อุตสาหกรรมวิดีโอเกมกำลังเดินหน้าเอาใจกลุ่มเกมเมอร์ยุค "มิลเลนเนียล" (Millennials) ที่เติบโตมากับภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ในยุค 80s และ 90s โดยล่าสุดพึ่งจะส่งเกมอินเดียนาโจนส์ (Indiana Jones) ลงตลาด และกำลังจะตามมาด้วย "จูราสสิค พาร์ค" (Jurassic Park) แต่ที่น่าจับตามองที่สุดในสัปดาห์นี้คือการกลับมาของสายลับ 007 ในเกมที่มีชื่อว่า "007 First Light"
"ผมเคยทำโปรเจกต์มาเยอะมาก แต่สายตาของผมยังคงจับจ้องไปที่เจมส์ บอนด์ เสมอ" ราสมุส โพลเซน (Rasmus Poulsen) อาร์ตไดเรกเตอร์ของเกม "007 First Light" ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในวันพุธนี้ กล่าว
โพลเซนในวัย 40 กว่า ๆ เป็นตัวแทนของนักพัฒนาเกมรุ่นปัจจุบันที่กำลังนำ "โลกในจินตนาการ" ที่พวกเขาเคยหลงใหลในวัยเด็กมาสร้างให้เป็นจริง ด้าน อเล็กซิส บล็องแชร์ (Alexis Blanchet) อาจารย์ด้านภาพยนตร์และสื่อจากมหาวิทยาลัย Sorbonne-Nouvelle ในปารีส ให้ความเห็นว่า เจมส์ บอนด์ เป็นตัวละครที่เหมาะกับวิดีโอเกมที่สุด เพราะคาแรกเตอร์ที่เต็มไปด้วยอาวุธ อุปกรณ์ไฮเทค รถหรู และเสน่ห์แพรวพราว ล้วนขับเคลื่อนให้ผู้เล่นต้อง "ลงมือทำ"
น่าสนใจว่าสายลับอังกฤษรายนี้ห่างหายไปจากวงการเกมนานกว่าทศวรรษ นับตั้งแต่เกม "Goldeneye" บนเครื่อง Nintendo 64 เมื่อปี 1997 ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ไว้ หลังจากนั้นเกมบอนด์ภาคต่อ ๆ มาก็ไม่เคยทำให้ผู้เล่นรู้สึก "ตื่นเต้นหรือประทับใจ" ได้อีกเลย และ "First Light" ยังถือเป็นเกมแรกของแฟรนไชส์บอนด์ภายใต้การดูแลของ Amazon นับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการสตูดิโอ MGM ในปี 2022
รีบูตเนื้อเรื่องใหม่ในเวอร์ชันเกม
เกม "First Light" พัฒนาโดย IO Interactive (ผู้สร้างเกมซีรีส์นักฆ่าชื่อดังอย่าง Hitman ) โดยตัวเกมจะพาย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นของเจมส์ บอนด์ ในเวอร์ชันที่ยังเป็นสายลับหนุ่มอวดดีและยังต้องพิสูจน์ตัวเอง
คีธ สจวร์ต (Keith Stuart) นักข่าวสายเกมและวัฒนธรรมจากหนังสือพิมพ์ The Guardian มองว่า "มันสมเหตุสมผลที่ก้าวแรกของ Amazon ในโลกของ 007 จะเริ่มที่วิดีโอเกม" เพราะในโลกภาพยนตร์ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้บทบาทและแรงจูงใจของสายลับอังกฤษในยุคปัจจุบันเริ่มมีความซับซ้อนและคลุมเครือจนกลายเป็นโจทย์ที่ยาก แต่ "เกมยุคใหม่สามารถก้าวข้ามความซับซ้อนเหล่านั้น และมอบประสบการณ์ที่แฟน ๆ ต้องการได้โดยตรง โดยไม่ต้องกังวลกับเส้นเรื่องที่พังหรือกรอบของเนื้อเรื่องภาพยนตร์"
เมื่อเกมเมอร์เริ่มมีอายุ... ตลาดเก่าจึงรีเทิร์น
การหยิบภาพยนตร์มาทำเป็นเกมไม่ใช่เรื่องใหม่ ยุคทองของเกมแนวนี้เคยเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 1980 ที่เกมมักจะวางจำหน่ายพร้อม ๆ กับภาพยนตร์ที่เข้าฉายในโรง ซึ่งบ่อยครั้งที่ตัวเกมมีคุณภาพย่ำแย่จนผู้เล่นรู้สึกเหมือนเป็นเพียงการเกาะกระแสเพื่อโกยเงิน จนกระทั่งกระแสนี้ค่อย ๆ ลดลงไปในช่วงต้นปี 2010
ข้อมูลจากบล็องแชร์ระบุว่า ระหว่างปี 1975 ถึง 2011 มีภาพยนตร์เพียง 547 เรื่องเท่านั้นที่ถูกนำไปสร้างเป็นเกมประมาณ 2,000 เกม (คิดเป็น 10% ของเกมทั้งหมดในยุคนั้น)
แต่การกลับมาของแฟรนไชส์ระดับตำนานในวันนี้ บล็องแชร์มองว่าไม่ใช่ "การสร้างสรรค์สิ่งใหม่" แต่เป็น "กลยุทธ์ตามปกติ" ของอุตสาหกรรมเกม
อายุเฉลี่ยของคนเล่นเกมนั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และสตูดิโอเกมก็รู้ดี
— อเล็กซิส บล็องแชร์ กล่าว
เพื่อความอยู่รอดในภาวะที่อุตสาหกรรมเกมซบเซามานานกว่า 2 ปี ค่ายเกมต่าง ๆ จึงต้อง "การันตีความสำเร็จ" ด้วยการใช้ตัวละครที่ผู้คนรู้จักและรักอยู่แล้ว แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีทั้งเกมที่ประสบความสำเร็จอย่าง Indiana Jones and the Great Circle หรือ Hogwarts Legacy และเกมที่ได้กระแสตอบรับก้ำกึ่งอย่าง Star Wars Outlaws ของค่าย Ubisoft แต่ทิศทางนี้แสดงให้เห็นว่า ในปีต่อ ๆ ไปเราจะยังคงได้เห็นเกมที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์คลาสสิกตบเท้าเข้าตลาดอีกเป็นจำนวนมาก





