มาตรการช็อกวงการของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สั่งจำกัดการเข้าถึงระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับแถวหน้าจากค่าย Anthropic และ OpenAI กำลังกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจโมเดลแบบ "โอเพนซอร์ส" (Open-Source) อย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะโมเดลล้ำสมัยจากประเทศจีน
การสั่งแบนทางอ้อมจากทำเนียบขาวสร้างความตื่นตระหนกให้กับโลกเทคโนโลยี ซึ่งต่างเคยชินกับการที่แล็บ AI ต่างๆ พากันปล่อยโมเดลที่ทรงพลังออกมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีรัฐบาลเข้ามาแทรกแซง เหตุการณ์นี้ทำให้ข้อถกเถียงที่ยืดเยื้อมานานระหว่าง AI ระบบปิด (Closed AI) และระบบเปิด (Open-Source AI) ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
โมเดลชื่อดังที่คนส่วนใหญ่รู้จัก เช่น ChatGPT ของ OpenAI หรือ Claude ของ Anthropic ล้วนเป็น "ระบบปิด" ซึ่งบริษัทจะล็อกโค้ดและข้อมูลเบื้องหลังเอาไว้ ผู้ใช้เข้าถึงได้ผ่านแอปหรือเว็บไซต์และต้องจ่ายค่าบริการรายเดือน โดยบริษัทมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการปิดกั้นการเข้าถึงเมื่อใดก็ได้ แตกต่างจากโมเดล "โอเพนซอร์ส" ที่ผู้พัฒนาจะปล่อยไฟล์หลักให้ทุกคนสามารถดาวน์โหลด นำไปปรับแต่ง และรันบนคอมพิวเตอร์ของตัวเองได้ ซึ่งเมื่อปล่อยออกมาแล้ว ทั้งบริษัทผู้สร้างหรือรัฐบาลก็ไม่สามารถยึดคืนกลับไปได้
ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้ Anthropic บล็อกไม่ให้ผู้ใช้งานที่ไม่ใช่ชาวอเมริกันเข้าถึงโมเดลระบบปิดที่ทรงพลังที่สุดอย่าง 'Mythos 5' และ 'Fable 5' ซึ่งเมื่อต้องเผชิญกับความยุ่งยากในการคัดกรองผู้ใช้งาน สตาร์ทอัพรายนี้จึงตัดสินใจถอดโมเดลทั้งสองออกจากระบบทั้งหมด ขณะเดียวกัน OpenAI ก็ยอมตกลงให้รัฐบาลอนุมัติลูกค้าทุกคนที่จะใช้งานโมเดลใหม่อย่าง 'GPT-5.6'
"หากทุกสิ่งที่คุณต้องทำพึ่งพาอยู่กับโมเดลแถวหน้าตัวใดตัวหนึ่ง ระบบที่คุณสร้างขึ้นมาก็จะหมดความน่าเชื่อถือทันทีเมื่อมันถูกปิดตัวลงกะทันหัน" โอเรน มิเชลส์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Barndoor AI กล่าว ขณะที่ ไฮแธม เมนกาด ผู้ร่วมก่อตั้ง Stems Labs สตาร์ทอัพด้านการสร้างสรรค์ดนตรีด้วย AI ระบุว่า การสูญเสียโมเดล Fable ไปทำให้เขาตระหนักว่า เทคโนโลยีระบบปิดเหล่านี้เปรียบเสมือนสิ่งเสพติด และเหตุการณ์ของ Mythos ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนมองโอเพนซอร์สเป็นทางออก
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง Zhipu AI (หรือ Z.ai) ค่ายเทคโนโลยีจากจีน ได้ปล่อยโมเดลโอเพนซอร์ส 'GLM-5.2' ซึ่งมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับโมเดลตัวท็อปของฝั่งอเมริกาในการทดสอบหลายด้าน นักวิเคราะห์ระบุว่า GLM-5.2 เปิดให้ดาวน์โหลดและรันบนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรได้ฟรี ซึ่งสร้างแรงกดดันด้านราคาทันทีในขณะที่โมเดลระบบปิดเริ่มไม่มีความแน่นอน ข้อมูลจาก OpenRouter ชี้ว่าส่วนแบ่งการใช้งานโมเดลของ Google, Anthropic และ OpenAI รวมกันลดลงจาก 55% เหลือเพียง 33% ในช่วงครึ่งปีแรก โดยมี 'DeepSeek' โมเดลโอเพนซอร์สจากจีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน
ขณะที่ความกังวลเรื่องความปลอดภัยในโมเดล AI ของจีนเริ่มลดน้อยลง เนื่องจากข้อดีของโอเพนซอร์สคือ เมื่อดาวน์โหลดมาจัดเก็บและรันบนฮาร์ดแวร์ของตนเองแล้ว ผู้พัฒนาจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือควบคุมวิธีการใช้งานได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่าหากโมเดลโอเพนซอร์สเริ่มทรงพลังเกินไป รัฐบาลในประเทศต่างๆ รวมถึงจีนเอง ก็อาจจะเริ่มเข้ามาควบคุมและสั่งล็อกดาวน์เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ต่างจากที่วอชิงตันกำลังทำอยู่




