VIBE REVIEW: ‘Crime 101 เส้นทางปล้นโคตรระห่ำ’ เมื่อโจรผู้ไม่เคยพลาดต้องเผชิญหน้ากับสายสืบผู้ไม่เคยยอมแพ้

21 ก.พ. 2569 - 15:00

  • เมื่อโจรปล้นอัญมณีผู้ไม่เคยพลาดท่าต้องเผชิญหน้ากับตำรวจสายสืบที่ไม่เคยยอมแพ้ เกมไล่ล่าบนทางด่วนหมายเลข 101 จึงกลายเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาทั้งคู่

  • ตอนจบของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแบบปลายเปิด ความรู้สึกส่วนตัวหลังดูจบถือว่าเป็นตอนจบที่ค่อนข้างจะแฮปปีเอนดิงเลยทีเดียว

VIBE REVIEW: ‘Crime 101 เส้นทางปล้นโคตรระห่ำ’ เมื่อโจรผู้ไม่เคยพลาดต้องเผชิญหน้ากับสายสืบผู้ไม่เคยยอมแพ้

เมื่อโจรปล้นอัญมณีผู้ไม่เคยพลาดท่าต้องเผชิญหน้ากับตำรวจสายสืบผู้ไม่เคยยอมแพ้ เกมไล่ล่าบนทางด่วนหมายเลข 101 จึงกลายเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาทั้งคู่ ‘Crime 101 เส้นทางปล้นโคตรระห่ำ’ ภาพยนตร์อาชญากรรมบอกเล่าเรื่องราวของโจรขโมยอัญมณีผู้ลึกลับที่ก่อคดีปล้นต่อเนื่องตามทางด่วนหมายเลข 101 แต่การโจรกรรมครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะ ‘Davis (รับบทโดย Chris Hemsworth)’ กำลังวางแผนเพื่อปล้นครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา! 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงจากนวนิยายเรื่องสั้นของ ‘Don Winslow’ และได้รับการกำกับฯ โดย ‘Bart Layton’ เรื่องราวเต็มไปด้วยความเข้มข้น ทั้งการเผชิญหน้าระหว่างอาชญากรหนุ่ม Davis กับ ‘Lou (รับบทโดย Mark Ruffalo)’ ตำรวจสายสืบผู้ไม่เคยยอมแพ้และทุ่มสุดตัวกับการตามล่า Davis เรื่องราวการวางแผนของ Davis เริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อเขาได้พบกับ ‘Sharon (รับบทโดย Halle Berry)’ นายหน้าประกันภัยที่กำลังหมดศรัทธาในการใช้ชีวิตของตัวเอง การปล้นกำลังเริ่มต้นส่วนการไล่ล่าก็กำลังเข้าใกล้ขึ้นทุกทีทำให้เกิดเส้นแบ่งระหว่าง ‘ผู้ล่า’ และ ‘ผู้ถูกล่า’ 

เชื่อว่าแฟนๆ หนังซูเปอร์ฮีโร่จากค่ายยักษ์ใหญ่ Marvel คงคุ้นหน้าคุ้นตาสองนักแสดงนำของภาพยนตร์เรื่องนี้กันดีเพราะเป็นการโคจรกลับมาร่วมแสดงภาพยนตร์ระหว่าง  Chris Hemsworth และ Mark Ruffalo ในรอบ 7 ปีหลังจากร่วมรบกันครั้งล่าสุดใน Avengers: Endgame ครั้งนี้พวกเขาพลิกบทบาทจากมิตรสหายร่วมรบกลายเป็นศัตรูคู่แค้นในโลกอาชญากรรม นอกจากนี้ยังมีนักแสดงมากฝีมือมาสมทบในภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย 

หลังจากที่ได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบสิ่งที่ชอบที่สุดคงหนีไม่พ้นฉากแอ็กชันระห่ำตลอดทางด่วน 101 ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภาพยนตร์และเป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าและโจรกรรมครั้งใหญ่ในเรื่องนี้ นอกจากการปล้นอัญมณีที่มีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์แล้วยังสอดแทรกความรู้สึกและความสัมพันธ์ของตัวละครเข้ามาอีกด้วย คนหนึ่งเป็นโจรปล้นที่อยู่ระหว่างหลบหนีและวางแผนเก่งจนตำรวจตามจับตัวได้ยาก ส่วนอีกคนก็เป็นตำรวจสายสืบที่ยึดมั่นในอุดมการณ์และความถูกต้องจนบางครั้งถลำลึกไปจนถึงขั้นหมกมุ่นเลยก็ว่าได้ 

ตอนจบของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแบบปลายเปิดเพื่อให้ผู้ชมได้จินตนาการกันต่อว่าชีวิตของแต่ละตัวละครจะเดินทางไปในทิศทางไหน ความรู้สึกส่วนตัวหลังดูจบถือว่าเป็นตอนจบที่ค่อนข้างจะแฮปปีเอนดิงเลยทีเดียว 

ใครที่อยากค้นหาคำตอบว่าตอนจบของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรและชื่นชอบภาพยนตร์แนวอาชญากรรมไล่ล่าลุ้นระทึกอยู่แล้วสามารถรับชมภาพยนตร์เรื่อง ‘Crime 101 เส้นทางปล้นโคตรระห่ำ’ ได้แล้ววันนี้ที่โรงภาพยนตร์! 

เรื่อง:  อารียา อรรคสุข 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์