ไทยต้องปฏิรูปอะไรบ้างก่อนเข้า OECD

11 ส.ค. 2569 - 12:31

  • ฐบางต้องโปร่งใส  เปลี่ยนจาก ประเทศที่มีกฎ และ กฎทำงานจริง โจทย์ใหญ่ที่สุดของไทยอาจไม่ใช่เรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือ ธรรมาภิบาล

  • เศรษฐกิจและการแข่งขัน ของประเทศใน OECD ต้องทุบกำแพงผูกขาด สร้างสนามที่เท่าเทียม

  • ปัญหาของไทยไม่ใช่การ "ไม่มีนโยบาย" แต่ปัญหาคือ "นโยบายยังไม่ถูกแปลงเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้"

ไทยต้องปฏิรูปอะไรบ้างก่อนเข้า OECD

สู่มาตรฐานโลก ไทยต้อง "รื้อ-ปรับ-เปลี่ยน" อะไรบ้างก่อนเข้า OECD

การประกาศเดินหน้าเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) ของไทย ไม่ใช่แค่การยื่นใบสมัครเข้าชมรมประเทศพัฒนาแล้ว แต่เรากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "Technical Phase" หรือการตรวจข้อสอบเชิงเทคนิค OECD จะไม่ได้ดูแค่ว่า "เรามีกฎหมายหรือไม่" แต่จะเจาะลึกว่า "กฎหมายนั้นใช้งานได้จริงแค่ไหน?" นี่คือบททดสอบครั้งใหญ่ 26 ด้าน ที่รัฐบาลและระบบเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญ

4 โจทย์ใหญ่ที่ไทยต้อง "ผ่าตัด" โครงสร้าง

หากยึดตาม Roadmap for the OECD Accession Process ที่ออกมาเมื่อกลางปี 2567 เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การก็อปปี้ประเทศอื่น แต่คือการทำให้มาตรฐานของไทย "เข้าใกล้" แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practice) ใน 4 แกนหลักคือ รัฐบางต้องโปร่งใส  เปลี่ยนจาก "ประเทศที่มีกฎ" เป็น "ประเทศที่กฎทำงานจริง" โจทย์ใหญ่ที่สุดของไทยอาจไม่ใช่เรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือ ธรรมาภิบาล (Governance) ต้านคอร์รัปชัน  มีกฎหมายไม่พอ แต่หน่วยงานตรวจสอบต้องอิสระจริง คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสได้จริง และบทลงโทษต้องศักดิ์สิทธิ์ ระบบสถิติ รัฐบาลยุค Data-Driven ต้องมีฐานข้อมูลที่แม่นยำ ทันเวลา เชื่อมโยงกัน และตรวจสอบได้

เศรษฐกิจและการแข่งขัน ทุบกำแพงผูกขาด สร้างสนามที่เท่าเทียม

การแข่งขันที่เป็นธรรม กติกาต้องเอื้อให้รายใหม่เข้าตลาดได้ ธุรกิจ SME ต้องมีสิทธิแข่งกับบริษัทใหญ่หรือรัฐวิสาหกิจได้อย่างสูสี ลดต้นทุนแฝงและใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น (Red Tape)

การลงทุนและการค้า  ขยับจาก "ฐานการผลิตรับจ้าง" สู่ "ฐานธุรกิจมูลค่าสูง" กติกาการลงทุนต้องโปร่งใสและเชื่อม SME ไทยเข้ากับห่วงโซ่โลก

ภาษีและการคลัง  รัฐต้องหาเงินให้ทันรายจ่ายของอนาคต (เช่น สังคมสูงวัย) ฐานภาษีต้องกว้างขึ้น และระบบต้องเป็นธรรม

ทุนมนุษย์และสิ่งแวดล้อม  โฟกัสที่ "คุณภาพ" ตลาดแรงงาน: นี่คือหนึ่งในโจทย์หินของไทย ทำอย่างไรให้ "แรงงานนอกระบบ" (Informal Economy) ไหลเข้าสู่ระบบ มีสวัสดิการ โดยที่นายจ้างไม่แบกต้นทุนจนพัง และต้องครอบคลุมถึง Gig Workers

การศึกษา เลิกผลิตคนเพื่อสอบ แต่ต้องผลิตคนให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจ AI, วิเคราะห์ข้อมูลได้ และเรียนรู้ตลอดชีวิต

สิ่งแวดล้อม (Climate Change)  นโยบายสีเขียวต้องเปลี่ยนเป็นการลดคาร์บอนจริงจัง ครอบคลุมตั้งแต่โรงไฟฟ้า อุตสาหกรรม ขนส่ง ไปจนถึงการเกษตร

 เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน ใช้เป็น และโปร่งใส

เศรษฐกิจดิจิทัล  ไม่ใช่แค่มีแอปพลิเคชันรัฐ แต่ต้องมี Governance—ข้อมูลต้องปลอดภัย คุ้มครองผู้บริโภค และรักษาสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับความเป็นส่วนตัว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เมกะโปรเจกต์ (รถไฟ, สนามบิน, Data Center) ต้องโปร่งใส แข่งขันจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นธรรม และสร้าง Productivity ให้ประเทศได้จริง

