เชื่อว่านี่คงเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ใครหลายๆ คนรอคอยโดยเฉพาะชาวยุค 90s กับ 2000s กับเรื่อง The Devil Wears Prada 2 หนังภาคต่อที่ใช้เวลาเดินทางจากภาคแรกเมื่อปี 2006 มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ใครที่เคยดูภาคแรกแล้วประทับใจภาพยนตร์คอเมดี้ดราม่าเรื่องนี้บอกเลยว่าคุณจะรู้สึกแบบเดียวกันกับภาค 2 อย่างแน่นอนเพราะนี่คือการกลับมาที่คุ้มค่าสมการรอคอยสุดๆ

The Devil Wears Prada 2 เล่าเรื่องราวของโลกแฟชันที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เมื่ออุตสาหกรรมสื่อสิงพิมพ์อย่างนิตยสารกำลังเผชิญกับวิกฤติของยุคดิจิทัล วิธีการเก่าๆ เริ่มได้รับความสนใจน้อยลงเนื่องจากเกิดการแข่งขันทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น ทำให้ตัวละครหลัก มิแรนด้า พรีสต์ลีย์ (Meryl Streep) เจ้าแม่วงการแฟชันสุดเฮี้ยบต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ ในขณะที่ เอมิลี่ ชาร์ลตัน (Emily Blunt) อดีตผู้ช่วยของเธอก็ได้กลายมาเป็นพาร์ทเนอร์และคู่แข่งในแวดวงเดียวกันและทางด้าน แอนดี้ แซกส์ (Anne Hathaway) ต้องหวนกลับคืนสู่ที่ทำงานที่คุ้นเคยอีกครั้งเพื่อมาช่วยกอบกู้สถานการณ์วิกฤติครั้งนี้

ในส่วนพาร์ทของบทหรือเนื้อเรื่องต้องบอกว่าการได้ผู้กำกับฯ คนเดิมคือ David Frankel กลับมารับหน้าที่กำกับภาพยนตร์ถือว่าเป็นอะไรที่ดีและยอดเยี่ยมมากๆ เพราะแน่นอนว่าการที่เขาทำให้หนังภาคแรกประสบความสำเร็จมาได้อย่างงดงามเขาย่อมคือคนที่เข้าใจหนังเรื่องนี้ได้ดีที่สุดซึ่งเขาก็ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่านี่จะเป็นภาคต่อที่ห่างหายไปยาวนานถึง 20 ปีแต่ช่วงเวลาก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกแปลกประหลาดอะไรเลย มันมีความต่อเนื่องของการเล่าเรื่องที่ดูแล้วไม่ต้องมานั่งคิดว่ามีส่วนไหนที่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเนื่องจากเป็นการเล่าเรื่องตามยุคสมัยนี้จริงๆ อย่างประเด็นสื่อสิงพิมพ์ที่กำลังถดถอยค่อยๆ ล้มหายตายจากแล้วถูกโลกของโซเชียลมีเดียเข้ามาแทนที่ก็ยกมาไว้เป็นประเด็นสำคัญของหนัง รวมไปถึงเรื่องของแฟชันที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยก็นำเสนอได้ดีเช่นเดียวกัน



ส่วนเรื่องประเด็นหลักที่เราค่อนข้างประทับใจในหนังภาคต่อเรื่องนี้ก็คือ ‘การเติบโตของตัวละคร’ ทุกตัวละครไม่ได้เติบโตแค่อายุที่เพิ่มขึ้นมา 20 ปี ทุกคนต่างมีวิถีการใช้ชีวิตที่เติบโตขึ้นในรูปแบบและเส้นทางของตัวเองแต่ก็ไม่มีใครละทิ้งความเป็นตัวเองไปเลยแม้แต่น้อย เริ่มจาก มิแรนด้า ที่แม้การเวลาจะผ่านไปนานแต่เธอยังเป็นเจ้าแม่แฟชันสายเนี้ยบคนเดิม ในยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์ถดถอยลงไปเธอยังคงทำงานแบบเดิมแต่มากขึ้นด้วยประสบการณ์ ในขณะที่ เอมิลี่ ก็เติบโตเป็นคนที่ทะเยอทะยานขึ้นกว่าภาคแรกมาก เธอยังคงไขว่คว้าหาความสำเร็จให้ตัวเองก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ เสมอ ส่วนทางด้าน แอนดี้ เธอยังคงเป็นคนจิตใจดีเหมือนเดิม ยึดมั่นในวิธีการทำงานของตัวเองจนประสบความสำเร็จในฐานะนักเขียนอย่างชัดเจน ปิดท้ายที่ ไนเจล ที่ยังเป็นคนเดิมที่ไม่สนเสียงรอบข้างใดๆ ไม่ต้องโดดเด่นเหนือใคร แค่ก้มหน้าก้มตาทำงานและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดอยู่เสมอ ที่สำคัญคือยังเป็นที่พึ่งให้กับแอนดี้ได้เหมือนเดิมและดีกว่าเดิมด้วย เรียกว่าทุกตัวละครมีมิติการเติบโตที่ชัดเจนอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับด้านอื่นๆ ของหนังเรื่องนี้ก็มีอะไรให้ประทับใจมากมายตั้งแต่งานโปรดักชันต่างๆ ที่ยังทำได้ทำถึงทั้งในโลกของแฟชันที่ดูแล้วรู้สึกอลังการน่าประทับใจเหมือนเคย งานดีไซน์ต่างๆ ก็ให้กลิ่นอายของภาคแรกไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีการใส่อีสเตอร์เอ้กหลายๆ อย่างที่เชื่อมโยงกับภาคแรกได้อย่างลงตัว ในขณะที่ฝีมือการแสดงของนักแสดงหลักชุดเดิมก็ทำได้อย่างไร้ที่ติไม่มีผิดหวังไม่ว่าจะเป็น Meryl Streep, Emily Blunt, Anne Hathaway และ Stanley Tucci ต่างก็ถ่ายทอดบทบาทของตัวเองได้เป็นอย่างดี ชวนให้เราย้อนนึกถึงวันวานที่มีความสุขจากภาคแรกได้อย่างอิ่มเอมใจ
สุดท้ายอยากจะยืนยันคำเดิมว่าถ้าคุณเคยดู The Devil Wears Prada ภาคแรกเมื่อปี 2006 แล้วชอบและประทับใจคุณจะรู้สึกเหมือนเดิมแน่นอนกับภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องนี้ และเราเชื่อว่ามันอาจจะทำให้คุณหวนนึกถึงอดีตอันแสนสุขในช่วงนั้นได้ด้วย The Devil Wears Prada 2 เข้าฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์





