วิเคราะห์วงการเพลง K-POP ปี 2026 การกลับมาของตำนานและพลังของผู้หญิงที่มาพร้อมการเติบโต

3 ม.ค. 2569 - 10:00

  • วงการ K-POP ในปี 2026 กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นความมั่นคงมากกว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดด การกลับมาของตำนานและพลังของผู้หญิงที่มาพร้อมการเติบโต

วิเคราะห์วงการเพลง K-POP ปี 2026 การกลับมาของตำนานและพลังของผู้หญิงที่มาพร้อมการเติบโต

หากจะมองวงการ K-POP ในปี 2026 ให้ชัดขึ้นคงต้องบอกว่านี่ไม่ใช่ปีของการเริ่มต้นใหม่แบบล้างกระดานแต่เป็นปีของการกลับมายืนให้มั่นอีกครั้งหลังผ่านช่วงเวลาที่ทั้งศิลปิน ค่ายเพลง และแฟนๆ ต่างก็ตั้งคำถามไปในทางเดียวกันว่าความเป็น K-POP ที่เคยร้อนแรงไปทั่วโลกกำลังชะลอลงหรือแค่กำลังเปลี่ยนรูปแบบ 

ภาพที่เห็นชัดที่สุดคือการกลับมาทำกิจกรรมเต็มรูปแบบของศิลปินระดับตำนาน โดยเฉพาะ BTS การคัมแบ็กของพวกเขาในปี 2026 ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่การปล่อยเพลงใหม่ของวงไอดอลแต่คือการกลับมาในฐานะศิลปินที่เติบโตไปพร้อมกับคนฟัง เพลงใหม่ถูกคาดหวังว่าจะพูดถึงประสบการณ์ช่วงเวลาที่หายไปและโลกที่เปลี่ยนไป ขณะที่เวิลด์ทัวร์ก็จะไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตธรรมดาแต่เป็นอีเวนต์ใหญ่ที่ทั้งแฟนเพลงและอุตสาหกรรมต่างจับตามอง ในเวลาเดียวกันอีกวงรุ่นใหญ่อย่าง SEVENTEEN ยังคงยืนระยะอย่างมั่นคงด้วยจุดแข็งด้านการแสดงและการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองจนกลายเป็นภาพจำของคำว่าความสม่ำเสมอในวงการ K-POP ยุคปัจจุบัน 

ฝั่งบอยกรุ๊ปรุ่นกลาง Stray Kids และ ATEEZ กำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการพิสูจน์ตัวเองมากขึ้นว่าพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนในเวทีโลก Stray Kids มีภาพลักษณ์และทิศทางดนตรีที่ชัดเจน กล้าเล่นกับซาวนด์แรงและเนื้อหาที่มีความหมายลึกซึ้ง ขณะที่ ATEEZ โดดเด่นเรื่องการแสดงและความจริงจังบนเวทีซึ่งทำให้ทั้งสองวงได้รับการยอมรับจากแฟนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ปี 2026 จึงอาจเป็นปีที่บอยกรุ๊ปเจนฯ นี้ขยับสถานะจากวงดังไปสู่วงหลักของตลาดโลกอย่างเต็มตัว ส่วนบอยกรุ๊ปรุ่นใหม่ที่กำลังเดบิวต์หรือกำลังสร้างฐานแฟนจะต้องเผชิญโจทย์ยากขึ้นเพราะแค่ร้องดีเต้นเก่งอาจไม่พออีกต่อไป สิ่งที่แฟนเพลงมองหาคือบุคลิก คอนเซปต์การเล่าเรื่องและความรู้สึกว่าได้เชื่อมต่อกับตัวตนของศิลปินจริงๆ 

