รถ รย.18 บีบทำประกันแพง ดอกเบี้ยพุ่ง
คนขับรถรับจ้างผ่านแอป เปิดใจการจดทะเบียน รย.18 รับกฎหมายใหม่แอปเรียกรถ ที่จะบังคับใช้สิ้นเดือน มี.ค. 69 ไม่คืบหน้า เพราะเจอปัญหาหนักคือบริษัทลีสซิ่ง บีบทำประกันแพง-ดอกเบี้ยพุ่ง วอนกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก และ คปภ. เร่งหาทางออก ปลดล็อกต้นทุนแฝง เพราะหลายคนมีความตั้งใจที่จะเข้าระบบอย่างถูกต้อง
วันที่ 31 มีนาคม 2569 จะมีการบังคับใช้กฎหมายเรียกรถผ่านแอปในประเทศไทย ตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (DPS)
ข้อมูลล่าสุดจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ระบุว่า ปัจจุบันมีรถรับจ้างผ่านแอป ที่ขึ้นทะเบียนในระบบ Driver Verify ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ซึ่งเป็นระบบที่เปิดให้ผู้ขับรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน สามารถขอใบรับรองการเป็นผู้ขับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อนำไปใช้เป็นเอกสารหลักฐานประกอบการจดทะเบียน รย.17 (รถจักรยานยนต์รับจ้าง) หรือ รย.18 (รถยนต์รับจ้าง) จำนวนทั้งสิ้น 36,896 ราย แต่มีจำนวนเพียง 14,918 ราย ที่มาขึ้นทะเบียนตามกฎหมายแล้ว
หลังพ้นกำหนดเส้นตายการจดทะเบียนภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยจะถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาทหากผู้ขับใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสาร (ไม่จดทะเบียน) และถูกปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือนหากขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ
จากการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปและไรเดอร์หลายราย ได้รับฟังข้อมูลน่าสนใจคือ อุปสรรคข้อใหญ่ที่ทำให้การจดทะเบียน รย.18 ไม่คืบหน้า ไม่ใช่เพราะคนขับไม่อยากทำ โดยมีคนเป็นจำนวนมากที่ต้องการจดทะเบียน รย.18 เพื่อเข้าระบบอย่างถูกต้อง แต่ต้องเผชิญอุปสรรคในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ขั้นตอนการจดทะเบียนที่ซับซ้อนและไม่ยืดหยุ่น เงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และการทำประกัน ที่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงเป็นเงินจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงื่อนไขที่กำหนดโดยบริษัทลีสซิ่ง และสถาบันการเงินหลายแห่ง ซึ่งตั้งเงื่อนไขบังคับทำประกันชั้น 1 พร้อมบวกดอกเบี้ยเรทพาณิชย์
“เราอยากให้ กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เร่งหาทางออก เพราะเงื่อนไขอย่างการบังคับให้ทำประกันราคาแพง และการบวกดอกเบี้ยเพิ่มสำหรับรถที่นำมาจดทะเบียนให้บริการสาธารณะ เหล่านี้เป็นต้นทุนแฝงที่เป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมาก จนคนทำมาหากินแบกรับไม่ไหว” ตัวแทนกลุ่มผู้ขับรถแอปกล่าว
นอกจากอุปสรรคในการนำรถยนต์ไปจดทะเบียน ในเรื่องค่าใช้จ่ายจากการจดทะเบียนและเปลี่ยนประเภทรถยนต์ มูลค่าหรือราคาของรถยนต์ที่ลดลงจากการจดทะเบียน รย.18 แล้ว ก็ยังมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาในการจดทะเบียนและจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการของภาครัฐที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยเฉพาะใน กทม. ปัจจุบันสามารถให้บริการได้ไม่เกิน 500 คันต่อสัปดาห์ ขณะที่ยังมีคนขับนับหมื่นที่รอจดทะเบียน ซึ่งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปีถึงจะดำเนินการเสร็จสิ้น ทางกลุ่มผู้ขับจึงอยากขอให้มีการทบทวนเพื่อขยายเวลาการจดทะเบียนออกไป
