ปณท เก็บค่าดำเนินการ กระทบใครยังไงบ้าง

18 ธ.ค. 2568 - 05:08

  • สำหรับสิ่งของนำเข้าที่มีมูลค่ามากว่า 1 บาท แต่ไม่เกิน 1,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569

  • อาจมองว่ามาตรการนี้ เป็นการควบคุมมูลค่าการนำเข้าและจัดเก็บรายได้ให้เป็นธรรม

  • มาตรการมีผลกระทบกับทุกฝ่ายทั้ง ผู้ซื้อ ผู้ขาย ไปรษณีย์ไทย ศุลกากร

ปณท เก็บค่าดำเนินการ กระทบใครยังไงบ้าง

ปณท เก็บค่าดำเนินการ กระทบใครยังไงบ้าง

ทำไมกรมศุลกากร ต้องเปลี่ยนนโยบายจัดเก็บค่าดำเนินพิธีการศุลกากร เรื่องของเรื่อง คือ บริษัทไปรษณีย์ไทยออกประกาศ ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2568 แจ้งว่าจะจัดเก็บค่าดำเนินพิธีศุลกากร สำหรับสิ่งของนำเข้าที่มีมูลค่ามากว่า 1 บาท แต่ไม่เกิน 1,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เรื่องนี้กระทบกับวงการอีคอมเมิร์ซ และคนที่สั่งของจากต่างประเทศแบบเต็มๆ  นโยบายใหม่นี้เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่พัสดุ “มูลค่าต่ำ” ส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องมีค่าธรรมเนียมใดๆ ในขั้นตอนศุลกากร ส่งผลต่อผู้ซื้อของจากแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน เช่นจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ที่มีการสั่งซื้อสินค้ามูลค่าหลักสิบหลักร้อยเป็นจำนวนมาก ที่มาของการเปลี่ยนนโยบาย การเปลี่ยนกฎศุลกากรของกรมศุลกากร ประกาศระบุชัดว่าเป็นมาตรการที่สอดรับกับกฎใหม่ของกรมศุลกากร แต่เหนุผลคือ รัฐต้องการควบคุมมูลค่าการนำเข้าและจัดเก็บรายได้ให้เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการไทยกับสินค้านำเข้า

thailand-post- charging-processing-fees-how-does- affect- anyone-SPACEBAR-Photo V01.jpg

สิ่งของนำเข้าขนาดเล็กต้นทุนไม่เล็ก

 อีคอมเมิร์ซเติบโตทุกปี และไม่ใช่แค่ซื้อขายกันเองในประเทศ แต่เป็นการซื้อขาย ข้ามพรมแดน ไปรษณีย์และกรมศุลกากรแบกรับภาระงานตรวจปล่อยจำนวนมากโดยไม่มีค่าใช้จ่ายรองรับ  เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกับผู้ให้บริการขนส่งเอกชนผู้ให้บริการเอกชนบางรายมีการจัดเก็บค่าดำเนินพิธีศุลกากรแบบเดียวกัน จึงเรียกเก็บค่าดำเนินการ เพราะถ้าไม่เก็บอาจทำให้บริการรัฐเสียเปรียบต้นทุน ไปรษณีย์ ให้เหตุผล ความเป็นธรรมทางภาษี ระหว่างสินค้าภายในประเทศกับสินค้านำเข้ารายย่อย สร้างรายได้และลดภาระต้นทุนของไปรษณีย์ไทย ความจริงประการหนึ่งคือ บริษัทไปรษณีย์ไทย เป็นรัฐวิสาหกิจขาดทุนต่อเนื่องหลายปี วิธีนี้อาจจะช่วยเรื่องรายได่ แต่คงไม่ได้มาก อีกเหตุผล คือ การป้องกันพฤติกรรมเลี่ยงภาษี ผ่านการแตกบิลสินค้ารายย่อย

thailand-post- charging-processing-fees-how-does- affect- anyone-SPACEBAR-Photo02.jpg

