ส่องปรากฏการณ์ The Take Hormones Thailand กับการรีเซ็ตระบบรายการเรียลลิตี้ในประเทศไทย

27 พ.ค. 2569 - 16:00

  • นารา เครปกะเทย สร้างจักรวาลคอนเทนต์จากการขายเครปสู่รายการเรียลลิตี้มูลค่าหลักหลายล้าน

  • ดราม่าลิขสิทธิ์กับกันตนาเปิดประเด็นคุ้มครองรูปแบบรายการในยุคโซเชียลมีเดีย

  • คำว่า "ฮอร์โมน" สะท้อนทั้งสัญลักษณ์แห่งความมั่นใจและความเป็นจริงในชีวิตคนข้ามเพศ

ส่องปรากฏการณ์ The Take Hormones Thailand กับการรีเซ็ตระบบรายการเรียลลิตี้ในประเทศไทย

การเดินทางของนาราเครปกะเทย จากเด็กขายเครปริมทางสู่การเป็นแม่ทัพรายการเรียลลิตี้ออนไลน์ คือภาพสะท้อนของพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลอย่างชัดเจน จากคลิปไวรัลขายเครปที่เคยถูกแชร์สนั่นโลกออนไลน์นาราค่อยๆ ต่อยอดตัวเองสู่การเป็นเน็ตไอดอลที่มีผู้ติดตามหลักแสน ก่อนพัฒนาไปสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้สร้างคอนเทนต์และผู้ผลิตรายการ 

ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะกระแสชั่วข้ามคืนแต่เกิดจากทักษะการสื่อสาร ความกล้าในการนำเสนอตัวตน และความเข้าใจกลไกของโซเชียลมีเดียที่สามารถเปลี่ยน “คนธรรมดา” ให้กลายเป็น “บุคคลสาธารณะ” ได้ภายในเวลาไม่นาน 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อนาราตัดสินใจก้าวจากการเป็นแม่ค้าออนไลน์สู่การสร้างรายการเรียลลิตี้ของตัวเอง “The Take Hormones Thailand” ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดในการเปิดพื้นที่ให้คนธรรมดาได้แสดงความสามารถ ไล่ตามความฝัน และใช้เวทีออนไลน์เป็นบันไดสู่โอกาสใหม่ในวงการบันเทิง โดยมีรางวัลเงินสด 500,000 บาทและชื่อเสียงเป็นเดิมพัน 

ทันทีที่เปิดรับสมัครรายการก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้สมัครจำนวนมากจากทั่วประเทศจนกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ในเวลาอันรวดเร็ว ความคึกคักของการออดิชันรวมถึงคลิปผู้เข้าแข่งขันที่ถูกแชร์ต่อกันจำนวนมากยิ่งทำให้ชื่อของรายการถูกพูดถึงในวงกว้างและกลายเป็นหนึ่งในคอนเทนต์เรียลลิตี้ที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมทางบ้านมากที่สุดในช่วงเวลานั้น หลายคนติดตามรายการไม่ใช่แค่เพื่อความบันเทิงแต่เพื่อดูว่า “คนธรรมดา” จะสามารถเปลี่ยนชีวิตตัวเองผ่านโลกออนไลน์ได้จริงหรือไม่ 

เมื่อ “ฮอร์โมน” กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งยุค 

การเลือกใช้คำว่า “ฮอร์โมน” ในชื่อรายการไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากย้อนกลับไปถึง “Hormones: The Series” ในปี 2556 จะเห็นว่าคำนี้เคยถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความดิบ ความจริง และพลังของวัยรุ่นที่กล้าท้าทายกรอบเดิมของสังคม 

แต่สำหรับชุมชนสาวข้ามเพศคำว่า “ฮอร์โมน” มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้นเพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับอัตลักษณ์และการเปลี่ยนผ่านของชีวิต งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าสาวข้ามเพศในไทยจำนวนมากเริ่มใช้ฮอร์โมนตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อปรับรูปลักษณ์ให้สอดคล้องกับตัวตนภายใน การใช้ชื่อ “Take Hormones” จึงไม่ใช่แค่คำที่ฟังสะดุดหูแต่ยังเชื่อมโยงกับประสบการณ์จริงของผู้คนจำนวนมากในสังคมไทย 