บริษัทลีสซิ่ง ตัวแปรที่เพิ่มความยาก
กลุ่มผู้ให้บริการเช่าซื้อ (Leasing) กำลังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนป้ายเหลือง (รย.18) เป็นเรื่องยากลำบาก เนื่องจากได้มีการกำหนดเงื่อนไขที่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับคนขับรถสาธารณะ ได้แก่ 1.การบังคับให้ทำประกันชั้น 1 โดยบริษัทลิสซิ่งส่วนใหญ่บังคับให้รถที่จะจดทะเบียน รย.18 ต้องทำประกันภัยประเภท 1 สำหรับรถสาธารณะเท่านั้น ซึ่งมีเบี้ยประกัน 40,000 – 70,000 บาทต่อปี สูงกว่ารถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปหลายเท่าตัว โดยอ้างเรื่องความเสี่ยงสูง
ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยลิสซิ่ง เมื่อรถถูกระบุว่าเป็นรถเพื่อการพาณิชย์หรือรถสาธารณะ สถาบันการเงินมักปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นตามเกณฑ์ความเสี่ยง ส่งผลให้ค่างวดรายเดือนพุ่งสูงจนบีบกำไรที่ควรจะได้จากการวิ่งงาน
และเงื่อนไขการอนุมัติที่เข้มงวด คนขับจำนวนมากที่ต้องการออกรถใหม่เพื่อมาวิ่งแอป กลับถูกปฏิเสธสินเชื่อ หรือถูกเรียกเงินดาวน์ที่สูงเกินจริง หากระบุว่าจะนำรถไปจดทะเบียนเป็น รย.18
"เราอยากทำให้ถูกกฎหมาย แต่พอเดินไปหาไฟแนนซ์ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างดีดขึ้นเป็นเท่าตัว เหมือนเราโดนลงโทษที่พยายามจะทำตามระเบียบรัฐ" หนึ่งในตัวแทนคนขับรถผ่านแอปกล่าว
ยื่นหนังสือถึงสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ตัวแทนจากกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอป นำโดย นายวิศรุธ พุฒหอม และนายจิรภัทร โสภาลัย ได้เข้ายื่นหนังสือถึง นายศรัณย์ ทองธรรมชาติ ประธานกรรมการสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เพื่อร้องขอความเห็นใจและนำเสนอแนวทางการช่วยเหลือจากสมาคมฯ ในการปรับเงื่อนไขและผ่อนผันการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้กลุ่มผู้ขับรถยนต์รับจ้างผ่านแอป ไม่สามารถจดทะเบียนรถเป็นประเภท รย.18
การรวมตัวเคลื่อนไหวครั้งนี้ เพื่อขอให้สมาคมฯ พิจารณาแนวทางช่วยเหลือใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ขอให้สมาคมฯ เจรจากับบริษัทลีสซิ่งและสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคม ไม่ปรับเพิ่มดอกเบี้ยการผ่อนชำระ เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มผู้ขับต้องเผชิญภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการนำรถยนต์ไปจดทะเบียน
ขอให้มีความยืดหยุ่นในการทำประกันภัย เนื่องจากปัจจุบันบริษัทลีสซิ่ง หรือสถาบันการเงินหลายรายมีการบังคับให้ทำประกันชั้น 1 สำหรับรถรับจ้าง ซึ่งมีเบี้ยประกันสูงมากตั้งแต่ 4 หมื่นบาทไปจนถึงเกือบ 7 หมื่นบาท จึงอยากขอให้มีการพิจารณาเพื่อทบทวนและอนุญาตให้ใช้ประกันภัยชั้น 3 สำหรับรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการทำมาหากิน โดยยังมีความคุ้มครองที่ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด
และขอให้สามารถใช้สำเนาทะเบียนรถในการดำเนินการได้ เนื่องจากขั้นตอนการเบิกเล่มทะเบียนตัวจริงมีค่าใช้จ่ายสูงและมีขั้นตอนยุ่งยาก ทำให้เสียโอกาสในการวิ่งงานเพื่อหารายได้ กลุ่มผู้ขับจึงขอให้พิจารณาอนุญาตให้ใช้สำเนาภาพถ่ายทะเบียนรถในการจดทะเบียนแทน ซึ่งทำให้เกิดความรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย




