สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (รมช.คมนาคม) เปิดเผยถึงการเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ที่แยกมักกะสัน ว่า ในจำนวน 6 จาก 8 ราย ได้มีการเยียวยาไปเรียบร้อยแล้ว โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มีการรวบรวมแล้ว เบื้องต้นจะได้ครอบครัวละ 2,090,000 บาท ยังเหลืออีก 3 แสนบาท จากกองทุนคุ้มครองสิทธิ์ ซึ่งทาง ขสมก.และ รฟท. จะทำเรื่องขอไป
สิริพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของผู้บาดเจ็บที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ทาง ขสมก.และ รฟท. ได้เดินทางไปเยี่ยมญาติของผู้บาดเจ็บ และได้ทำการดูแลในเบื้องต้น ส่วนผู้เคราะห์ร้ายที่เหลือ เราก็จะดำเนินการต่อไป
“ส่วนเรื่องการดำเนินคดี ทางกรมราง ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ทั้งคนขับรถไฟที่ประมาท และทุกคนที่จอดรถในบริเวณทางข้ามรางรถไฟ ในข้อหาประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร”
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายโดยเฉพาะทางรัฐสภามีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด จะถอดบทเรียนกันนานหรือไม่ รมช.คมนาคม กล่าวว่า กรณีนี้ไม่ต้องถอดบทเรียนแล้ว กระทรวงคมนาคมก็ไม่เคยพูดถึงการถอดบทเรียนในเรื่องนี้ เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่เราควรดำเนินการมานานแล้ว ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้พูดขึ้นมาคำหนึ่งว่า อุบัติเหตุมันแค่รอวันที่จะเกิด
“เราขับรถผ่านเส้นนั้น และเห็นสภาพการจราจรแบบนี้ เราก็คิดว่า สักวันนึงมันต้องเกิดเหตุแน่นอน หรือแม้แต่ภาพที่คนขับรถยนต์ หรือขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าไม้กั้น เรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องมีการจัดการ”
รมช.คมนาคม กล่าวยอมรับว่า มีหลายจุดในประเทศ ที่มีลักษณะของทางลักข้าม คือมีทางรถไฟและชุมชน ที่ขอใช้เป็นทางลัดข้าม และกลายเป็นว่าอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกหรือความปลอดภัย ไม่ครบถ้วน เรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องแก้ทันที
“ซึ่งตอนนี้ ทางกระทรวงคมนาคมได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว โดยสถาบันพัฒนาราง จะทำแผนให้ทาง รฟท. โดยจะมีการนำงบประมาณของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) หรือกองทุนเลขสวย มาจัดการจุดตัดต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน โดยจะเริ่มจาก กทม.และปริมณฑลก่อน หลังจากนั้นค่อยขยายไปทั่วประเทศ เช่นการทำสัญญาณไฟหรือเสียงวูดแจ้งเตือน ในหลายจุดที่เป็นทางลักข้ามที่ยังไม่มี”
รมช.คมนาคม กล่าวว่า ส่วนในอนาคต ระยะ 1-2 ปีนี้ คงจำเป็นแล้วที่จะต้องใช้ไม้กั้นอัตโนมัติ หรือนำเทคโนโลยีมาช่วยเพราะตอนนี้ระบบอาณัติสัญญาณ เป็นระบบมาตรฐาน แต่ไม้กันเป็นระบบ Manual ที่ใช้คนดูแล ซึ่งระบบอัตโนมัติปัจจุบันมีใช้อยู่ แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็จะพยายามทำให้ปลอดภัยที่สุด ลดความผิดพลาดของมนุษย์ให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า มีโอกาสที่จะใช้เหล็กกั้นแบบเต็มตลอดแนวเหมือนต่างประเทศหรือไม่ เพื่อให้รถจักรยานยนต์ไม่สามารถลอดข้ามไปได้ รมช.คมนาคม กล่าวว่า อาจเป็นระบบที่ดี แต่ในความเป็นจริง คิดว่าต้องมีรายละเอียดที่ต้องมาดูด้วย ซึ่งอาจจะต้องใช้ประกอบกัน เราก็พยายามดูทางออกที่ดีที่สุด
เมื่อถามว่า รฟท. ตั้งข้อสังเกตว่า คนที่มาบริหารจัดการอาจจะไม่พอ อยากให้มีการรับเจ้าหน้าที่มาเพิ่ม จะเป็นไปได้หรือไม่ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ก็เป็นข้อเสนอหนึ่งของ รฟท. แต่ตนคิดว่าสิ่งที่จะมาทดแทนคนได้ คือเทคโนโลยี ปัญหาคือที่ผ่านมา เราลดจำนวนคน แต่ไม่ได้นำเทคโนโลยีมาทดแทน หรือหากจะจ้างคนเพิ่ม ก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ไม่ใช่รูปแบบที่เป็นภาระผูกพันยาวนาน อาจเป็นแค่การจ้างตามภารกิจเท่านั้น




