Ed Sheeran เผยเหตุผลที่เขาไม่มีมือถือใช้มาตั้งแต่ปี 2015 โดยทั้งหมดเริ่มจากคดีฟ้องร้อง 100 ล้านดอลลาร์

17 ก.พ. 2569 - 13:00

  • Ed Sheeran เผยว่าเขาไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถืออีกเลยตั้งแต่ปี 2015

  • Ed Sheeran เปิดใจถึงคดีลิขสิทธิ์ที่เคยถูกฟ้องเมื่อปี 2015 ในผลงานเพลง "Thinking Out Loud" ซึ่งยืดเยื้อนานถึง 8 ปี

Ed Sheeran เผยเหตุผลที่เขาไม่มีมือถือใช้มาตั้งแต่ปี 2015 โดยทั้งหมดเริ่มจากคดีฟ้องร้อง 100 ล้านดอลลาร์

ใครจะไปคิดว่าจากคดีลิขสิทธิ์ระดับ 100 ล้านดอลลาร์จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของศิลปินระดับโลกผู้หนึ่งไปตลอดกาล สำหรับ Ed Sheeran เรื่องราวทั้งหมดไม่ได้จบแค่ในชั้นศาลแต่ได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างที่ทำให้เขาตัดสินใจเลิกใช้โทรศัพท์มือถือตั้งแต่ปี 2015 แบบจริงจัง 

โดยล่าสุด Ed Sheeran ได้มีงานแสดงสามรอบที่ซิดนีย์ ต่อหน้าแฟนเพลงกว่า 70,000 คนในสนาม Accor Stadium เขาหยุดพักจากการเล่นเพลงฮิตอย่าง “Castle on the Hill”, “Shape of You” และ “Perfect” เพื่อเล่าเรื่องที่หลายคนอาจเคยเห็นผ่านข่าวแต่ยังไม่เคยได้ยินจากปากเขาแบบตรงๆ 

ย้อนกลับไปในปี 2015 เขาถูกฟ้องร้องในข้อหาว่าเพลง “Thinking Out Loud” ไปลอกเลียนองค์ประกอบจากเพลงคลาสสิกปี 1973 คือ “Let’s Get It On” ของ Marvin Gaye โดยคดีนี้ยืดเยื้อยาวนานถึง 8 ปีเต็มก่อนที่ในปี 2023 ศาลจะตัดสินว่าเขาไม่ได้ลอกเลียนผลงานใดๆ 

“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาถ้าคุณเห็นชื่อผมในข่าวมันอาจเกี่ยวกับคดีลิขสิทธิ์นี่แหละ” เขาบอกคนดูด้วยน้ำเสียงกึ่งจริงจัง “ผมโดนฟ้องว่าไปขโมยเพลงทั้งที่ผมไม่ได้ทำ และสิ่งเดียวที่ทำได้คือไปศาลเพื่อพิสูจน์ว่าผมไม่ได้ทำจริงๆ” 

กระบวนการทางกฎหมายบังคับให้ Ed Sheeran ต้องส่งมอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเพื่อการตรวจสอบข้อความและไฟล์ต่างๆ ซึ่งเขาก็ได้กล่าวแซวบนเวทีว่า “อย่างน้อยผมก็ดีใจที่ไม่มีอะไรแปลกๆ ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผมนะ”  

แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนอึ้งกว่าคือเขาเผยว่าไม่ได้เป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถืออีกเลยนับตั้งแต่ปี 2015  

ช่วงที่มาทัวร์ออสเตรเลียในยุคอัลบั้ม Multiply เขาจำได้ว่าหลังจบทัวร์เขาปิดมือถือเครื่องนั้นลงและบอกตัวเองว่า “ผมไม่อยากใช้มือถืออีกต่อไป” จากนั้นชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปอยู่บนอีเมลแทน เขาสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์โดยไม่พกสมาร์ตโฟนเหมือนคนทั่วไป 

หลายปีผ่านไปเมื่อศาลร้องขอหลักฐานเขาจึงต้องเปิดมือถือเครื่องเดิมอีกครั้ง และนั่นกลายเป็นช่วงเวลาที่เหมือนการเดินเข้าไปในไทม์แมชชีนว่าที่ผ่านมาเขาเคยทำอะไรมาบ้างในโทรศัพท์มือถือ  

“มันเหมือนย้อนกลับไปในปี 2015 แต่จริงๆ แล้วย้อนไปถึงปี 2007 ตอนที่ผมเริ่มใช้เบอร์นี้ส่งข้อความครั้งแรก” เขาเล่าว่าเจอข้อความเก่ากับเพื่อนบางคนที่เสียชีวิตไปแล้วรวมถึงบทสนทนากับสมาชิกครอบครัวที่ไม่ได้พูดคุยกันมานานหลายปี ทุกอย่างถูกแช่แข็งอยู่ในมือถือเครื่องเล็กๆ เครื่องนั้น 

ประสบการณ์ที่ทั้งสะเทือนใจและชวนให้คิดกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของเพลง “Old Phone” หนึ่งในเพลงจากอัลบั้ม Play เมื่อปี 2025 ซึ่งเขานำมาแสดงกลางสเตเดียมคืนนั้น 

Ed Sheeran บอกกับแฟนๆ ว่าทุกครั้งที่มีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นในชีวิตเขาจะเขียนเพลงเกี่ยวกับมันและนั่นช่วยทำให้เรื่องร้ายๆ มีความหมายขึ้นมา  

นอกจากเรื่องคดีเขายังไม่ลืมบอกความรู้สึกที่มีต่อออสเตรเลีย ประเทศที่เขาบอกว่าเป็นหนึ่งในที่แรกๆ นอกสหราชอาณาจักรที่เปิดรับเพลงของเขาตั้งแต่ตอนที่เขาอายุเพียง 19 หรือ 20 ปี “ไม่ว่าจะวันไหนโอกาสไหนคนดูที่นี่ก็เต็มที่เสมอ”  

ก่อนจะทิ้งท้ายแบบขี้เล่นตามสไตล์ว่า “ถ้าพรุ่งนี้เสียงคุณยังไม่แหบแปลว่าผมทำหน้าที่ไม่สำเร็จ” 

จากคดีฟ้องร้องที่เคยเป็นข่าวใหญ่บนไทม์ไลน์ตอนนี้มันได้กลายเป็นบทเพลงที่เปลี่ยนความทรงจำให้กลายเป็นศิลปะ และจากมือถือเครื่องหนึ่งที่ถูกปิดทิ้งไว้ในปี 2015 นำไปสู่การตัดสินใจใช้ชีวิตแบบออฟไลน์ในโลกที่มีการออนไลน์ตลอดเวลา เรื่องของ Ed Sheeran ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวคอนเสิร์ตแต่คือบทพิสูจน์ว่าบางครั้งเรื่องร้ายๆ ก็พาเราไปเจอเพลงที่ดีที่สุดในชีวิตได้เหมือนกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์