ข้อมูลอาวุธสงครามของกัมพูชา ทุนจัดหาอาวุธที่ไม่อั้น ทั้งการจัดซื้ออาวุธหนักแบบรัฐต่อรัฐ ทั้งการได้มาจากการสนับสนุนแบบให้เปล่า และการจัดซื้อจากตลาดมืด ส่งผลให้การรบ 2 รอบที่ผ่านมา กัมพูชามีอาวุธยุทโธปกรณ์แบบไม่อั้น
การรบที่ต่างจากปี 2553 – 2554 ซึ่งครั้งนั้นนายทหารระดับนายพลของกัมพูชา ต้องออกมาหลั่งน้ำตาขอให้ฝ่ายไทยหยุดยิง เพราะกัมพูชาสูญเสียอย่างหนัก จากการยิงถล่มด้วยปืนใหญ่ที่แม่นยำของไทย และส่งผลให้ ฮุน มาเนต ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืนใหญ่ของไทยในครั้งนั้น
การรบ 2 ครั้งใน ปี 2568 กัมพูชาอหังการที่จะเป็นผู้เปิดการรบถึง 2 ครั้ง เพราะครั้งนี้กัมพูชาจัดเตรียมความพร้อมมายาวนานถึง 14 ปี
ความพร้อมทั้งอาวุธหนัก อาวุธที่ทันสมัย เทคโนโลยีการรบสมัยใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านรบทั้งในมิติและรอบมิติ
ในแง่ของหน่วยรบพิเศษ ทั้ง BHQ และหน่วยส่งกำลังทางอากาศ หรือพลร่ม 911 กัมพูชา ก็สร้างหน่วยมาเป็น 10 ปี
หน่วย 911 กัมพูชาได้ครูฝึกจากหน่วยรบพิเศษอินโดนีเซีย หรือ Kopassus (Komando Pasukan Khusus) หรือ หน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษ เป็นหน่วยชั้นยอดที่เน้นการต่อต้านการก่อการร้าย, การปฏิบัติการพิเศษ และการแทรกซึม มีชื่อเสียงด้านความสามารถสูง
แต่ข้อมูลที่ไทยจุกในอกมากที่สุด ก็คือ พัฒนาการส่วนหนึ่งของหน่วย BHQ มาจากครูฝึกจากรบพิเศษของไทย ที่เป็นความร่วมมือทางการทหารของ 2 ประเทศ ในวันที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกัน
ส่วนกำลังรบพิเศษเฉพาะด้าน ก็มีทั้งฝ่ายยุทธการที่มาจากกลุ่มที่ปรึกษาด้านการทหารเอกชน ที่ส่วนใหญ่เป็นอดีตทหารผ่านศึกซึ่งผ่านการรบโชกโชนมาในหลายสมรภูมิ นอกจากนี้ยังมีทั้งหน่วยพิเศษด้านสงครามไซเบอร์ สงครามอีเลคโทรนิคส์ สงคราม IO ที่ถูกเตรียมพร้อมมาอย่างครบครัน เมื่อผนวกรวมกับความเชี่ยวชาญการรบนอกแบบของ ฮุน เซน และบรรดาสหายร่วมรบของฮุน เซน ที่ผ่านสงครามอินโดจีนมาทุกรูปแบบ จึงไม่แปลกที่กัมพูชาจะมาแบบอหังการเต็มที่
แต่ทั้งหลายทั้งปวง จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหาก 14 ปีที่ผ่านมา กัมพูชาไม่มีงบประมาณด้านการทหารที่เพียงพอ
เมื่อตรวจสอบงบประมาณกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ย้อนหลัง 10 ปี จะเห็นว่า กัมพูชามีค่าเฉลี่ยของงบประมาณทางการทหารที่เพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2015 หรือ ปี 2558 กัมพูชามีงบประมาณกระทรวงกลาโหมอยู่ที่ 325.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 10,000 ล้านบาท
จากนั้นในปี 2020 หรือ ปี 2563 จะขยับเป็นเท่าตัวเป็น 618.47 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 21,000 ล้านบาท และปี 2024 ขยับขึ้นเป็น 720.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 25,000 ล้านบาท
