ประเด็นการเสียชีวิตของ Kurt Cobain กลับมาเป็นที่ถกเถียงในสังคมอีกครั้งหลังมีรายงานฉบับใหม่อ้างว่าตำนานเพลงกรันจ์ผู้นี้อาจถูกฆาตกรรม ไม่ใช่การฆ่าตัวตายอย่างที่สรุปไว้ตั้งแต่เมื่อปี 1994
ย้อนไปเมื่อ 32 ปีก่อนฟรอนต์แมนแห่งวง Nirvana ถูกพบเสียชีวิตในบ้านของตนเองที่ซีแอตเทิล ด้วยวัยเพียง 27 ปี ในขณะนั้นสำนักงานแพทย์นิติเวชประจำคิงเคาน์ตีได้วินิจฉัยว่าเป็นการฆ่าตัวตายโดยระบุสาเหตุการตายว่าเกิดจากการยิงตัวเองด้วยปืนลูกซอง
อย่างไรก็ตามตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ไม่ปักใจเชื่อในคำตัดสินดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสงสัยและทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ ว่าไอคอนแห่งยุคกรันจ์อาจไม่ได้ปลิดชีพตนเองแต่อาจจะเป็นสาเหตุอื่นมากกว่าที่ทำให้เขาเสียชีวิต
รายงานล่าสุดจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์จากภาคเอกชนซึ่งทำงานร่วมกับนักวิจัยอิสระที่มีชื่อว่า มิเชลล์ วิลคินส์ และผู้เชี่ยวชาญ ไบรอัน เบอร์เน็ตต์ ได้นำหลักฐานทั้งหมดในวันนั้นกลับมาทบทวนอีกครั้ง
ตามรายงานของสื่อ Daily Mail และ LADBible ทีมภาคเอกชนดังกล่าวใช้เวลาสามวันในการตรวจสอบวัตถุพยานจากที่เกิดเหตุและอ้างว่าพบหลักฐานบางส่วนที่ขัดแย้งกับข้อสรุปจากรายงานชันสูตรพลิกศพในเวลานั้น
พวกเขาระบุว่าได้ตรวจทานเอกสารการชันสูตรอย่างละเอียดถี่ถ้วนและจัดทำบทความวิชาการผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ โดยไบรอัน เบอร์เน็ตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเกินขนาดร่วมกับบาดแผลจากอาวุธปืนให้สัมภาษณ์กับ Daily Mail ว่า “นี่คือคดีฆาตกรรม เราต้องทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้”
ทีมวิจัยยังอ้างเพิ่มเติมว่าอาจมีบุคคลหนึ่งหรือมากกว่านั้นเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของศิลปินรายนี้ โดยตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการบังคับให้เขาเสพเฮโรอีนเกินขนาดก่อนจะมีการลั่นไกปืน
นอกจากนี้พวกเขายังชี้ถึงความไม่สอดคล้องหลายประการในรายงานชันสูตรไม่ว่าจะเป็นความเสียหายของอวัยวะภายในที่ระบุว่าไม่สอดคล้องกับการเสียชีวิตจากปืนลูกซอง ตำแหน่งปลอกกระสุนในห้อง รวมถึงข้อถกเถียงที่ยังไม่มีคำตอบว่าเหตุใดมือของนักร้องจึงสะอาดผิดปกติหลังเสียชีวิต
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือจดหมายลาตายที่โคเบนทิ้งไว้อาจมีลายมือถึงสองรูปแบบที่แตกต่างกัน
ภายหลังข้อกล่าวหาเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไปโฆษกสำนักงานแพทย์นิติเวชยังคงยืนยันตามผลชันสูตรเดิมโดยระบุว่า
สำนักงานแพทย์นิติเวชคิงเคาน์ตีได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินการชันสูตรเต็มรูปแบบและปฏิบัติตามขั้นตอนทั้งหมดก่อนสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
ทั้งนี้ทางสำนักงานฯ ยินดีพิจารณาคดีอีกครั้งหากมีหลักฐานใหม่ปรากฏ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบสิ่งใดที่มีน้ำหนักเพียงพอให้ต้องรื้อคดีหรือเปลี่ยนแปลงข้อสรุปเดิม
ด้านตำรวจซีแอตเทิลได้ออกแถลงการณ์ (ผ่านสื่อ Loudwire) ยืนยันว่า
“นักสืบของเราสรุปว่าเขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายและจุดยืนของหน่วยงานยังคงเป็นเช่นเดิม”
อย่างไรก็ตาม มิเชลล์ วิลคินส์ ยังคงผลักดันให้มีการรื้อคดีโดยอ้างว่าทางการเคยบอกกับเธอว่า “พวกเราไม่ได้พิจารณาหลักฐานของคุณเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายถ้าสันนิษฐานทั้งหมดผิดก็แค่พิสูจน์ให้เราเห็นเท่านั้นเอง นั่นคือทั้งหมดที่เราขอ”
สุดท้ายนี้การเสียชีวิตของ เคิร์ต โคเบน ยังคงเป็นปริศนาต่อไป แม้เรื่องราวจะผ่านไป 32 ปีแล้วแต่การพูดถึงเรื่องนี้ยังคงอยู่เสมอและรอให้ทุกฝ่ายร่วมกันคลี่คลายปริศนานี้ให้ได้ในสักวัน





