ราคาผักก่อนกินเจ 2569 น้ำท่วมกระทบต้นทุนอาหาร

5 ต.ค. 2569 - 13:14

  • ฝนหนัก-น้ำท่วมกระทบผลผลิตและขนส่ง เพิ่มแรงกดดันต้นทุนตลอดห่วงโซ่อาหาร

  • ราคาขายส่งผักหลายชนิดเริ่มลด แต่ราคาถึงมือผู้บริโภคยังต้องติดตาม

  • กินเจเพิ่มความต้องการผัก พาณิชย์เร่งกระจายสินค้า-จัดอาหารราคาประหยัด

ราคาผักก่อนกินเจ 2569 น้ำท่วมกระทบต้นทุนอาหาร

น้ำท่วมเขย่าต้นทุนอาหาร จับตาราคาผักถึงจานเจ

ราคาขายส่งผักหลายรายการเริ่มลดลง หลังฝนหนักและน้ำท่วมกระทบแหล่งผลิต แต่การส่งผ่านราคาถึงตลาดสดและร้านอาหารยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เมื่อเทศกาลกินเจกำลังเพิ่มความต้องการ ท่ามกลางผลผลิตบางชนิดที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

ก่อนเทศกาลกินเจจะมาถึง สถานการณ์ผักสดกำลังสะท้อนแรงกดดันต่อเศรษฐกิจปากท้อง เมื่อฝนตกหนักและน้ำท่วมกระทบทั้งพื้นที่เพาะปลูก คุณภาพผลผลิต และเส้นทางขนส่ง ผลที่ตามมาจึงเกี่ยวข้องกับทั้งรายได้เกษตรกร ต้นทุนผู้ค้าและร้านอาหาร ตลอดจนค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค

แม้ข้อมูลจากกรมการค้าภายในระบุว่า ราคาขายส่งผักหลายรายการเริ่มลดลงจากระดับสูงสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ผักบางชนิดยังมีราคาสูง บางรายการเพิ่งเริ่มทรงตัว และบางรายการยังปรับขึ้น สถานการณ์จึงเป็นการคลี่คลายที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกัน ขณะที่ความต้องการผักมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงกินเจ

vegetable-prices-flood-jay-SPACEBAR-Photo01.jpg

ฝนหนักกระทบทั้งปริมาณ คุณภาพ และการขนส่ง

วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า พื้นที่เพาะปลูกสำคัญในภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและอุทกภัย ทำให้ปริมาณผักเข้าสู่ตลาดลดลง

แม้พื้นที่บางส่วนไม่ถูกน้ำท่วม แต่ฝนที่ตกต่อเนื่องก็ทำให้ผลผลิตเสียหายและคุณภาพลดลง โดยเฉพาะผักใบ ขณะเดียวกัน การขนส่งที่ใช้เวลานานขึ้นยังส่งผลต่อคุณภาพสินค้า และเป็นปัจจัยให้ราคาผักบางรายการปรับสูงขึ้น

vegetable-prices-flood-jay-SPACEBAR-Photo02.jpg

ปัญหานี้กระทบทั้งปริมาณที่เก็บเกี่ยวได้และปริมาณที่ยังมีคุณภาพพร้อมขายเมื่อถึงปลายทาง สำหรับสินค้าที่เน่าเสียง่ายอย่างผักสด ความล่าช้าระหว่างแปลงปลูกกับตลาดอาจเพิ่มความสูญเสีย และทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของสินค้าที่ขายได้สูงขึ้น

ราคาผักที่แพงขึ้นในภาวะนี้ จึงไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเสมอไป หากผลผลิตเสียหายจนเหลือขายน้อยลง ส่วนผู้ค้าก็ต้องบริหารความเสี่ยงจากสินค้าที่เสื่อมคุณภาพ ขณะที่ร้านอาหารต้องรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลง

กรมการค้าภายในจึงประสานเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลางสำคัญ ได้แก่ ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดศรีเมือง และตลาดล้านเมือง พร้อมติดตามพื้นที่น้ำท่วมขัง หากพบอุปสรรคในการนำผลผลิตออกสู่ตลาด จะประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าไปช่วยแก้ไข

มาตรการนี้มีความสำคัญต่อการรักษาความต่อเนื่องของสินค้า โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดกำลังต้องการผักเพิ่มขึ้น แต่ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ฝน ความพร้อมของแหล่งผลิต และการขนส่งในแต่ละพื้นที่

ราคาขายส่งเริ่มลง แต่ต้นทุนอาหารยังต้องติดตาม

ข้อมูลที่กรมการค้าภายในติดตามจากตลาดสี่มุมเมือง พบว่า ราคาขายส่งผักหลายรายการลดลงจากระดับสูงสุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น กะหล่ำปลีเขียว จาก 12 บาท เหลือ 8 บาทต่อกิโลกรัม พริกจินดาเขียว จาก 70 บาท เหลือ 42 บาท และพริกจินดาแดง จาก 50 บาท เหลือ 40 บาทต่อกิโลกรัม

