กรณีการดำเนินงานของ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการเหล็กหลายฝ่ายยังคงติดตามความคืบหน้าของโรงงานแห่งนี้อย่างใกล้ชิด โดยก่อนหน้านี้โรงงานถูกสั่งปิดดำเนินการเมื่อปี 2568 ภายใต้พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงในประเด็นที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดของภาครัฐ
ล่าสุด บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินกิจการผลิตเหล็กเส้นได้อีกครั้ง หลังดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้ครบถ้วน
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การอนุญาตให้บริษัทกลับมาเปิดดำเนินการครั้งนี้ เป็นไปตามกระบวนการและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 โดยเมื่อผู้ประกอบการได้ดำเนินการแก้ไขตามข้อกำหนดเรียบร้อยแล้ว จึงสามารถกลับมาประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม แม้การอนุญาตจะเป็นไปตามขั้นตอนของภาครัฐ แต่ยังคงมีข้อสงสัยจากประชาชน ผู้ประกอบการ และกลุ่มสมาคมอุตสาหกรรมเหล็กจำนวน 10 สมาคม เกี่ยวกับรายละเอียดของกระบวนการพิจารณาและมาตรการกำกับดูแลภายหลังการกลับมาเปิดดำเนินกิจการ
ด้วยเหตุนี้ วราวุธจึงได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมต่อสาธารณชน โดยเฉพาะรายละเอียดในขั้นตอนการตรวจสอบ การประเมินมาตรฐาน และเงื่อนไขที่ใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเกิดความเข้าใจตรงกัน
วราวุธ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล็ก รวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าเหล็กดังกล่าวจะมาจากกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีรูปแบบใดก็ตาม จำเป็นต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานที่กำหนดและสามารถตรวจสอบได้
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งพิจารณามาตรการเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ และการใช้งานผลิตภัณฑ์เหล็ก เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของตลาด และลดข้อกังวลของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเดินทางเยือนประเทศเวียดนาม จะติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อประเมินว่าการชี้แจงข้อมูลและมาตรการสร้างความเชื่อมั่นได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด และมีประเด็นใดที่ต้องเร่งดำเนินการเพิ่มเติม
สำหรับภาคอุตสาหกรรมเหล็ก การกลับมาเปิดดำเนินการของโรงงานขนาดใหญ่ถือเป็นปัจจัยที่มีผลต่อห่วงโซ่อุปทานและการแข่งขันในตลาด อย่างไรก็ตาม ประเด็นด้านมาตรฐาน คุณภาพสินค้า และความปลอดภัย ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ และเป็นเงื่อนไขหลักในการสร้างความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทยในระยะยาว




