The Housemaid ได้ไปต่อ ผู้ผลิตประกาศเดินหน้าสร้างภาค 2 หลังภาคแรกโกยรายได้ถล่มทลาย

7 ม.ค. 2569 - 05:00

  • ‘The Housemaid’ ไฟเขียวสร้างภาคต่อ ‘The Housemaid’s Secret’ ซิดนีย์ สวีนีย์ คัมแบ็กพร้อม พอล ฟีก หลังภาคแรกโกยรายได้ถล่มทลาย

The Housemaid ได้ไปต่อ ผู้ผลิตประกาศเดินหน้าสร้างภาค 2 หลังภาคแรกโกยรายได้ถล่มทลาย

Lionsgate ประกาศเดินหน้าสร้างภาคต่อภาพยนตร์ทริลเลอร์จิตวิทยา ‘The Housemaid’ อย่างเป็นทางการ หลังภาคแรกประสบความสำเร็จอย่างสูงด้านรายได้โดยทำเงินไปแล้วกว่า 133 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 4.2 พันล้านบาทไทย) ภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์ครึ่งหลังเข้าฉายจากทุนสร้างเพียง 35 ล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 1.1 พันล้านบาทไทย) 

ภาคต่อนี้ใช้ชื่อว่า ‘The Housemaid’s Secret’ ดัดแปลงจากนิยายเล่มที่สองในไตรภาคขายดีของนักเขียน ‘เฟรย์ดา แมคแฟดเดน’ โดยเตรียมเริ่มถ่ายทำภายในช่วงปลายปีนี้และได้ผู้กำกับฯ พอล ฟีก กลับมารับหน้าที่นี้อีกครั้งพร้อมนักแสดงนำ ซิดนีย์ สวีนีย์ และ มิเคเล มอร์โรเน ที่ยืนยันร่วมแสดงในภาคต่อ 

ในภาคแรก ‘The Housemaid’ ซิดนีย์ สวีนีย์ รับบท มิลลี่ หญิงสาวที่พยายามหนีอดีตของตัวเอง ก่อนจะเข้าทำงานเป็นแม่บ้านประจำบ้านของครอบครัวเศรษฐีผู้ซ่อนความลับอันตรายเอาไว้ ร่วมด้วยนักแสดง อะแมนดา ไซเฟร็ด และ แบรนดอน สเคลนาร์ ขณะที่ มิเคเล มอร์โรเน รับบทเป็น เอนโซ คนดูแลสวนซึ่งกลายมาเป็นพันธมิตรคนสำคัญของ มิลลี่ 

อดัม ฟอเกลซัน ประธานกลุ่มภาพยนตร์ของ Lionsgate ระบุว่า กระแสตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกและเสียงตอบรับบนโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่าผู้ชมต้องการรู้เรื่องราวบทต่อไปของ มิลลี่ พร้อมย้ำว่า ‘The Housemaid’s Secret’ จะเป็นอีกบทหนึ่งที่เข้มข้นและระทึกไม่แพ้ภาคแรก 

ด้าน พอล ฟีก เผยว่ารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นผู้ชมตกหลุมรักภาพยนตร์เรื่องนี้ โชคดีที่ต้นฉบับนิยายได้ขยายเส้นทางของตัวละครเอาไว้แล้วทำให้ทีมงานสามารถนำเรื่องราวบทใหม่มาสู่จอภาพยนตร์ได้อย่างเต็มที่ 

ขณะเดียวกัน อะแมนดา ไซเฟร็ด ก็ออกมาแย้มระหว่างร่วมงาน Palm Springs International Film Festival ว่าภาคต่อแทบจะการันตีแล้ว พร้อมเผยว่าอาจกลับมาปรากฏตัวแบบคาเมโอเนื่องจากเนื้อเรื่องจะโฟกัสไปที่ มิลลี่ กับครอบครัวใหม่และตัวละคร เอนโซ ที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้น 

ทั้งนี้ซีรีส์นิยาย ‘The Housemaid’ มียอดขายรวมกว่า 12 ล้านเล่มทั่วโลก ได้รับการแปลแล้วกว่า 40 ภาษาและเล่มแรกเคยติดอันดับ The New York Times Best Sellers ต่อเนื่องถึง 65 สัปดาห์ ตอกย้ำความสำเร็จของเรื่องราวที่กำลังถูกต่อยอดบนจอภาพยนตร์อย่างเต็มรูปแบบ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์