จุดเริ่มต้นของ ‘โบนัสประจำปี’ สิ่งที่วัยทำงานทุกคนคาดหวัง

2 ม.ค. 2569 - 04:01

  • วัฒนธรรมการแจกโบนัส อาจจะเป็นผลพวงมาจากเทศกาล Boxing Day ของชาวอังกฤษ ที่นายจ้างจะเอาเงินใส่ในกล่องของขวัญที่คนรับใช้นำมามอบให้ หลังจากกลับมาจากการฉลองวันคริสต์มาส เพื่อแสดงความขอบคุณที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี

  • การแจกโบนัสเริ่มมาแพร่หลายมากขึ้นในโลกธุรกิจ ในช่วงศตวรรษที่ 20 เพื่อเป็นแนวทางสำหรับบริษัทต่างๆ ในการจูงใจและรักษาพนักงานไว้

  • การแจกโบนัสตามกฎหมายประเทศไทยนั้น ไม่ได้มีการบังคับให้บริษัททุกบริษัทต้องจ่ายโบนัส เพราะโบนัสไม่ใช่ค่าจ้าง จึงไม่ผิดอะไร ถ้าหากบางบริษัทจะพิจารณาไม่ออกโบนัสประจำปีให้

จุดเริ่มต้นของ ‘โบนัสประจำปี’ สิ่งที่วัยทำงานทุกคนคาดหวัง

ปีที่ผ่านมาใครได้โบนัสแล้วบ้าง!!? เนื่องด้วยเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซาเพราะการบริหารงานของทีมรัฐบาลที่ยังเน้นย้ำที่การสร้างซอฟต์พาวเวอร์จนลืมมองเศรษฐกิจด้านอื่นๆ ทำให้อีกหลากหลายธุรกิจยังคงฟื้นตัวได้ยาก  

แน่นอนว่าบางธุรกิจมีการเติบโตอย่างมากจนพนักงานในบริษัทต่างได้รับโบนัสเป็นขวัญกำลังใจช่วงปลายปีและต้นปีกันแบบถ้วนหน้า แต่หลายบริษัทกลับต้องของดการแจกโบนัสเพราะประสบภาวะขาดทุนหรือยอดรายได้ของบริษัทไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้   

ว่าด้วยเรื่อง ‘โบนัส’ ที่หลายๆ คนนั่งฝันถึงนั่งคำนวณกันว่าปีนี้จะได้เท่าไหร่ เราขอพาไปทำความรู้จักกับวัฒนธรรมการแจกโบนัสกัน   

คำว่า Bonus มาจากภาษาละตินที่ออกเสียงเหมือนกัน พบในภาษาอังกฤษตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 18 มีความหมายถึงการจ่ายเงินหรือรางวัลที่มอบให้นอกเหนือจากค่าตอบแทนหรือเงินเดือนตามปกติ ถือเป็นสิ่งจูงใจและสร้างกำลังใจแก่คนทำงานที่ได้รับการยอมรับในผลงานที่ดี  

การแจกโบนัสเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในโลกธุรกิจในช่วงศตวรรษที่ 20 เพื่อเป็นแนวทางสำหรับบริษัทต่างๆ ในการจูงใจและรักษาพนักงานไว้โดยสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน  

เงินโบนัส แบ่งออกเป็นสองแบบคือ แบบจ่ายคงที่ หรือ Fixed Bonus และแบบจ่ายผันแปร หรือ Variable Bonus   

แบบจ่ายคงที่ คือการนำผลกำไรที่ตัดส่วนออกมาจากการทำยอดได้ตลอดทั้งปีมาหารเฉลี่ยให้กับพนักงานทุกคนในอัตราส่วนเท่าๆ กัน ข้อเสียคือการจ่ายเท่ากันทำให้พนักงานบางส่วนที่คิดว่าตนเองทำงานมากกว่า ขยันกว่า หรือทำยอดได้มากกว่ารู้สึกถึงความเสียเปรียบ  

แบบจ่ายผันแปร คือการนำผลกำไรที่ตัดส่วนออกมาจากการทำยอดได้ตลอดทั้งปีมาแบ่งจ่ายให้กับพนักงานแต่ละคนตามผลงานที่ได้สร้างไว้ โดยอิงจากผลประเมินรายบุคคลเป็นตัวชี้วัดจำนวนโบนัส ที่จะแจกจ่ายให้แต่ละคนโดยจะได้ไม่เท่ากัน จำนวนเงินโบนัสที่ได้นั้นส่วนมากนายจ้างจะพิจารณาแจกแบบจำนวนครึ่งเดือนหรือหนึ่งเดือน แต่ก็มีพนักงานที่สร้างผลงานจนโดดเด่นอาจจะได้มากกว่านั้น และอาจจะมีบางคนได้มากถึงหกเดือนหรือหนึ่งปี  

การแจกโบนัสตามกฎหมายประเทศไทยนั้นไม่ได้มีการบังคับให้ทุกบริษัทต้องจ่ายโบนัส เพราะโบนัสไม่ใช่ค่าจ้าง จึงไม่นับว่าผิดอะไรถ้าหากบางบริษัทจะพิจารณาไม่ออกโบนัสประจำปีให้   

ในความเป็นจริงการแจกเงินโบนัสประจำปีอาจจะมีที่มาโดยต่อยอดมาจากเทศกาลวัน Boxing Day หรือวันเปิดกล่องของขวัญของชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ที่ประเทศอังกฤษยังมีนายจ้างและคนรับใช้อยู่ ในวันเปิดกล่องของขวัญนั้นนายจ้างจะนำเงินใส่ในกล่องของขวัญที่คนรับใช้นำมามอบให้หลังจากกลับมาจากการฉลองวันคริสต์มาสเพื่อแสดงความขอบคุณที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี   

จุดประสงค์ของเทศกาลวันเปิดกล่องของขวัญนับว่าเป็นจุดประสงค์เดียวกับการแจกโบนัส นั่นคือการแสดงความขอบคุณที่ทำงานอย่างหนักมาตลอดทั้งปี แนวคิดนี้เปรียบได้เช่นเดียวกับการแจกโบนัสของบริษัทที่ต้องการขอบคุณพนักงานที่สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทจนมีผลกำไรที่เติบโต   

สำหรับประเทศไทยถ้าหากได้อ่านข่าวหรือดูข่าวผ่านทางสื่อต่างๆ คงจะเคยได้ยินได้ฟังข่าวว่าตามโรงงานใหญ่ๆ มักจะมีการแจกโบนัสแต่ละปีกันแบบชนิดที่ว่าคนได้รับไปสามารถตั้งตัวได้ บางคนเพียงแค่เงินโบนัสก็สามารถออกรถคันใหม่ได้เลย การแจกโบนัสแบบจัดหนักจัดเต็มแบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกำไรในปีที่ผ่านมาของแต่ละบริษัทได้เป็นอย่างดี 

ปีที่ผ่านมาคุณได้โบนัสกันหรือไม่ ได้เท่าไหร่กันบ้าง มาแชร์กันหน่อยสิ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์