เมื่อพูดถึงการสวดมนต์ข้ามปีหลายคนอาจนึกถึงภาพผู้คนรวมตัวกันในวัดหรือสถานที่สำคัญทางศาสนาเพื่อร่วมสวดมนต์ในคืนวันที่ 31 ธันวาคมต่อเนื่องเข้าสู่ปีใหม่ในช่วงเที่ยงคืน ่เคยสงสัยไหมว่า "การสวดมนต์ข้ามปี" จริงๆ แล้วควรเป็นหน้าที่ของใคร? คนธรรมดาหรือฆราวาสอย่างเราควรมีบทบาทในกิจกรรมนี้หรือไม่?
การสวดมนต์ข้ามปีไม่ใช่กิจกรรมดั้งเดิมในพระพุทธศาสนา หากแต่เป็นธรรมเนียมที่เพิ่งเริ่มแพร่หลายในประเทศไทยเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา จุดประสงค์หลักคือการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตในช่วงเปลี่ยนปี ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญตามความเชื่อของคนไทย
กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีมักจัดขึ้นที่วัดโดยมีพระสงฆ์เป็นผู้นำสวดในบทสวดมนต์สำคัญ เช่น บทชัยมงคลคาถา (พาหุง) หรือบทโพชฌังคปริตร เป็นคาถาพุทธมนต์เสริมสิริมงคลที่นิยมสวดให้ตัวเองรวมถึงสวดต่ออายุผู้ป่วยเพราะเชื่อว่าจะช่วยเสริมสร้างกำลังใจและช่วยขจัดอาการป่วยไข้
ตามหลักของพระพุทธศาสนาการสวดมนต์ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญศรัทธาและสมาธิ เป็นสิ่งที่ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสสามารถทำได้ การสวดมนต์ข้ามปีจึงไม่ได้เป็นกิจเฉพาะของพระสงฆ์หรือฆราวาสโดยตรง แต่เป็นกิจกรรมที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมเพื่อผลทางจิตใจ
การสวดมนต์ข้ามปีไม่ได้เป็นเรื่องของใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ หากแต่เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยกำลังใจที่ดี การสวดมนต์เป็นเพียงหนทางหนึ่งเท่านั้น หากรู้สึกว่าเหมาะสมกับตัวเองก็ทำได้ แต่ถ้าหากรู้สึกว่าไม่ตรงใจหรือไม่ใช่วิถี การเลือกทำสิ่งอื่นที่รู้สึกว่าช่วยให้ใจสงบก็ถือเป็นวิธีเริ่มต้นปีใหม่ที่ดีไม่ต่างกัน
สิ่งสำคัญคือการตั้งเจตนาที่ดีเพื่อพร้อมเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความหวังและพลังบวก ที่สุดแล้ววันปีใหม่จะดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับ "ใจ" ของเรามากกว่าและเราเองเท่านั้นคือผู้รู้ดีกว่าใคร


