จากอินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัวที่มีผู้ติดตามจำนวนมากสู่เจ้าของแบรนด์มัทฉะที่ถูกพูดถึงทั่วโลกออนไลน์ ชื่อของ ‘แม่ตุ๊ก’ นิรัตน์ชญา การุณวงศ์วัฒน์ เจ้าของเพจ Little Monster กลายเป็นประเด็นร้อนทันทีหลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์มัทฉะ ‘Hi Matcha Girlies’ ในราคาหลักพันบาท โดยในช่วงแรกสินค้าสามารถจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วจนเกิดกระแสรีเซลในราคาสูงถึงหลายพันบาทต่อกระปุก สะท้อนพลังของฐานแฟนคลับและความนิยมของกระแสมัทฉะที่กำลังเติบโตในประเทศไทย
ความสำเร็จในวันเปิดขายกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเสียงวิพากษ์วิจารณ์เมื่อผู้บริโภคจำนวนหนึ่งเริ่มตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้า ทั้งเรื่องสีของผงมัทฉะที่ไม่เขียวสดตามความคาดหวังของสินค้าที่ถูกระบุว่าเป็นระดับพรีเมียมรวมถึงรสชาติเมื่อชงกับน้ำเปล่าผ่านรีวิวหลากหลาย โดยบางส่วนมองว่ารสชาติขมและไม่คุ้มค่ากับราคาแม้จะเข้าใจดีว่าความชอบเรื่องรสชาติเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลก็ตาม
ดราม่ารุนแรงขึ้นเมื่อแม่ตุ๊กออกมาชี้แจงผ่านคลิปวิดีโอพร้อมยอมรับว่าก่อนวางจำหน่ายเธอไม่เคยทดลองชิมมัทฉะด้วยการชงกับน้ำเปล่าแต่ทดสอบเฉพาะการนำไปชงกับนมหรือน้ำมะพร้าวเท่านั้น คำชี้แจงดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านชาและบาริสต้าซึ่งมองว่าการชิมแบบไม่ปรุงแต่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการประเมินคุณภาพวัตถุดิบ เพราะเป็นวิธีที่สะท้อนรสชาติ กลิ่น และเอกลักษณ์ของชาได้อย่างแท้จริง
ท่ามกลางกระแสวิจารณ์แม่ตุ๊กเลือกออกมายอมรับข้อผิดพลาดอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกล่าวขอโทษต่อผู้บริโภคและยอมรับว่าตนเองอาจมองไม่รอบด้านพอในกระบวนการพัฒนาสินค้า นอกจากนี้ยังประกาศคืนเงินเต็มจำนวนให้กับลูกค้าที่ทดลองชงกับน้ำเปล่าแล้วไม่พึงพอใจ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้มีการแสดงความคิดเห็นและนำข้อเสนอแนะไปใช้ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ต่อไป
แม้มาตรการดังกล่าวจะได้รับคำชื่นชมจากบางส่วนในฐานะการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค แต่ก็ยังมีอีกหลายเสียงที่มองว่านี่เป็นเพียงสิ่งที่ผู้ประกอบการควรทำอยู่แล้ว และไม่อาจลบข้อกังขาเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาสินค้าที่ดูเหมือนจะยังไม่สมบูรณ์ก่อนนำออกสู่ตลาดได้ทั้งหมด
กรณีนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ ‘มัทฉะฟีเวอร์’ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มศึกษาเรื่องเกรดชา แหล่งปลูก และกรรมวิธีการผลิตอย่างจริงจัง ส่งผลให้คำอย่าง ‘Ceremonial Grade’ ‘Uji Matcha’ หรือ ‘Yame Matcha’ ไม่ได้เป็นเพียงศัพท์ทางการตลาดอีกต่อไปแต่กลายเป็นคำที่ผู้บริโภคใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะเมื่อชื่อของแหล่งปลูกระดับตำนานจากญี่ปุ่นถูกนำมาใช้ในการสื่อสารแบรนด์ก็ยิ่งทำให้ความคาดหวังของผู้บริโภคสูงขึ้นตามไปด้วย
ในอีกมุมหนึ่งดราม่าครั้งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน จากเดิมที่ผู้ติดตามอาจตัดสินใจซื้อสินค้าเพราะความชื่นชอบในตัวอินฟลูเอนเซอร์ปัจจุบันผู้บริโภคมีข้อมูลมากขึ้นและพร้อมตรวจสอบรายละเอียดของสินค้าอย่างจริงจัง ความน่าเชื่อถือของแบรนด์จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของผู้ขายเพียงอย่างเดียวแต่ต้องมาจากคุณภาพสินค้าและความโปร่งใสในทุกขั้นตอนด้วย
ท้ายที่สุดกรณี ‘มัทฉะแม่ตุ๊ก’ อาจไม่ใช่แค่ดราม่าเรื่องรสชาติของชาเขียวเท่านั้นแต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญของยุคที่อินฟลูเอนเซอร์ก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอย่างเต็มตัว เมื่อความเชื่อใจที่สั่งสมมานานถูกเปลี่ยนเป็นทุนทางการค้า ทุกคำโฆษณา ทุกรายละเอียดของสินค้าและทุกการตัดสินใจของเจ้าของแบรนด์ล้วนถูกจับตามองมากกว่าที่เคย เพราะในโลกดิจิทัลปัจจุบันสิ่งที่ผู้บริโภคซื้ออาจไม่ใช่แค่สินค้าแต่คือ ‘ความไว้วางใจ’ ที่มีต่อผู้ขายด้วยเช่นกัน