ส่วนผักกาดขาวชนิดลุ้ยลดลงจาก 18 บาท เหลือ 17 บาทต่อกิโลกรัม และโหระพาจาก 170 บาท เหลือ 150 บาทต่อกิโลกรัม กรมการค้าภายในระบุว่า การปรับลดดังกล่าวสะท้อนปริมาณผักที่เริ่มเข้าสู่ตลาดมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผักใบและลำต้นอ่อนยังต้องติดตามใกล้ชิด แม้ต้นหอมลดลงจาก 150 บาท เหลือ 130 บาทต่อกิโลกรัม และใบกะเพราจาก 150 บาท เหลือ 120 บาทต่อกิโลกรัม แต่การลดลงจากระดับสูงสุดยังไม่เพียงพอจะสรุปว่าราคากลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

vegetable-prices-flood-jay-SPACEBAR-Photo03.jpg

ขณะที่ผักบุ้งจีนอยู่ที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม ผักบุ้งไทยอยู่ที่ 32 บาทต่อกิโลกรัม โดยเริ่มทรงตัวในช่วงวันที่ 3-4 ตุลาคม ส่วนใบแมงลักยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ล่าสุดอยู่ที่ 140 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากฝนหนักกระทบแหล่งผลิตหลัก ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง

ภาพดังกล่าวชี้ว่า ความเสี่ยงด้านราคายังแตกต่างกันตามชนิดผัก การบริหารสินค้าให้เพียงพอจึงต้องติดตามเป็นรายรายการ โดยเฉพาะชนิดที่เสียหายง่ายและมีข้อจำกัดด้านแหล่งผลิต

อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือ ราคาขายส่งที่ลดลงจะส่งผ่านถึงผู้บริโภคเมื่อใด เพราะข้อมูลข้างต้นเป็นราคาจากตลาดขายส่งแห่งหนึ่ง ยังไม่ใช่ราคาขายปลีกในทุกพื้นที่ และไม่สามารถใช้สรุปได้ทันทีว่าอาหารปรุงสำเร็จจะมีราคาลดลงตาม

ในทางต้นทุน ราคาที่ผู้บริโภคจ่ายยังเกี่ยวข้องกับค่าขนส่ง การคัดแยก ความสูญเสียระหว่างจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการประกอบอาหาร หากราคาวัตถุดิบยังผันผวน ผู้ประกอบการย่อมต้องประเมินต้นทุนก่อนตัดสินใจเรื่องราคาขาย

การติดตามสถานการณ์จึงควรครอบคลุมทั้งตลาดกลาง ตลาดสด และอาหารพร้อมรับประทาน เพื่อให้เห็นว่าการคลี่คลายของราคาต้นทางช่วยลดภาระที่ปลายทางได้จริงเพียงใด

กินเจเพิ่มแรงซื้อ ทดสอบความพร้อมของตลาด

เทศกาลกินเจเป็นช่วงที่ความต้องการผักและวัตถุดิบเจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากผลผลิตฟื้นตัวไม่ทัน หรือการขนส่งยังติดขัด ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาบางรายการได้อีก

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงสั่งการให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งการเชื่อมโยงผลผลิตให้เพียงพอ การตรวจสอบป้ายแสดงราคา และความเที่ยงตรงของเครื่องชั่ง เพื่อดูแลความเป็นธรรมในการซื้อขาย

ควบคู่กัน กรมการค้าภายในเตรียมจัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย : อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 ร่วมกับตลาดกลาง ตลาดสด ห้างค้าปลีกและค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ผู้ประกอบการอาหารอนาคต และร้านอาหาร

กิจกรรมครอบคลุมอาหารเจปรุงสุกในราคาประหยัด โปรโมชั่นวัตถุดิบและเครื่องปรุงเจลดสูงสุดกว่า 50% รวมถึงอาหารเจพร้อมรับประทานและผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกและช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน

การเพิ่มผลผลิตเข้าสู่ตลาดและการจัดสินค้าราคาประหยัดทำหน้าที่ต่างกัน ด้านหนึ่งช่วยบรรเทาความตึงตัวของวัตถุดิบ อีกด้านช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารในราคาที่เหมาะสม โดยผลที่เกิดขึ้นกับค่าครองชีพจะขึ้นอยู่กับความครอบคลุมของจุดจำหน่าย รายการสินค้า และปริมาณที่มีให้ซื้อจริง

สำหรับผู้บริโภค หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเครื่องชั่ง สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569

สถานการณ์ผักช่วงนี้ จึงเป็นบททดสอบความสามารถในการรับมือกับความเสียหายจากสภาพอากาศตลอดห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่การนำผลผลิตออกจากพื้นที่เสี่ยง การลดความสูญเสียระหว่างขนส่ง ไปจนถึงการดูแลราคาที่ประชาชนจ่าย

ราคาขายส่งที่เริ่มลดลงเป็นสัญญาณผ่อนคลาย แต่ความต่อเนื่องของผลผลิตและค่าอาหารที่ปลายทางจะเป็นตัวชี้ว่า ตลาดผ่านแรงกดดันจากน้ำท่วมและเทศกาลกินเจได้มากเพียงใด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์