สงครามลิขสิทธิ์ที่เปลี่ยนเกมธุรกิจ 

อย่างไรก็ตามความโด่งดังของรายการก็มาพร้อมกับข้อถกเถียง เมื่อ “The Take Hormones Thailand” ถูกเปรียบเทียบกับ “The Face Thailand” จนเกิดประเด็นเรื่องความคล้ายคลึงของรูปแบบรายการจน เต้ กันตนา ต้องออกมาแสดงจุดยืนว่ารายการอาจเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ในบางส่วน 

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาททางกฎหมายแต่ยังสะท้อนถึงการปะทะกันระหว่างผู้ผลิตสื่อดั้งเดิมกับผู้สร้างคอนเทนต์ยุคใหม่ที่เติบโตมาจากโลกออนไลน์โดยไม่ต้องผ่านระบบโทรทัศน์แบบเดิม 

ท้ายที่สุดนาราเลือกยอมถอยโดยลบคลิปจำนวนมากและประกาศรีเซ็ตรายการใหม่ทั้งหมด แม้หลายคนจะมองว่านี่คือความพ่ายแพ้แต่ในอีกมุมหนึ่งมันคือบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตของแรงบันดาลใจและความรับผิดชอบในการสร้างสรรค์ผลงาน 

การรีเซ็ตที่เต็มไปด้วยความท้าทาย 

หลังผ่านพ้นทั้งดราม่าลิขสิทธิ์และคดีความต่างๆ การกลับมาของ “TAKE HORMONES THAILAND” กลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของความเชื่อมั่นจากสังคม อีเวนต์ “Final Walk” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 ณ Union Mall คือสัญญาณว่ารายการพยายามขยับตัวจากคอนเทนต์ออนไลน์ไปสู่การจัดอีเวนต์และธุรกิจบันเทิงเต็มรูปแบบ 

แต่เส้นทางครั้งใหม่นี้ไม่ง่าย นารายังคงต้องเผชิญกับภาพจำจากอดีตทั้งคดีโฆษณาอาหารเสริมผิดกฎหมาย คดีฉ้อโกงจากการขายกล่องสุ่ม รวมถึงคดีตามมาตรา 112 ที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน รอลงอาญา 2 ปี สิ่งที่ยากที่สุดจึงไม่ใช่การสร้างกระแสแต่คือการสร้าง “ความเชื่อถือ” ให้กลับคืนมา 

ปัจจุบัน “TAKE HORMONES THAILAND” กำลังเดินหน้าเปิดออดิชันสำหรับซีซั่นใหม่ท่ามกลางกระแสตอบรับที่ร้อนแรงบนโลกออนไลน์ มีผู้สมัครจำนวนมากจากทั่วประเทศทั้งอินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ และคนธรรมดาที่หวังใช้เวทีนี้เป็นโอกาสเปลี่ยนชีวิต คลิปแนะนำตัวและบรรยากาศการคัดเลือกถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางจนหลายคนกลายเป็นไวรัลตั้งแต่ยังไม่เริ่มออกอากาศจริง 

การเข้ามาของเหล่าเมนเทอร์ชื่อดังรวมถึงการจัดอีเวนต์ออฟไลน์ขนาดใหญ่สะท้อนให้เห็นว่ารายการกำลังพยายามยกระดับตัวเองจากคอนเทนต์ไวรัลบนโซเชียลไปสู่การเป็นเรียลลิตี้บันเทิงเต็มรูปแบบในยุคดิจิทัล 

กระจกสะท้อนสังคมไทยยุคใหม่ 

The Take Hormones Thailand ไม่ได้เป็นเพียงรายการบันเทิงแต่เป็นกระจกสะท้อนสังคมไทยในยุคที่โซเชียลมีเดียมีอำนาจในการสร้างดาวดวงใหม่ได้ทุกวัน รายการสะท้อนทั้งความฝัน ความทะเยอทะยาน การยอมรับความหลากหลายทางเพศและด้านมืดของวัฒนธรรมไวรัล 

ผู้เข้าแข่งขันหลายคนคือคนธรรมดาที่หวังใช้เวทีนี้เปลี่ยนชีวิต แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องแลกกับการถูกจับตามอง วิพากษ์วิจารณ์และตัดสินจากสังคมออนไลน์ตลอดเวลา เพราะในยุคนี้ทุกคนสามารถเป็นทั้งผู้ชม ผู้วิจารณ์และผู้ตัดสินได้พร้อมกัน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์