งบประมาณ 10 ปีย้อนหลังเฉลี่ยปีละประมาณ 12,000 ล้านบาท ทำให้กัมพูชาพัฒนากองทัพได้ขนาดนี้หรือไม่…แน่นอนว่า เป็นไปได้ยาก งบประมาณเฉลี่ยปีละ 12,000 ล้านบาท เมื่อแยกเป็นงบบริหาร งบพัฒนากองทัพ และงบก่อสร้างอาคารและที่มั่นทางการทหาร ไม่มีทางที่กัมพูชาจะพัฒนากองทัพ และยุทโธปกรณ์ได้เร็ว และมากขนาดนี้
ข้อมูลอัปเดตล่าสุด ณ เดือนธันวาคม 2025 ยืนยันว่า กองกำลังในกัมพูชามี ขีปนาวุธประทับบ่า (MANPADS) และอาวุธนำวิถีรุ่นใหม่ในครอบครองจริง โดยเฉพาะอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน ซึ่งถูกนำมาใช้ในความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ดังนี้
1. ขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานประทับบ่า (MANPADS) กองทัพกัมพูชาได้เปิดตัวและบูรณาการอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานรุ่นใหม่เข้าสู่กองพลสำคัญเมื่อกลางปี 2025
• QW-3 Vanguard: เป็นขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่าที่ใช้ระบบนำวิถีด้วยอินฟราเรด ออกแบบมาเพื่อทำลายเป้าหมายที่บินต่ำ เช่น โดรน และเฮลิคอปเตอร์
• ระบบ TH-S311: ถูกนำมาใช้ควบคู่กับ QW-3 เพื่อเป็นระบบสั่งการและควบคุมสถานการณ์ทางอากาศแบบเรียลไทม์
• รายงานการใช้งาน: มีรายงานว่ากัมพูชาใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศในพื้นที่ชายแดนและปอยเปต โดยอ้างว่าสามารถยิงโดรนตรวจการณ์ตกในพื้นที่ดังกล่าวได้
2. ขีปนาวุธนำวิถีต่อสู้รถถัง (ATGM) ที่ยึดได้ นอกจากอาวุธต่อสู้อากาศยานแล้ว ในการปะทะช่วงเดือนธันวาคม 2025 กองทัพไทยสามารถยึดอาวุธนำวิถีรุ่นใหม่ล่าสุดจากฐานที่มั่นของกัมพูชาได้
• GAM-102 : เป็นขีปนาวุธนำวิถีต่อสู้รถถัง (Anti-Tank Guided Missile) ที่ผลิตโดยบริษัท Poly Defence ของจีน ซึ่งพบว่ามีการกระจายตัวอยู่ในมือของกองกำลังที่ประจำการตามแนวชายแดน รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงกับคอมพาวด์ธุรกิจสีเทา
เบื้องหลังการได้มาของอาวุธทันสมัยของกัมพูชา และการพัฒนากองทัพแบบก้าวกระโดด เป็นพัฒนาการที่ควบคู่กับพัฒนาการของกลุ่มทุนกาสิโน ที่ขยับเติบโตขึ้นมาเป็นธุรกิจกาสิโนออนไลน์ ศูนย์กลางการพนันออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ก่อนจะพัฒนาขึ้นเป็นแหล่งสแกมเมอร์ แหล่งหลอกลวงออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลกนับล้านราย
การเติบโตแบบก้าวกระโดดของกลุ่มทุนสีเทาในกัมพูชา ทำให้กลุ่มนี้มีท่อน้ำเลี้ยง และมีทุนเทาที่พร้อมสนับสนุนการรบแบบไม่อั้น และเป็นการรบแบบ WIN WIN GAME เพราะนัยยะหนึ่งนอกจากหนุนอำนาจของตระกูลฮุนในกัมพูชาแล้ว อีกนัยยะหนึ่ง ก็เพื่อรักษาฐานที่มั่นของธุรกิจสีเทาของกลุ่มทุนเทาเหล่านั้นด้วย
สงคราม 2 รอบ ทั้งเดือนกรกฏาคม และเดือนธันวาคม 2568 เป็นการรบที่ได้รับการสนับสนุนหลักจากกลุ่มทุนเทา กลุ่มจีน และกลุ่ม PMC สีเทา
