สหรัฐบุกโจมตีอิหร่านซ้ำ ราคาน้ำมันดิบพุ่ง-หุ้นเอเชียดิ่ง เงินเฟ้อยิ่งน่าห่วง
สหรัฐอเมริกาเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอีกครั้งในวันอังคาร หลังจากอิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซและประกาศปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วเอเชียปรับตัวลดลงอย่างหนัก ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจผลักดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูงและธนาคารกลางทั่วโลกต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทรัมป์ขู่โจมตีหนัก ประกาศสหรัฐเป็น 'ผู้พิทักษ์ช่องแคบฮอร์มุซ'
ก่อนการโจมตีรอบล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ทางวิทยุเมื่อวันจันทร์ว่าสหรัฐจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักทั้งคืนวันจันทร์และต่อเนื่องถึงวันอังคาร จากนั้นทรัมป์ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าสหรัฐจะประกาศตนเป็น 'ผู้พิทักษ์ช่องแคบฮอร์มุซ' และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากสินค้าทุกชิ้นที่ผ่านช่องแคบแห่งนี้ โดยระบุว่าประเทศอื่นยังมีสิทธิ์ใช้เส้นทางนี้ได้อย่างเสรี
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ทิ้งท้ายในห้องทำงานโอวัลออฟฟิศว่าการเจรจาหาข้อตกลงกับเตหะรานยังเป็นไปได้ แม้การเจรจาก่อนหน้านี้จะสะดุดลง
ราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดหุ้นเอเชียร่วงหนัก
ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate ปรับตัวขึ้น 1.3% แตะ 79.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent North Sea Crude เพิ่มขึ้น 0.7% อยู่ที่ 83.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 9% ในวันจันทร์เพียงวันเดียว
ด้านตลาดหุ้น ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ดิ่งลง 2.6% โดย SK hynix บริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่ ราคาหุ้นร่วงกว่า 3% ต่อเนื่องจากที่ดิ่งลง 15% ในวันก่อน ขณะที่ตลาดโตเกียว ฮ่องกง ซิดนีย์ สิงคโปร์ ไทเป เวลลิงตัน มะนิลา และจาการ์ตาต่างปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เฟดส่งสัญญาณเตรียมขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังร้อนแรง
เจสัน หว่อง จาก BNZ ระบุว่าแผนเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% ของทรัมป์อาจเพิ่มต้นทุนน้ำมันราว 16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และยังอาจขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการนี้อาจเป็นเพียงยุทธวิธีการเจรจามากกว่านโยบายจริง
ขณะเดียวกัน คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตือนว่าหากตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานที่จะประกาศสัปดาห์นี้ยังร้อนแรง คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินอาจต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะอันใกล้ สอดคล้องกับการที่ประธานเฟด เควิน วอร์ช มีกำหนดให้ปากคำต่อรัฐสภาในสัปดาห์นี้ด้วย






