‘วาเลนไทน์’ ไม่ใช่เพียงเทศกาลแห่งความรัก แต่ยังเป็น “วันพิเศษ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ” ของหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ ที่กิจกรรมส่งดอกไม้ มอบของขวัญ และการใช้เวลาร่วมกันของคู่รัก กลายเป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้เงินหมุนเวียนในท้องถิ่น
ทีมข่าว Spacebar Big City ลงพื้นที่ตลาดดอกไม้ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบว่าบรรยากาศปีนี้เต็มไปด้วยสีสันของดอกกุหลาบ เยอบีร่า และทานตะวัน และบรรดาเหล่านักเรียน นักศึกษา และวัยรุ่นจำนวนมากต่างไปเดินเลือกซื้อดอกไม้ เพื่อมอบให้คนพิเศษ รวมถึงใช้เป็นพร็อพถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดีย
สาคร วัฒนวงค์ ผู้ประกอบการร้านดอกไม้ เผย ปีนี้ถือว่าคึกคัก ลูกค้ามีทั้งสั่งจองล่วงหน้าและมาซื้อหน้าร้าน ส่วนใหญ่ยังเป็นวัยรุ่น พร้อมสะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ว่า ความต้องการดอกไม้ สอดคล้องเงินในกระเป๋า อยากได้ในราคาเท่าใดก็จะจัดให้ตามงบประมาณที่ลูกค้าตั้งไว้ เพราะทราบสภาพเศรษฐกิจไม่ค่อยดี หลายคนจึงเลือกลดปริมาณดอกไม้หรือเลือกซื้อที่ไม่แพง ส่วนใหญ่ก็จะไม่เกิน 1000 บาท นอกจากนี้ ยังแบ่งขายเป็นดอก ในราคาตั้งแต่ 30-10 บาท ด้วย

“เศรษฐกิจยังไม่ดี ลูกค้าหลายคนตั้งงบชัดเจน ร้านเลยจัดช่อให้ตามราคา ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1,000 บาท แต่ข้อดีคือกระแสโซเชียลช่วยดันยอดขาย เพราะวัยรุ่นนิยมซื้อดอกไม้ไปถ่ายรูป”
— สาคร กล่าว
ผู้ค้าหลายรายระบุว่า ดอกไม้ราคาย่อมเยาอย่างเยอบีร่าและทานตะวันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ขณะที่กุหลาบยังคงเป็น “ราชาแห่งวาเลนไทน์” แม้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งหันไปเลือกกุหลาบนำเข้า
ในมุมของต้นน้ำการผลิต แสนสุข ลีธนบดี เจ้าของสวนกุหลาบ สะท้อนภาพที่ต่างออกไป
“ราคากุหลาบไทยปีนี้ตกลงชัดเจน จากเดิม 25 ดอก 120 บาท เหลือเพียง 80 บาท ถือว่าย่ำแย่ที่สุดในรอบ 20 ปี”
— แสนสุข กล่าว

เขายอมรับว่าการแข่งขันจากกุหลาบนำเข้า โดยเฉพาะจากจีน เป็นแรงกดดันสำคัญ
“กุหลาบไทยคุณภาพไม่ได้ด้อย แต่ต้องแข่งกับสินค้านำเข้าที่สีสันหลากหลายและต้นทุนต่ำกว่า อยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลสมดุลตลาด”
— แสนสุข กล่าว
ด้านผู้บริโภคอย่าง ภัควลัญชญ์ ไชยเชษฐ ชาวเชียงใหม่ มองจากมุมการใช้งานจริง โดยชี้ถึงลักษณะดอกไม้ของไทยและจีนว่า ส่วนตัวแยกไม่ออกว่ากุหลาบไทยหรือจีน แต่ถ้าพัฒนาให้สีสวยและอยู่นานขึ้น คนก็น่าจะหันมาสนับสนุนของไทยมากขึ้น

ภาพรวมวันแห่งความรักในเชียงใหม่จึงสะท้อนทั้ง ‘โอกาส’ และ ‘ความท้าทาย’ ในเวลาเดียวกัน
โดย ‘โอกาส’ คือ บรรยากาศจับจ่ายที่ช่วยเติมความคึกคักให้เศรษฐกิจท้องถิ่น
ขณะที่ ‘ความท้าทาย’ คือ การแข่งขันและกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง
อย่างน้อยที่สุด วาเลนไทน์ปีนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ‘พลังของความรัก’ ยังสามารถแปรเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับพื้นที่ได้ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็สร้างรอยยิ้มให้ทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อได้ไม่น้อย




