ตราแผ่นดิน ย้อนรอย "โลโก้ประเทศไทย" เวอร์ชันคลาสสิกที่ไม่ได้มีดีแค่สวย

25 เม.ย. 2569 - 11:46

  • ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ช่วงปี พ.ศ. 2416 สยามได้สร้าง "ตราอาร์ม" (The Coat of Arms of Siam) ขึ้นเพื่อแสดงตัวตนของรัฐในเวทีนานาชาติท่ามกลางแรงกดดันจากลัทธิล่าอาณานิคม

ตราแผ่นดิน ย้อนรอย "โลโก้ประเทศไทย" เวอร์ชันคลาสสิกที่ไม่ได้มีดีแค่สวย

ถ้าพูดถึง "ตราแผ่นดิน" ทุกคนคงนึกถึง "ตราครุฑ" ที่เห็นตามหน้าหนังสือราชการหรือพาสปอร์ตใช่ไหม? แต่รู้หรือไม่ว่าสมัยรัชกาลที่ 5 เราเคยมีตราแผ่นดินสุดเท่ที่หน้าตาเหมือนหลุดมาจากยุโรป เรียกว่า "ตราอาร์ม" (The Coat of Arms of Siam) มาก่อน

วันนี้จะพาทุกคนไปแกะรอยกันว่าตรานี้มาจากไหน แล้วทำไมถึงกลายมาเป็นเครื่องหมายหน้าหมวกตำรวจในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้น: เมื่อสยามอยากอินเตอร์

ในช่วงปี พ.ศ. 2416 (รัชกาลที่ 5) ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับลัทธิล่าอาณานิคมจากตะวันตก พระองค์จึงทรงพระราชดำริที่จะสร้างสัญลักษณ์ของรัฐให้เป็นสากลเพื่อแสดงว่าสยามเราเป็นประเทศที่ศิวิไลซ์แล้ว โดยตรานี้ถูกออกแบบโดย หม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย ผู้นำเอาศาสตร์การออกแบบตราอาร์มแบบยุโรป (Heraldry) มาผสมกับซอฟต์พาวเวอร์ของไทยแบบจัดเต็ม

Coat-Of-Arms-in-Thailand-SPACEBAR-Photo01.jpg

เจาะลึกสัญลักษณ์ในตรา (Hidden Meanings)

เห็นรายละเอียดเยอะๆ แบบนี้ทุกอย่างมีความหมายซ่อนอยู่ทั้งหมด

ด้านบนสุด: พระมหาพิชัยมงกุฎ พร้อมรัศมีและฉัตร 7 ชั้นสองข้าง สื่อถึงความเป็นราชาธิปไตยที่เป็นศูนย์กลางจักรวาล

ใต้มงกุฏ มี "จักร" และ "ตรี" ซ้อนกันอยู่ บ่งบอกชัดเจนว่าเป็น "ราชวงศ์จักรี"

ตัวโล่ (The Shield): แบ่งเป็นสามส่วนแทนอาณาเขตในตอนนั้น 1. ช้างสามเศียร (เอราวัณ): แทนสยาม (เหนือ, กลาง, ใต้) 2. ช้างเผือก: แทนลาว (ประเทศราชในอดีต) 3. กริชไขว้: แทนมลายู (ประเทศราชทางใต้)

ผู้พิทักษ์ข้างโล่: ราชสีห์ (ซ้าย): แทนฝ่ายพลเรือน (มหาดไทย) คชสีห์ (ขวา): แทนฝ่ายทหาร (กลาโหม) สายสร้อยรอบโล่: คือเครื่องราชอิสริยาภรณ์นพรัตนราชวราภรณ์และจุลจอมเกล้า สื่อถึงศาสนาพุทธและระบบเกียรติยศของข้าราชการ

คติพจน์ด้านล่าง: เป็นภาษาบาลีว่า "สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา" แปลแบบสั้นๆ ได้ว่า "รวมพลังกันเพื่อความเจริญ" (Unity is Power นั่นเอง)

ตอนนี้ตรานี้หายไปไหน ?

หลังจากใช้ไปได้สักพักรัชกาลที่ 5 ทรงรู้สึกว่าตรานี้แลดูฝรั่งเกินไป ไม่ค่อยมีความเป็นไทยแท้เท่าที่ควรจึงโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกและเปลี่ยนมาใช้ "ตราครุฑพ่าห์" แบบที่เราเห็นกันจนถึงทุกวันนี้แทน

แต่ตราอาร์มก็ไม่ได้หายไปไหน ปัจจุบันถูกส่งต่อมาเป็นเครื่องหมายหน้าหมวกของเหล่าข้าราชการตำรวจและยังพบเห็นได้บ่อยๆ ตามเหรียญกษาปณ์เก่าๆ เช่น เหรียญ 1 บาท หรือเหรียญ 25/50 สตางค์รุ่นคลาสสิก (ลองรื้อกระเป๋าสตางค์มาส่องดูได้!)

ตราอาร์มคือโปรเจกต์ "Rebranding" ครั้งใหญ่ของสยามในอดีตที่พยายามผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกเข้ากับเอกราชของไทยได้อย่างล้ำสมัย แม้จะไม่ได้เป็นตราหลักแล้วแต่ความหมายเรื่องความสามัคคีและการปกป้องแผ่นดินก็ยังคงความขลังไม่แตกต่างจากเดิม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์