จากการประเมินสถานการณ์ความมั่นคงในปี 2025 มีความเป็นไปได้สูงมากที่กลุ่มทุนจีนเทาเหล่านี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการจัดหาและสนับสนุนอาวุธหนักให้กับกองทัพกัมพูชา โดยไม่ได้ดำเนินการในรูปแบบ "ตลาดมืด" ทั่วไป แต่ผ่านกลไกที่ซับซ้อนและทับซ้อนกับรัฐบาล
ข้อมูลระบุถึงบทบาทของกลุ่มทุนจีนเทาในการจัดหาอาวุธ
1.กลุ่มทุนจีนเทาไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียง "นายหน้าค้าอาวุธ" ในตลาดมืด แต่ทำหน้าที่เป็น "แหล่งเงินทุน" และ "ผู้ประสานงาน" ในการทำข้อตกลงระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) ระหว่างจีนและกัมพูชา
• แหล่งเงินทุนหลัก: ธุรกิจสีเทาที่สร้างรายได้มหาศาลจากการสแกมและฟอกเงิน เป็นแหล่งเงินทุนนอกงบประมาณที่ช่วยให้กัมพูชาสามารถจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ราคาสูงจากจีนได้
• การอำนวยความสะดวกทางการเมือง: ผู้นำกลุ่มทุนจีนเทา เช่น Chen Zhi (Prince Group) และบุคคลสำคัญใน HuioneGroup มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชนชั้นนำระดับสูงของกัมพูชา ทำให้สามารถ "ล็อบบี้" และอำนวยความสะดวกในการเจรจาซื้อขายอาวุธขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น
• การนำเข้าภายใต้หน้ากากธุรกิจ: มีการใช้บริษัทบังหน้า เช่น Sageras Defense (Cambodia) Co. Ltd. ในการนำเข้ายุทโธปกรณ์ โดยตบตาว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทหารหรือโครงการความมั่นคงเอกชน ทำให้การขนส่งอาวุธหนัก (เช่น QW-3 MANPADS และ GAM-102LR) สามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการตรวจสอบระหว่างประเทศ
2. รูปแบบความร่วมมือที่ซับซ้อน สถานการณ์ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการจัดหาอาวุธที่ไม่ได้เป็นไปตามกลไกปกติ
• รัฐซ้อนรัฐ: กลุ่มทุนเหล่านี้สร้างอาณาจักรของตนเองในสีหนุวิลล์และปอยเปต โดยมีกองกำลังคุ้มกันที่ติดอาวุธหนักระดับขีปนาวุธ ซึ่งอาวุธเหล่านี้ถูกนำมาใช้ทั้งเพื่อป้องกันฐานที่มั่นธุรกิจและสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของกัมพูชา
• การตอบแทนทางการเมือง: การสนับสนุนอาวุธช่วยเสริมอำนาจทางการทหารของกัมพูชา ในขณะที่รัฐบาลกัมพูชาให้ที่ยืนและปกป้องธุรกิจสีเทาเหล่านี้จากมาตรการคว่ำบาตรสากล
ข้อมูลทั้งหมดจึงเป็นบทสรุปของพัฒนาการทางการทหารของกัมพูชาว่า เป็นไปได้สูงมากที่กลุ่มจีนเทาจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการจัดหาอาวุธหนักให้กัมพูชา
กลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งกระเป๋าเงินและช่องทางพิเศษในการนำเข้าอาวุธจากจีนเข้าสู่กัมพูชา โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ การรักษาอำนาจและอิทธิพลในภูมิภาค
นี่คือ…การถอดรหัสลับสงครามเทา 2 รอบในปี 2568 สงครามที่มีทั้งทุนเทา จีนเทา และกลุ่ม PMCเทา ที่ร่วบรบกันในยุทธการเทาใต้เงาตระกูล “ฮุน” อย่างแท้จริง


