2 ปี เป็นรัฐมนตรีป้ายแดง ที่ยังขาดประสบการณ์
คล้อยหลังการให้สัมภาษณ์ของนายกฯ อนุทิน ไม่นาน ก็ปรากฎภาพและข่าว 3 รัฐมนตีลูกเทพ ผ่านเฟซบุ๊กคส่วนตัวของ พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพตัวเอง กับอีก 2 รมช.มหาดไทย เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์, วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ โดยระบุว่า
"พวกผมสามคนเข้ากราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ไว้วางใจแต่งตั้งให้พวกผมนั้นได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ"
โดยรัฐมนตรีป้ายแดงทั้ง 3 คน นำพวงมาลัยมาขอบคุณนายกฯ อนุทิน ที่เป็น รมว.มหาดไทย และในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ภายหลังที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นรัฐมนตรี ในครม.อนุทิน 2
การมีคนรุ่นใหม่ ทายาทนักการเมือง เข้ามาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้นับ 10 คน ฟังจากสุ้มเสียงสังคมมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยปนกัน ที่เห็นด้วยเพราะเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานแสดงฝีมือบ้าง หนีความจำเจจากที่เคยมีแต่คนหน้าเดิม ๆ
ทว่าบางคนที่ไม่เห็นด้วย ก็เพราะมีประสบการณ์เจ็บปวดจากการมีนายกฯ เจน Y ที่เพิ่งจะผ่านไปไม่นาน จึงไม่อยากให้ภาพต่าง ๆ เหล่านั้น กลับมาตามหลอนอีก
ด้วยเหตุนี้กระมัง จึงทำให้เป็นที่มาของการประกาศ "วัดเคพีไอ" รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งด้านหนึ่งถือว่าเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะถ้าโชว์ผลงานเข้าตาก็ได้ทำงานต่อ แต่ถ้าทำงานไม่เป็นโล้เป็นพาย ก็ต้องออกไป
งานนี้ว่ากันว่า นายกฯ อนุทิน ใช้กระสุนนัดเดียวหวังได้นกหลายตัว คือ ทั้งขอโอกาสจากประชาชนให้คนรุ่นใหม่ได้ทำงาน ขณะเดียวกันก็เป็นเดิมพันสำคัญของกลุ่มลูกบังเกิดเกล้า-ลูกเทพไปด้วย พร้อมกันนั้น กลุ่มแถวสอง แถวสาม ที่ตกรถไฟเที่ยวนี้ ก็จะเพิ่มความรู้สึกดีๆ ที่ให้รอไปก่อนนั้น จะไม่ได้หวังแบบลม ๆ แล้ง ๆ
ยี่ห้อเขากระโดง รับประกันซ่อมฟรี ไม่มีจั่วลมทำนองนั้น
การประเมินผลหรือวัดเคพีไอรัฐมนตรี ครม.ลูกเทพ จึงน่าจะเป็นการส่งสัญญาณเรื่องเก้าอี้ดนตรีหรือสมบัติผลัดกันชม ไปด้วยพร้อม ๆ กัน ซึ่งดูเท่เก๋ไก๋ไฉไลไปอีกแบบ
อย่างน้อยคงกู้หน้ารัฐบาลสีน้ำเงินได้บ้าง ในยามที่ถูกวิกฤติน้ำมันแพงฉุดเรตติ้งดิ่งเหวลึก




