ในวันที่ 20 สิงหาคม 2568 นักแสดงตลกชื่อดัง โน้ส-อุดม แต้พานิช เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีหมิ่นประมาทที่สถานีตำรวจกาญจนบุรี หลังจากที่ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ 'ครูปรีชา' ผู้เป็นที่รู้จักกันดีจากคดีมหากาพย์หวยสามสิบล้านที่เป็นข่าวดังในอดีตยื่นฟ้องร้องเอาผิดจากเนื้อหาในการแสดง 'เดี่ยว 12' ที่เล่นไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว
รายละเอียดคดีและข้อกล่าวหา
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 เมื่อครูปรีชายื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยกล่าวหาว่า โน้ส อุดม กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากเนื้อหาใน 'เดี่ยว 12' ที่แสดงและบันทึกไว้ประมาณ 7 ปีที่แล้วในปี 2561 โดยกล่าวว่า “ “ผลงานโดดเด่นของกระทรวงศึกษาฯ ยกให้ครูปรีชา สร้างแรงบันดาลใจ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ นี่มันหวยของครู หมวดจรูญนั้นไม่ใช่ ถ้า …ได้ขนาดนั้น นี่ต้องมั่นมาก เพราะความจริงมันพูดยากมากกว่าแถไถ ไม่ต้องห่วง ครูยังมีผมอยู่ข้างๆ แต่ว่า ผมครูตรงกลางนี่มันหายไปไหน”
ครูปรีชาได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่าเพิ่งได้รับทราบเนื้อหาที่เป็นปัญหาเมื่อไม่นานมานี้หลังจากที่มีผู้หวังดีส่งคลิปวิดีโอจากการแสดงดังกล่าวให้ชม เนื้อหาที่ถูกร้องเรียนคือการกล่าวถึงคดีหวยสามสิบล้านและความเห็นเกี่ยวกับบุคลิกลักษณะของครูปรีชา โดยเฉพาะการพูดถึงเรื่องผมร่วงที่ครูปรีชาเห็นว่าเป็นการทำลายชื่อเสียง
การแสดง 'เดี่ยว 12' ที่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหานี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์การแสดงเดี่ยวที่มีชื่อเสียงของ โน้ส อุดม ซึ่งมีเนื้อหาผสมผสานระหว่างประเด็นทางสังคม การวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ตลกขบขัน และการอ้างอิงถึงเหตุการณ์และบุคคลในสังคมที่เป็นที่จับตามองของสาธารณชน
มุมมองจากทนายความและผู้เชี่ยวชาญ
ทนายความเกิดผล แก้วเกิด ได้แสดงความเห็นอย่างชัดเจนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “การไปแจ้งความเอาผิดโน้สหลังจากเหตุการณ์ผ่านมาหลายปีแล้ว และข้อเท็จจริงก็เป็นไปดังที่ปรากฏในข่าวว่าหวยเป็นของหมวดจรูญไม่ใช่ของครูปรีชาตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วซึ่งคุณโน้ส อุดมสามารถต่อสู้ในประเด็นนี้ได้โดยพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริงก็ไม่เป็นความผิด เป็นข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (3) ติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ และมาตรา 330”
ทนายเกิดผลชี้ให้เห็นว่าศาลได้มีคำพิพากษาขั้นสุดท้ายยืนยันว่าลอตเตอรีใบดังกล่าวเป็นของผู้เสียหาย ร.ต.ท.จรูญ วิมล ไม่ใช่ของครูปรีชา ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่ โน้ส อุดม กล่าวในการแสดงนี้มีพื้นฐานจากคำพิพากษาของศาลที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีได้




