ต้องบอกว่าเป็นที่ฮือฮาไม่น้อยสำหรับการรับสมัครผู้สนใจ ‘บวชพระแก้บน’ โดยหลังจากมีการโพสต์ออกไปไม่นานก็ได้กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ด้วยใจความว่า “รับสมัคร #บวชพระแก้บน ระยะเวลา ๑ เดือน {จำนวน ๓ ท่าน} จ่ายคนละ ๑ แสน”

แน่นอนว่าโพสต์นี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามทั้งยอดไลก์ ยอดแชร์ รวมไปถึงมีการตอบในช่องคอมเมนต์กันสนั่นไปหมดทั้งถามว่า ‘จริงเหรอ?’ หรือบางคนก็พร้อมบวชด้วยการบอกว่า ‘โกนหัวรอแล้วครับ’ เป็นต้น เนื่องจากระยะเวลาที่บวชไม่ได้ถือว่านานมากกับเวลาแค่หนึ่งเดือนแต่ได้ค่าตอบแทนสูงสุดๆ
โดยทางด้านเจ้าของโพสต์ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกรอบหลังจากที่มีกระแสถล่มทลายด้วยการชี้แจงเพิ่มเติมว่า เขาเป็นแค่คนรับดำเนินการหรือคนกลางในเรื่องนี้เท่านั้น ไม่ได้เป็นคนที่ต้องการจะแก้บนเอง พร้อมขอบคุณทุกคนที่สนใจและสอบถามกันเข้ามามากมาย
พอมีเรื่องนี้เกิดขึ้นจึงเกิดคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ออกมาว่า แล้วคนที่บวช ‘จะได้บุญไหม?’ ถ้าพูดตามหลักพระพุทธศาสนาที่หลายๆ คนรู้จักกันก็น่าจะต้องบอกว่า ‘มีโอกาสได้บุญ’ แต่ก็ต้องดูประกอบกับหลายประเด็น อย่างเช่น เจตนากับการประพฤติตนระหว่างบวช ยกตัวอย่างคือแม้จะเป็นการบวชแก้บนแต่ถ้าผู้ที่บวชตั้งใจที่จะรักษาศีล ศึกษาพระธรรม ฝึกจิตสมาธิ และทำความดี ก็จะทำให้การบวชนั้นก็สามารถเป็นบุญได้ เพราะเหตุผลที่เริ่มบวชไม่ได้ทำให้การทำดีหลังจากนั้นกลายเป็นบาป
ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าการบวชเป็นพระก็มีทั้ง ‘พระที่ดี’ และ ‘พระที่ไม่ดี’ หลายครั้งเราเห็นเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นจากคนเป็นพระ ไม่ว่าจะเป็นการโกงเงิน เสพยา หรือ มีสัมพันธ์กับสีกา ซึ่งก็มีทั้งพระระดับชั้นผู้น้อยไปจนถึงพระระดับสูงๆ อย่างเจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะอำเภอ
ดังนั้นประเด็นการบวชแก้บนสามารถสรุปสั้นๆ ได้ว่า การจะได้บุญหรือไม่ได้บุญขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้บวชภายใต้เวลาครองผ้าเหลือง แม้เจตนาตอนแรกจะตั้งใจบวชเพื่อหวังเงินค่าตอบแทน แต่ถ้าการประพฤติตนหลังจากบวชเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจทำดีก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ทว่าสุดท้ายแล้วไม่ควรคิดแค่ว่าบวชเพราะบนไว้จะได้บุญก้อนใหญ่ เนื่องจากตามหลักพุทธศาสนานั้นเจตนาและการกระทำคือสิ่งสำคัญ บุญไม่ได้อยู่ที่เครื่องแบบ





