คมนาคมแสดงความเสียใจ เหตุรถไฟชน ปอ. รฟท.ชี้กระทบเดินรถ 6 ขบวน

16 พ.ค. 2569 - 21:38

  • คมนาคม-ขนส่งทางราง แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

  • รฟท. เร่งสอบสวนอุบัติเหตุและประเมินความเสียหาย

  • เหตุรถไฟชนรถเมล์แยกอโศก-ดินแดง กระทบเดินรถ 6 ขบวน

คมนาคมแสดงความเสียใจ เหตุรถไฟชน ปอ. รฟท.ชี้กระทบเดินรถ 6 ขบวน

กระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางราง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุรถไฟสินค้าชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณทางผ่านเสมอระดับแยกอโศก-ดินแดง จนเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 โดยขบวนรถสินค้าที่ 2126 เส้นทางแหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เฉี่ยวชนรถประจำทางสาย 206 ที่จอดคร่อมรางรถไฟจากปัญหาการจราจรติดสะสมบริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 8 ราย และบาดเจ็บประมาณ 25 ราย

พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นำทีมเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ทันที พร้อมสั่งการให้ รฟท. อำนวยความสะดวกและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเร่งสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด

ขณะเดียวกัน กรมการขนส่งทางราง และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้สั่งเร่งดำเนินการสอบสวนอุบัติเหตุ (Accident Investigation) รวมถึงตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยบริเวณทางผ่านเสมอระดับ เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต

ด้านผลกระทบต่อระบบขนส่งสาธารณะ พบว่า สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) มักกะสัน ได้รับผลกระทบจากกลุ่มควันไฟที่ลอยขึ้นปกคลุมชานชาลา ทำให้ต้องปิดสถานีชั่วคราวและให้ขบวนรถวิ่งผ่านโดยไม่จอด ก่อนกลับมาเปิดให้บริการตามปกติในเวลา 16.35 น.

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเดินรถรวม 6 ขบวน ทั้งขบวนรถธรรมดา รถชานเมือง และรถพิเศษชานเมืองในเส้นทางกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพฯ-กบินทร์บุรี ซึ่งบางขบวนต้องรอเปิดทางและเกิดความล่าช้าในการให้บริการ

นอกจากนี้ รฟท. ยังได้ประสานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถโดยสารรับส่งผู้โดยสารระหว่างสถานีกรุงเทพและสถานีหัวหมาก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการเดินรถล่าช้า

ทั้งนี้ ศูนย์ความปลอดภัยของ รฟท. ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบัญชาการเหตุการณ์และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามมาตรการสูงสุด รวมถึงเร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดการเดินรถให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์