ชาวสวนมะม่วงในพื้นที่ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตมะม่วงพันอาร์ทูอีทู (R2E2) , จิงหวง, แดงจักรพรรดิ และเขียวมรกต ซึ่งเป็นมะม่วงแฟนซี เพื่อนำไปขาย แต่ปัจจุบันกลับพบว่าราคาตกต่ำอย่างหนัก ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 3-10 บาท มีเฉพาะพันธุ์อาร์ทูอีทู ที่กิโลกรัมละ 10 บาท ขึ้นไป แต่ก็มีการคัด และเลือกซื้ออย่างเข้มข้น


สงัด ทรายคำ ชาวสวนมะม่วงตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า การเก็บมะม่วงช่วงนี้ และนำไปขายแต่ละวันแทบไม่ได้กำไร เพราะต้นทุนอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 20 บาท แต่ขายได้เพียงกิโลกรัมละไม่ถึง 10 บาท ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นช่วงกำลังเริ่มต้นเข้าสู่ฤดู แต่ราคากับลดลงวันละ 2-3 บาท โดยพันธุ์อาร์ทู ถ้าเกรด A สวย อยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 15 บาท แต่ถ้าไม่สวย ก็อยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 3 บาท ซึ่งถือว่าราคาต่างกันเยอะ ทำให้เกษตรกรนั้นอยู่ไม่ไหว เพราะต้นทุนสูงขึ้น

ขณะที่ ผู้ประกอบการรับซื้อมะม่วงในจังหวัดลำพูน ให้ข้อมูลว่า ปีนี้ยอดสั่งซื้อน้อยลง อาจเป็นเพราะปัญหาราคาน้ำมันที่แพง ขณะเดียวกันค่าขนส่งก็ปรับขึ้นเช่นกัน แม้จะเห็นใจชาวสวนแต่ก็ต้องปรับเพราะไม่อย่างนั้นก็ขาดทุนเดือดร้อนเช่นกัน
“ปัจจัยหลักคือราคาค่าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ค่าขนส่งนั้นแพงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การขนส่งด้วยรถเล็ก เมื่อปี 2568 ราคาขนส่งอยู่ที่ 6,500 บาท แต่ปีนี้ ราคาขึ้นไปสูงถึง 8,500 บาท ก็ทำให้ไม่สามารถรับซื้อมะม่วงในราคาสูงได้เท่าเดิม เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการนั้นขาดทุนอย่างแน่นอน”

ด้าน พสิษฐ์ สุขสวัสดิ์ ประธานเกษตรกรแปลงใหญ่ จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ปีนี้ผลผลิตมะม่วงลดลงจากปีก่อนกว่าร้อยละ 20 แต่กลับพบว่าราคายังคงตกต่ำ ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะผลผลิตจะออกมามากสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงมิถุนายน การส่งออกน้อย ทำให้ชาวสวนต่างได้รับความเดือดร้อน และยังไม่มีนโยบายชัดเจนในการช่วยเหลือจากภาครัฐ

“ซึ่งเกษตรกรนั้นมีความกังวลอย่างมาก โดยส่วนตัวจึงประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้ามาช่วยเหลือ ทั้ง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน ทั้งกรมการค้าภายใน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ตอนนี้มีแค่การพูดคุยเบื้องต้นยังไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด ก็คือยังไม่มีมาตรการใดที่เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร” พสิษฐ์ กล่าว

ขณะที่ จุฬารัตน์ นุ่มนิ่ม พาณิชย์จังหวัดลำพูน กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยได้เตรียมมาตรการไว้ทั้งการรณรงค์ให้บริโภคภายในประเทศ การสนับสนุนให้เกษตรกรส่งขายออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย รวมถึงเร่งหาตลาดส่งออกต่างประเทศ
“ปัจจุบันเริ่มมีมาตรการรองรับไว้ในส่วนของการพูดคุยกับทูตพาณิชย์ ทั้งในจีน ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย ว่าเรามีผลผลิตของเราอยู่ ซึ่งได้มีการพูดคุยเรื่องการขอความช่วยเหลือให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการ ที่จะเข้ามารับซื้อ ซึ่งก็มีการพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะแก้ปัญหาผลผลิตราคามะม่วงตกต่ำ”
ข้อมูลของสำนักงานเกษตร จังหวัดลำพูน ระบุว่า ปีนี้ผลผลิตมะม่วงในจังหวัดลำพูนมีอยู่จำนวน 49,363 ตัน ลดลงจากปี 2568 ที่มีจำนวน 63,138 ตัน หรือประมาณร้อยละ 21
“จากการคาดการณ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดลำพูน ปีนี้น่าจะยังต้องเผชิญกับภาวะผันผวนของราคา โดยเฉพาะพันธุ์เขียวมรกต ที่ไม่สามารถส่งไปประเทศกัมพูชาได้เนื่องจากการปิดด่าน รวมถึงผลกระทบต้นทุนการขนส่งจากปัญหาราคาน้ำมันแพง จึงมีการปรับแผนบริหารจัดการตลาดและราคาให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่”