ผลกระทบมีแน่นอนกับทุกคน

 ฝั่งผู้บริโภค สินค้าราคาต่ำอาจ “ไม่ถูกอย่างที่คิด” เพราะต้องรวมค่าดำเนินการกลายเป็นราคาขยับขึ้น ผู้ใช้บริการต้องตรวจสอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก่อนสั่งซื้อ ฝั่งผู้ประกอบการออนไลน์ไทย อาจมองว่าเป็นโอกาสแข่งขัน เพราะช่องว่างราคาใกล้เคียงสินค้านำเข้ามากขึ้น ข้อดีของไปรษณีย์ไทย คือ มีความชัดเจนในกระบวนการเก็บภาษี ช่วยลดภาระงานล้นและต้นทุนบริหารงานศุลกากร วิเคราะห์เชิงโครงสร้าง ประกาศที่เกิดขึ้น สะท้อน ความเปลี่ยนของระบบโลจิสติกส์จากยุคที่พัสดุข้ามแดนเป็นของหายาก กลายเป็นรายวันระดับมหาศาลทำให้รัฐทั่วโลกทยอย “จัดระเบียบสินค้าราคาต่ำ” เพื่อปิดช่องโหว่ความเหลื่อมล้ำทางภาษี

ผู้บริโภคจ่ายเพิ่ม  ผลกระทบกับผู้บริโภค สินค้านำเข้าอาจ “แพงขึ้น”เพราะแม้สินค้าจะมูลค่าต่ำ แต่ต้องรวม ค่าสินค้า ค่าขนส่ง แลัค่าพิธีการศุลกากร พฤติกรรมการซื้ออาจลดลง คนจะคิดก่อนซื้อสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ เช่น อะไหล่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของราคาถูกไม่ถูกอีกต่อไป สินค้าที่เคย 20–200 บาท มีต้นทุนเพิ่ม ภาระตรวจสอบเอกสารมากขึ้น ต้องเช็กค่าดำเนินการติดตามสถานะพัสดุ ผู้ประกอบการไทย มีโอกาสแข่งขันเพิ่มขึ้น เพราะ Value gap ระหว่างสินค้านำเข้า รวมค่าธรรมเนียม กับสินค้าไทยที่ราคาใกล้เคียงกันลดลง แต่ผู้ค้ารับของจากจีนแบบพรีออเดอร์จะต้นทุนสูงขึ้น ธุรกิจที่พึ่งนำเข้ารายย่อยอาจเสียเปรียบ เช่น ร้านค้ารายเล็กนำเข้าผ่านไปรษณีย์ ร้านสั่งของแทน หรือพรีออเดอร์

 ไปรษณีย์ไทย น่าจะแฮปปี้ จากรายได้เพิ่มขึ้น ลดภาระต้นทุนศุลกากร จากเดิมต้องทำงานฟรีในหลายเคส ภาพระบบบริการดีขึ้น ระบบศุลกากรมีระเบียบโปร่งใสมากขึ้น แต่เสี่ยงต่อแรงต้านจากผู้บริโภคค่อนข้างเยอะ  โดยเฉพาะผู้ใช้บริการนำเข้าปริมาณมากจากจีน

ระบบศุลกากร เศรษฐกิจภาพรวม ความเป็นธรรมทางภาษีมากขึ้น ปิดช่องเลี่ยงภาษีจากการแตกพัสดุเล็ก รัฐเก็บรายได้ถูกต้องและเป็นระบบ เป็นเทรนด์เดียวกับหลายประเทศในยุโรปและเอเชีย ระยะยาวยอดสั่งซื้อข้ามพรมแดนชะลอตัว กระทบแพลตฟอร์ม e-commerce ต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงอาจผลักให้ตลาดเทาหรือช่องนำเข้าที่ไม่เป็นทางการเพิ่มขึ้น หากผู้บริโภคมองว่าค่าธรรมเนียมสูงเกินไป แม้ผู้บริโภคจะเสียประโยชน์ระยะสั้น แต่มาตรการนี้เป็นแนวทางของรัฐหลายประเทศ เพื่อจัดระบบ “ของนำเข้าราคาต่ำ” ที่มีปริมาณพุ่งสูง จากอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนผลดีคือความเป็นธรรมของตลาดและรายได้ภาครัฐ แต่ผลเสียคือค่าครองชีพและกำลังซื้ออาจลดลงเล็กน้อย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์