สุดทุกโน้ต! Mateus Asato Live in Bangkok 2026

7 ส.ค. 2569 - 09:45

  • รีวิว “Mateus Asato Live in Bangkok 2026”

  • สัมผัสโชว์จากหนึ่งในสุดยอดมือกีตาร์ยุคโมเดิร์น

  • จากโน้ตแรกถึงโน้ตสุดท้าย เต็มเปี่ยมไปด้วยความยอดเยี่ยม

สุดทุกโน้ต! Mateus Asato Live in Bangkok 2026

หลังสร้างความประทับใจให้แฟนกีตาร์ทั่วโลกจากการทัวร์ในหลายประเทศ และกลายเป็นหนึ่งในมือกีตาร์ยุคโมเดิร์นที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดจากสไตล์การเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ จนมีผลงานไวรัลนับไม่ถ้วน ในที่สุด Mateus Asato มือกีตาร์ชาวบราซิลเชื้อสายญี่ปุ่น ก็เดินทางมาพบแฟนเพลงชาวไทยในคอนเสิร์ต “Mateus Asato Live in Bangkok 2026” เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ณ M Theatre ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยคนรักกีตาร์จากทั่วประเทศ

ความคึกคักเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย เมื่อแฟนเพลงทยอยเดินทางมารวมตัวกันที่ M Theatre เพื่อรอพบศิลปินที่พวกเขาติดตามมาอย่างยาวนาน ก่อนที่ในเวลา 17.30 น. จะเป็นกิจกรรม Meet & Greet กับ Mateus Asato อย่างใกล้ชิด ทั้งการพูดคุย ถ่ายภาพร่วมกัน และรับลายเซ็น ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง สะท้อนบุคลิกอันอบอุ่นของเจ้าตัว และกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำสำหรับแฟนเพลงหลายคน ก่อนที่ทุกคนจะกลับเข้าสู่ฮอลล์เพื่อรอชมการแสดงเต็มรูปแบบในช่วงค่ำ

ค่ำคืนแห่งดนตรีเริ่มต้นอย่างสมศักดิ์ศรี เมื่อสองมือกีตาร์รุ่นใหม่ไฟแรงของไทย Boss Veerapat Tarapipattanakun และ Unda Alunda ขึ้นเวทีโชว์อุ่นเครื่อง ทั้งคู่ต่างเป็นแชมป์จากเวทีประกวดระดับประเทศและระดับนานาชาติ ฝีมือและตัวตนผ่านการแสดงที่เปี่ยมด้วยเทคนิคและพลัง สร้างบรรยากาศให้ผู้ชมพร้อมสำหรับการปรากฏตัวของศิลปินที่หลายคนเฝ้ารอ

คล้อยหลัง 20.30 น. เสียงเชียร์จากผู้ชมทั้งฮอลล์ก็ดังขึ้นทันทีที่ไฟบนเวทีค่อย ๆ ดับลง ก่อนที่ Mateus Asato จะก้าวขึ้นมาพร้อมกีตาร์คู่ใจ เพียงเสียงโน้ตแรกที่บรรเลงก็เพียงพอจะทำให้ทุกคนเข้าใจว่าทำไมเขาจึงได้รับฉายาว่าเป็นมือกีตาร์ที่ทำให้ “กีตาร์พูดได้” ทุกโน้ตถูกถ่ายทอดด้วยความละเอียดอ่อน ทั้งน้ำหนักของการดีด การเว้นจังหวะ และการสร้างไดนามิกที่ทำให้กีตาร์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดนตรี หากแต่กลายเป็นเสียงที่กำลังเล่าเรื่องราวและสื่อสารอารมณ์กับผู้ฟังอย่างเป็นธรรมชาติ

ตลอดการแสดง บทเพลงที่แฟนๆ คุ้นหูอย่าง Otsukare!, Cryin', The Breakup Song และ Kawaii โชว์ให้เห็นถึงเทคนิคอันแพรวพราวผสานเข้ากับเมโลดี้ที่งดงาม บางช่วง Asato ระเบิดพลังด้วยการเล่นที่รวดเร็วและแม่นยำ จนสะกดผู้ชมทั้งฮอลล์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ขณะที่ช่วง Improvisation ก็สะท้อนความสามารถได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีประโยคดนตรีใดฟังดูซ้ำซาก

แถมด้วยเซอร์ไพรส์อย่างการคัฟเวอร์บทเพลงระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น “Little Wing” (Jimi Hendrix) หรือ “How Deep Is Your Love” (Bee Gees) การตีความที่เปี่ยมด้วยรายละเอียด แสดงให้เห็นถึงทั้งความเคารพต่อบทเพลงต้นฉบับและตัวตนทางดนตรีของ Asato ที่ชัดเจนในทุกประโยคกีตาร์

ขณะที่วงแบ็กอัป ทำหน้าที่ประคองและเติมเต็มทุกบทเพลงได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งจังหวะ การสื่อสารระหว่างนักดนตรี และการสร้างไดนามิกของทั้งวง ทำให้การแสดงมีมิติ สมาชิกทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ยกระดับค่ำคืนแห่งการวาดลวดลายบนเฟรตบอร์ดคือ ระบบเสียงจาก MEYER SOUND ที่ถ่ายทอดรายละเอียดของทุกเครื่องดนตรีออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ตั้งแต่โทนเสียงกีตาร์อันละเอียดอ่อนของ Mateus Asato ไปจนถึงพลังของวงแบ็กอัป ทุกย่านความถี่มีความคมชัด สมดุล และเปิดพื้นที่ให้รายละเอียดของแต่ละโน้ตได้เปล่งประกายอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ทุกบทเพลงตั้งแต่ต้นจนจบดำเนินไปอย่างราบรื่น สมศักดิ์ศรีการมาเยือนของหนึ่งในมือกีตาร์ระดับโลก

เรียกได้ว่า แม้ผู้ชมบางส่วนอาจไม่ได้ติดตามผลงานของเขามาก่อน แต่หลังจบการแสดง คงยากที่จะปฏิเสธเสน่ห์ของศิลปินรายนี้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีไม่ใช่เพียงการอวดเทคนิคหรือความเร็วในการเล่นกีตาร์ หากเป็นการใช้ดนตรีเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด และเรื่องราว ผ่านทุกสัมผัสของปลายนิ้ว

นอกเหนือจากโชว์เต็มรูปแบบแล้ว วันถัดมา (3 สิงหาคม 2569) Mateus Asato ยังจัด Guitar Clinic ที่ Bravo BKK เวิร์กช็อปความยาว 2 ชั่วโมง ซึ่งเปิดโอกาสให้แฟนเพลงและบรรดามือกีตาร์ได้เรียนรู้แนวคิด วิธีคิด และเทคนิคการเล่นอย่างใกล้ชิด นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์พิเศษที่ช่วยเติมเต็มการมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์

“Mateus Asato Live in Bangkok 2026” จึงไม่ใช่เพียงคอนเสิร์ตของมือกีตาร์ระดับโลก แต่คือค่ำคืนที่พิสูจน์ว่า ดนตรีไม่จำเป็นต้องมีคำร้องเสมอไป เพราะในมือของ Mateus Asato กีตาร์เพียงตัวเดียวก็สามารถ “พูด” กับผู้ชมได้อย่างงดงามตลอดทั้งคืน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์