ในฝั่งเกิร์ลกรุ๊ปปี 2026 ดูจะเป็นช่วงเวลาที่เสียงของผู้หญิงใน K-POP มีความหลากหลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด BLACKPINK ยังคงมีสถานะเป็นไอคอนระดับโลก แม้จะไม่ได้ทำกิจกรรมถี่เหมือนเดิมแต่ทุกครั้งที่ขยับก็ยังเป็นที่จับตาทั้งในผลงานวงและงานเดี่ยว ขณะที่ NewJeans ถูกมองว่าเป็นวงที่เปลี่ยนมุมมองเรื่องเพลงฮิตด้วยดนตรีที่ฟังง่ายไม่เร่งเร้าและอยู่กับคนฟังได้นานหากยังคงรักษาความกล้าในการไม่เดินตามสูตรสำเร็จ แม้ว่าจะเหลือสมาชิกแค่ 4 คนแต่พวกเธอก็ยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางวงการยุคใหม่ ด้าน IVE และ i-dle ก็ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจน วงหนึ่งนำเสนอภาพลักษณ์ความมั่นใจในขณะที่อีกวงขับเคลื่อนด้วยการเล่าเรื่องจากมุมมองผู้หญิงและการมีส่วนร่วมในงานสร้างสรรค์ซึ่งทั้งสองแนวทางสะท้อนให้เห็นว่าเกิร์ลกรุ๊ปไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบเดียวกันอีกต่อไป 

เมื่อมองไปที่แนวดนตรีปี 2026 มีแนวโน้มว่าเพลง K-POP จะมาพร้อมท่วงทำนองที่ค่อยๆ ช้าลง เพลงจังหวะกลางพร้อมซาวนด์เรียบง่ายและเมโลดี้ที่ฟังได้นานจะได้รับความนิยมมากขึ้น ท่อนฮุกอาจไม่ต้องดังที่สุดแต่ต้องทำให้คนอยากกลับมาฟังซ้ำ เนื้อเพลงจะพูดถึงอารมณ์ที่แท้จริงมากขึ้นทั้งความเหนื่อยล้า ความสับสนและการค้นหาตัวตนในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  

ความดาร์กใน K-POP จะไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์เท่ๆ แต่เป็นอารมณ์ที่คนฟังรู้สึกได้จริง ขณะเดียวกันซาวนด์จากหลากหลายวัฒนธรรมอย่าง Afrobeat, Latin Pop หรือ R&B ยุค 2000s จะถูกนำมาใช้มากขึ้น ภาษาอังกฤษจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ไม่ใช่เพื่อทดแทนตัวตนของ K-POP หากเพื่อสื่อสารกับผู้ฟังทั่วโลกได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น 

ในปี 2026 เทคโนโลยีและ AI จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานมากขึ้นทั้งในด้านโปรดักชันและวิชวล โดยจะไม่ใช่จุดขายหลักแต่เป็นเพียงเครื่องมือในการช่วยต่อเติมความสมบูรณ์เท่านั้นเพราะแฟนเพลงเริ่มให้ความสำคัญกับความรู้สึกและความเป็นมนุษย์มากกว่า งานที่ดูสมบูรณ์แบบเกินไปแต่ไร้หัวใจอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป สิ่งสำคัญคือการเล่าเรื่องระยะยาว การสร้างจักรวาลของศิลปินที่แฟนสามารถติดตามได้เหมือนซีรีส์มากกว่าการคัมแบ็กเป็นครั้งๆ 

เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันปี 2026 จึงเป็นปีที่วงการ K-POP กำลังตกผลึก บอยกรุ๊ปรุ่นใหญ่ยังคงเป็นศูนย์กลาง เกิร์ลกรุ๊ปผลักดันขอบเขตของเสียงผู้หญิง แนวเพลง K-POP หันมาให้ความสำคัญกับอารมณ์และความยั่งยืนมากขึ้น แม้บรรยากาศอาจไม่หวือหวาเหมือนช่วงพีกที่สุดแต่เป็นความนิ่งที่แข็งแรงและอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตระยะยาวในรูปแบบใหม่ของ K-POP บนเวทีโลก 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์