คนไทย เอาไงดี กับ cyber war  ตุนของ ถอนเงิน จำเป็นไหม

2 พ.ย. 2569 - 11:06

  • การรับมือการโจมตีแบบ Total Defense ภัยไซเบอร์ไม่เหมือนชายแดนทั่วไปที่รู้ว่าข้าศึกจะมาจากไหน เซิร์ฟเวอร์ทุกตัว ประชาชนทุกคนสามารถตกเป็นเหยื่อ ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเต็มที่ 

  • ไทยมีความพร้อมตั้งแต่มีการออกกฎหมายป้องกันภัยไซเบอร์ เพื่อเตรียมความพร้อม แต่การรับมือภัยยุคปัจจุบัน กภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเต็มที่

  • การกักตุนอาหาร การสำรองเงิน สามารถทำได้ เพื่อสำรองไว้ใช้เมื่อจำเป็นไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก ตุนของมากเกินไป หรือ ถอนเงินไปเก็บไว้ที่บ้าน

คนไทย เอาไงดี กับ cyber war  ตุนของ ถอนเงิน จำเป็นไหม

เชื่อว่าหลายคนคงตั้งคำถามกับชีวิตตอนนี้ เราต้องตุนอาหารหรือยัง ถอนเงินสดมาเก็บดีไหม ต้องย้ายบ้านหนีหรือเปล่า 

SPACEBAR สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ และความมั่นคงเครือข่ายระดับประเทศ เกี่ยวกับแนวทางการรับมือข่าวที่เกิดขึ้นในเวลานี้ 

จริงๆแล้วความพร้อมของประเทศไทยมีแค่ไหน

ความจริงคือ เรามีความตื่นตัวเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559–2560 เราถึงได้ผลักดัน พ.ร.บ.ไซเบอร์ ออกมา เพราะรู้ว่าหากไม่มีกฎหมายเตรียมความพร้อม ประเทศจะไม่รอดพ้นจากสงครามไซเบอร์  ดังนั้นเรารับมือมันมานานแล้ว

“การรับมือแบบ Total Defense ภัยไซเบอร์ไม่เหมือนชายแดนทั่วไปที่รู้ว่าข้าศึกจะมาจากไหน เพราะเซิร์ฟเวอร์ทุกตัว หรือประชาชนทุกคนสามารถตกเป็นเหยื่อได้ ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเต็มที่  ”

วันนี้เทคโนโลยีฉลาดกว่าเดิม ต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปยังไง

เทคโนโลยีอย่าง AI พัฒนาไปมาก การรับมือจึงไม่ใช่แค่การบอกว่าจะทำอะไรแบบกว้างๆ หรือเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสัปดาห์เหมือนในอดีต แต่กระบวนการอัปเดตและแก้ไขช่องโหว่ต้องทำให้เสร็จได้ภายในระดับ "ชั่วโมง" เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการโจมตีด้วย AI (AI-enabled attack) ที่รวดเร็วและคาดเดายากขึ้น  

เอายังไงดีกับคำเตือนตุนของ ถอนเงินมาเก็บ  

การเตรียมตัว เป็นเรื่องดี แต่ การตื่นตระหนกไม่ดี การตื่นตระหนกถึงขั้นถอนเงินสดทั้งหมดมาเก็บไว้ที่บ้านหรือกักตุนเสบียงจำนวนมากไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง

“ไม่มีประเทศไหนแนะนำ ให้ประชาชนถอนเงินออกมาทั้งหมด หรือ กักตุนอาหารเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ทรัพยากรขาดแคลนและระบบสะดุด นั่นแหละความวุ่นวายของจริง สิ่งที่ควรทำคือการรู้เท่าทัน มีเงินสำรองในบัญชี มีเงินติดบ้านไว้บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะถ้าเกิดระบบติดขัดซึ่งไม่นาน จะได้ไม่ลำบาก มีเงินซื้อของได้ และสำรองอาหารให้พอกับระยะ พอควรไม่ใช่เงินเอาทั้งมาเก็บที่บ้าน แค่ “เผื่อจำเป็น” ที่สำคัญกว่า คือ รู้ว่าซอฟต์แวร์หรือระบบที่เราใช้งานอยู่นั้นมีเวอร์ชันใดที่อาจได้รับผลกระทบหรือไม่ แล้วอัพเดต”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์