ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุมาอย่างยาวนานโดยกำหนดให้วันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็น “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ก่อนที่นานาชาติจะมีวันผู้สูงอายุสากลเสียอีก การเลือกวันเดียวกับ “วันมหาสงกรานต์” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่สะท้อนถึงการผสานนโยบายรัฐเข้ากับวัฒนธรรมไทยอย่างลงตัวเพราะนี่คือช่วงเวลาที่ครอบครัวกลับมารวมตัวกันเพื่อให้ลูกหลานได้แสดงความกตัญญูผ่านพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่
สัญลักษณ์ของวันนี้คือ “ดอกลำดวน” ยิ่งตอกย้ำมุมมองเชิงบวกต่อผู้สูงอายุ เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ยืนยาวแข็งแรงและยังคงงดงามแม้ผ่านกาลเวลาเช่นเดียวกับผู้สูงวัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และคุณค่า
อย่างไรก็ตามภาพของสังคมไทยวันนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” แล้วจากจำนวนผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมดหรือราว 13 ล้านคนและยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี การเปลี่ยนแปลงนี้นำมาซึ่งความท้าทายรอบด้านทั้งเรื่องรายได้ที่ไม่เพียงพอ การไม่มีเงินออม ภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ รวมถึงจำนวนผู้สูงอายุที่ยังต้องทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ
ภาครัฐพยายามรับมือผ่านนโยบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งกรมกิจการผู้สูงอายุ โครงการดูแลผู้สูงวัยในชุมชน การส่งเสริมการจ้างงานและการพัฒนาทักษะใหม่ๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรี ขณะเดียวกันเทศกาลสงกรานต์ก็ยังคงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้ครอบครัวได้กลับมาเชื่อมโยงกันอีกครั้ง
ในอนาคตไทยกำลังมุ่งสู่ “สังคมผู้สูงอายุระดับสูง” ซึ่งจะยิ่งทำให้บทบาทของผู้สูงอายุมีความสำคัญมากขึ้นไปอีก วันผู้สูงอายุแห่งชาติจึงไม่ใช่แค่วันเชิงสัญลักษณ์แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมหันมาเห็นคุณค่าของคนรุ่นก่อนพร้อมร่วมกันออกแบบอนาคตที่ทุกช่วงวัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง
เพราะสุดท้ายแล้วผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระของสังคมแต่คือรากฐานสำคัญที่พาเรามาถึงวันนี้และยังคงเป็นพลังเงียบที่หล่อเลี้ยงสังคมไทยต่อไปในวันข้างหน้า