เช็กความพร้อม ไทยอยู่ตรงไหนในสายตา OECD

กลุ่มที่ค่อนข้างพร้อม (มีฐานที่ดี แต่ต้องปรับปรุงเพิ่ม) เศรษฐกิจมหภาค  แม้โครงสร้างจะแข็งแกร่ง แต่ยังมีโจทย์หลักที่ต้องจัดการ คือปัญหาหนี้ครัวเรือนและการเพิ่มรายได้ของภาครัฐ

กลุ่มระดับปานกลาง (มีระบบรองรับ แต่ต้องยกระดับ) การค้า สถิติ และสุขภาพ: ต้องมุ่งเน้นไปที่การเปิดตลาดรับการแข่งขันให้มากขึ้น, เตรียมระบบสาธารณสุขเพื่อรับมือสังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ และเร่งบูรณาการฐานข้อมูลภาครัฐให้เชื่อมโยงกัน

กลุ่มที่ต้องเร่งแก้ (เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแข่งขัน) การแข่งขันและธรรมาภิบาล: ต้องเร่งลดการผูกขาดของรายใหญ่, บังคับใช้กฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง และลดขั้นตอนหรือใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น (Red Tape)

ภาษี โครงสร้างพื้นฐาน และนวัตกรรม มีความท้าทายใหญ่ในการขยายฐานภาษีให้เป็นธรรม, สร้างความโปร่งใสในโปรเจกต์ขนาดใหญ่ของรัฐ และผลักดันการวิจัยและพัฒนา (R&D) ให้สร้างมูลค่าได้จริง

กลุ่มที่มีช่องว่างสูงมาก (ปัญหาเชิงโครงสร้างที่แก้ยากที่สุด) แรงงานและสิ่งแวดล้อม คือจุดอ่อนสำคัญ โดยไทยต้องหาทางดึงแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบเพื่อรับสวัสดิการ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างประเทศเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อสังเกตสำคัญ ปัญหาของไทยไม่ใช่การ "ไม่มีนโยบาย" (เรามีกฎหมายรองรับแทบทุกเรื่อง) แต่ปัญหาคือ "นโยบายยังไม่ถูกแปลงเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้"

ปี 2569 ปีเปลี่ยนเกม และคู่แข่งสำคัญอย่าง "อินโดนีเซีย"

ไทยตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากเข้าเป็นสมาชิกให้ได้ภายในปี 2571 (2028) แต่ต้องเข้าใจว่า OECD ไม่ได้มี Deadline ให้ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับว่าเรา "แก้กฎหมายและปรับตัว" ได้เร็วแค่ไหน

ที่สำคัญ เราไม่ได้วิ่งอยู่คนเดียว อินโดนีเซีย เปิดกระบวนการเจรจาไล่เลี่ยกับเรา แถมยังมีเครดิตจากการเป็น Key Partner ของ OECD มาตั้งแต่ปี 2007 เกมนี้จึงไม่ได้วัดกันที่ "ใครสมัครก่อน" แต่วัดที่ "ใครกล้าปฏิรูปและทำได้จริงมากกว่ากัน" (กรณีศึกษาอย่าง คอสตาริกา ใช้เวลาถึง 5 ปี และต้องรื้อกฎหมายการแข่งขันและภาษีครั้งใหญ่กว่าจะสอบผ่าน)

ประชาชนได้อะไรจากการเป็นสมาชิก OECD

การเข้า OECD ไม่ใช่แค่เรื่องเอาไว้ประดับโปรไฟล์ประเทศ หรือเป็นเพียงโปรเจกต์ของกระทรวงการต่างประเทศ แต่มันคือ Stress Test ครั้งใหญ่ของระบบเศรษฐกิจไทย

ถ้ารัฐบาล "กล้า" ที่จะไปปรับแก้กติกาที่เคยเอื้อผลประโยชน์เดิมๆ สิ่งที่คนไทยจะได้สัมผัสคือ SME และภาคธุรกิจ เริ่มต้นธุรกิจง่ายขึ้น ต้นทุนแฝงลดลง แข่งขันได้แฟร์ขึ้นผู้บริโภค มีทางเลือกสินค้าและบริการมากขึ้นจากการลดการผูกขาด คนทำงาน สิทธิสวัสดิการครอบคลุมแรงงานรูปแบบใหม่มากขึ้น ประชาชนทั่วไป ได้เห็นรัฐบาลที่ใช้งบประมาณคุ้มค่า ตรวจสอบได้ และรับผิดรับชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง

ท้ายที่สุด คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ "ไทยจะได้เป็นสมาชิกเมื่อไร?" แต่คือ... "ก่อนจะได้เป็นสมาชิก เรากล้าที่จะเปลี่ยนตัวเองไปไกลแค่ไหนต่างหาก"

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์