สยองขวัญครึ่งแรก ยิงกระจายครึ่งหลัง ส่องรีวิว Resident Evil Requiem จากนักวิจารณ์เว็บไซต์ IGN

26 ก.พ. 2569 - 13:20

  • ส่องรีวิว Resident Evil Requiem จากนักวิจารณ์เว็บไซต์ IGN ที่กล่าวไว้ว่า ‘สยองขวัญครึ่งแรก ยิงกระจายครึ่งหลัง เกมนี้เปรียบเหมือนวิสกี้ที่ยังไม่ได้ผสมโคล่า’

สยองขวัญครึ่งแรก ยิงกระจายครึ่งหลัง ส่องรีวิว Resident Evil Requiem จากนักวิจารณ์เว็บไซต์ IGN

Resident Evil Requiem คือภาคหลักลำดับที่ 9 ของซีรีส์สยองขวัญเอาตัวรอดจาก Capcom ที่แฟนเกมหลายคนติดตามอยู่มากมายว่าเกมภาคนี้จะเป็นแบบไหนกัน และอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้เกมกำลังจะถูกวางขายอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราขอหยิบรีวิวของเว็บไซต์ IGN มาให้ดูกันว่าเมื่อได้ทดลองล่นเกมนี้เต็มๆ แล้วเป็นอย่างไรกัน อยากรู้ว่าเป็นเช่นไรตามมาอ่านพร้อมๆ กันเลย 

เริ่มแรกเกม Resident Evil Requiem  พยายามจับสองขั้วของแฟนเกมให้ได้สนุกสนานไปพร้อมกัน ทั้งสายหลบหนีจนตัวสั่นและสายแอ็กชันยิงแหลก ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมครึ่งแรกทำให้เรากลั้นหายใจแทบไม่อยู่ส่วนครึ่งหลังกลับทำให้เรายกกำปั้นสะใจไล่สับซอมบี้เหมือนอยู่ในสนามรบ 

ช่วงต้นเกมเกิดขึ้นในโรงพยาบาลร้างคือหนึ่งในประสบการณ์ที่น่ากลัวที่สุดของซีรีส์ เสียงฝีเท้าแผ่วเบาในความมืด ซอมบี้ที่โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัวและทรัพยากรที่จำกัดสุดๆ ทำให้ทุกก้าวต้องคิดแล้วคิดอีก แต่พอเกมเข้าสู่ช่วงหลังโทนจะเปลี่ยนเป็นแอ็กชันเต็มสูบ ยิงหัวกระจาย เลือดสาดสะใจแทนความหลอน 

ผลคือมันยังคงเป็น Resident Evil ที่สนุกมากเพียงแต่ความสยองที่พีคที่สุดถูกใช้ไปเกือบหมดตั้งแต่ครึ่งแรก 

Grace Ashcroft – นางเอกที่เป็นมนุษย์ที่สุดของซีรีส์ 

เกมเปิดเรื่องด้วย Grace Ashcroft เจ้าหน้าที่ FBI หน้าใหม่ผู้ถูกส่งมาสืบคดีการตายปริศนาของผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ Raccoon City แต่เธอกลับถูกจับขังในโรงพยาบาล Rhodes Hill ซึ่งเต็มไปด้วยทางเดินเขาวงกตและสิ่งมีชีวิตกินคน 

ช่วงเวลาที่เล่น Grace คือจุดเด่นของเกมอย่างแท้จริง เธอไม่ใช่นักสู้มือโปรแต่เป็นคนธรรมดาที่กลัวจริง ลนจริง และค่อยๆ เติบโตจนกล้าสู้กลับ ทำให้เรารู้สึกอินและเอาใจช่วยมากกว่าตัวละครในภาคก่อนๆ โดยเกมเพลย์ของเธอเน้นหลบซ่อนและเอาชีวิตรอด 

ทุกอย่างทำให้ความตึงเครียดพุ่งสูงและการยิงแต่ละนัด “มีความหมาย” จริงๆ โดยเฉพาะมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่ทำให้เสียงปืนและเลือดสาดรู้สึกกระแทกกระทั้นกว่าเดิม 

รวมไปถึงระบบเก็บเลือดจากศพมาคราฟต์ของก็เป็นไอเดียใหม่ที่ทั้งโหดและฉลาด ใช้ทำยาหรือใช้ฆ่าแบบลอบหลบเร้นให้ศัตรูระเบิดเป็นชิ้นๆ ได้ ที่น่ากลัวคือซอมบี้สามารถฟื้นและกลายพันธุ์ได้ทำให้พื้นที่เดิมไม่เคยปลอดภัยอีกต่อไป 

ซอมบี้ในภาคนี้ยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ เช่น เปิด–ปิดไฟ เล่นเอง หรือพึมพำหัวเราะก่อนจะทรุดลงไปกินศพเพื่อนเก่า ประสบการณ์เหล่านี้จึงทำให้ความหลอนเพิ่มขึ้นทวีคูณ  

Leon S. Kennedy – โหมดแอ็กชันสะใจแบบ RE4 คูณความบ้า 

เมื่อเกมสลับมาให้เล่นเป็น Leon S. Kennedy โทนจะเปลี่ยนทันทีเป็นแอ็กชันมุมมองบุคคลที่สาม ยิงหัวแตก ฟันคอมโบและใช้อาวุธหนักแบบจัดเต็ม 

Leon มีอาวุธครบมือทั้งปืนลูกซอง สไนเปอร์ ขวาน เลื่อยยนต์ พร้อมระบบอัปเกรดอาวุธด้วยสกุลเงินจากการฆ่าศัตรูแทนการคราฟต์แบบ Grace ทำให้เกมเพลย์เร็ว เร้าใจและโหดกว่าเดิมมาก แถมบอสไฟต์ก็อลังการทั้งตัวใหม่และตัวเก่าที่ถูกรีดีไซน์ 

ปัญหาคือช่วงท้ายเกม Leon ได้เวลาหน้าจอมากเกินไปจนความสยองแบบหลบหนีของ Grace หายไปหลายชั่วโมงทำให้จังหวะเกมเหมือนแบ่งเป็นสองครึ่งชัดเกินไป 

โครงสร้างเกม – เหมือนวิสกี้กับโค้กที่ยังไม่ได้ผสม 

ครึ่งแรก = สยอง หลบหนี ช้า เครียด 
ครึ่งหลัง = ยิงแหลก แอ็กชัน บอสอลังการ 

ทั้งสองส่วนทำได้ดีในแบบของตัวเองแต่การผสมจังหวะยังไม่เนียนนัก ถ้ามีการสลับโทนให้ถี่ขึ้นเกมจะสมดุลและหลอนต่อเนื่องกว่านี้ 

อย่างไรก็ตามเนื้อเรื่องถือว่าน่าติดตาม มีหักมุมเกี่ยวกับ Umbrella และปูมหลังของ Grace เอกสารในเกมก็มีทั้งข้อมูลสำคัญและมุกตลกคลายเครียดรวมถึงโลเคชันระดับไอคอนที่แฟนเก่าจะกรี๊ดแน่นอน 

สรุปเลยนี่คือ Resident Evil ที่ทั้งทำให้คุณกลัวจนไม่กล้าหายใจและอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็ทำให้คุณหัวเราะสะใจขณะเลื่อยซอมบี้เป็นชิ้นๆ ในเกมเดียวกัน แนะนำว่าคนที่มีเครื่องเล่นเกมนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง  

ที่สำคัญอีกไม่กี่ชั่วโมงการผจญภัยในเมือง Raccoon City กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว อย่าลืมไปมันส์พร้อมๆ กันนะครับ  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์