โอกาสบนทางแพร่ง  ดันไทยสู่ศูนย์กลางพลังงาน

29 ธ.ค. 2568 - 09:15

  • อาเซียน คือ ภูมิภาคที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตเร็วที่สุด

  • ไทยกำหนดเป้าหมายให้ 51% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2580

  • ไทยอยู่บนทางแพร่งในการเป็นทางผ่านของไฟฟ้าอาเซียน หรือเป็นผู้ส่งออกพลังงานสะอาดและศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์

โอกาสบนทางแพร่ง  ดันไทยสู่ศูนย์กลางพลังงาน

APG จุดเปลี่ยนในยุคพลังงานสะอาด

ทุกประเทศในโลกนี้ ต้องเผชิญโจทย์พลังงานที่ยากที่สุด คือ พลังงานเป็นเรื่องจำเป็นของทุกประเทศ แต่ ทำยังไงให้ไฟฟ้ามีใช้ไม่ขาดในราคาไม่แพง ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม  การทำให้ครบทั้งสามอย่างพร้อมกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะความต้องการพลังงานที่เติบโตเร็ว

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ภูมิภาคที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตเร็วที่สุด องค์การพลังงานระหว่างประเทศรายงานว่าความต้องการพลังงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นในอัตราสองเท่าของค่าเฉลี่ยโลกในปี 2567 และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2593 ประเทศอาเซียนมีศักยภาพพลังงานหมุนเวียนประมาณ 20 เทราวัตต์ หรือมากกว่ากำลังการผลิตปัจจุบัน 55 เท่า ขณะที่ทรัพยากรมหาศาลนี้ยังคงไม่ได้รับการใช้ประโยชน์และกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เฉพาะ

Apg-opportunities-crossroads-towards-becoming-energy-hub-SPACEBAR-Photo V01.jpg

Asean Power Grid (APG) คือ คำตอบ 

ทุกประเทศ มีทางเลือกในการพัฒนาพลังงาน 2 ทาง ทางแรก ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนำเข้า LNG ใช้เป็นพลังงานช่วงเปลี่ยนผ่านทางที่สอง เดินหน้าพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ  การทำโครงข่ายไฟฟ้าที่เชื่อมประเทศอาเซียนเข้าด้วยกัน  แนวคิด คือ ประเทศไหนผลิตไฟฟ้าสะอาดได้มาก ให้ส่งไปให้ประเทศที่ต้องการใช้ในช่วงเวลานั้น ผลลัพธ์คือลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ระบบไฟฟ้ามั่นคงขึ้น หากประเทศหนึ่งมีปัญหา เพื่อนบ้านช่วยได้ แลัรับมือภัยพิบัติและสภาพอากาศสุดขั้วได้ดีขึ้น  APG ไม่ใช่แค่เรื่องไฟฟ้า แต่คือเศรษฐกิจ  สถาบัน ERIA ประเมินว่า หากอาเซียนเชื่อมไฟฟ้ากันได้จริง จะช่วย ลดค่าไฟฟ้าสูงสุดเกือบ 4% สร้างมูลค่าเศรษฐกิจรวมกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2593 สร้างงานใหม่กว่า 1.45 ล้านตำแหน่ง  นี่คือเหตุผลที่ APG ถูกวางเป็นเป้าหมายของอาเซียนมานาน แต่ความคืบหน้ายังไปไม่ถึงไหน

Apg-opportunities-crossroads-towards-becoming-energy-hub-SPACEBAR-Photo02.jpg

ไทยกับความทะเยอทะยาน

ไทยแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านพลังงานสะอาดที่ทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่เคยมีมา จึงได้กำหนดเป้าหมายให้ 51% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2580 เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิม 36% และเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากจากฐานเริ่มต้น 20% ที่ทำได้ในปี 2567 แผนนี้รวมถึงการติดตั้งกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนใหม่ 18 กิกะวัตต์ภายในปี 2580 โดย 10 กิกะวัตต์จะมาจากพลังงานแสงอาทิตย์

แผนนี้สะท้อนการให้ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของรัฐบาลต่อพลังงานแสงอาทิตย์เป็นเทคโนโลยีหลัก เนื่องจากไทยมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และแสงแดดที่เหมาะสม หากใช้พลังงานหมุนเวียนที่คุ้มค่าที่สุดของไทยสามารถลดการใช้ก๊าซธรรมชาติมากกว่า 1.8 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และถ่านหิน 2.4 ล้านตัน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมากและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จะทำให้ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเศรษฐกิจโลกที่มีข้อจำกัดด้านคาร์บอน

Apg-opportunities-crossroads-towards-becoming-energy-hub-SPACEBAR-Photo04.jpg

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับไทย 

ประเทศไทยอยู่ในตำแหน่ง “ศูนย์กลางเชื่อมต่อ” ของ APG โดยเฉพาะโครงการ ลาว ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ขณะเดียวกัน ไทยกำลังเจอความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงจาก ดาต้าเซ็นเตอร์ และเศรษฐกิจดิจิทัล  ถ้าไทยอยากไปถึงเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และAPG คือกุญแจสำคัญ ที่ทำให้ไฟฟ้าสะอาด “เสถียรพอ” สำหรับอุตสาหกรรม 

ความสำเร็จของไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดของภูมิภาคจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรวมการปฏิรูปภายในประเทศเข้ากับความร่วมมือระดับภูมิภาค การเปิดตลาดไฟฟ้าผ่านระบบ Direct PPA และ Third-Party Access เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แต่การบรรลุศักยภาพเต็มรูปแบบต้องการการปฏิรูปเพิ่มเติมในด้านขั้นตอนการเข้าถึงตาข่ายไฟฟ้า ความโปร่งใสของอัตราค่าไฟฟ้า และกลไกตลาดที่ช่วยให้การลงทุนพลังงานหมุนเวียนมีผลตอบแทนที่เหมาะสม

อาเซียนเดินหน้าสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด คำถามที่แท้จริงไม่ใช่ว่าไทยจะมีบทบาทในการปฏิวัตินี้หรือไม่ แต่เป็นเรื่องของว่าประเทศจะกำหนดเงื่อนไขของการมีส่วนร่วมนั้นได้มากน้อยเพียงใด หากไทยสามารถสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศกับโอกาสในการส่งออกพลังงานสะอาด ประเทศอาจพบว่าตัวเองไม่เพียงแต่เป็นผู้รับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก

Apg-opportunities-crossroads-towards-becoming-energy-hub-SPACEBAR-Photo01.jpg

เร่งเครื่องเชื่อมไฟฟ้าทั้งภูมิภาคภายใน ปี 2588

APG ประกอบด้วยโครงการสายส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดน แบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก โดยการค้าพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศยังคงกระจุกตัวอยู่ใน กลุ่มภาคเหนือ เช่น ลาว ไทย และเวียดนาม แผนแม่บท Asean Interconnection Masterplan Study III (AIMS III) ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนครั้งที่ 39 ในปี 2564 คาดว่าโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนจะขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 15 ปีข้างหน้า และมุ่งสู่การเป็น ระบบไฟฟ้าเชื่อมโยงเต็มรูปแบบภายในปี 2588

การเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าข้ามประเทศเป็นทางออกสำคัญของพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน คลายความกังวลเรื่องความมั่นคงของไฟฟ้า การรวมกำลังการผลิตจากหลายประเทศ ช่วยลดความผันผวนของไฟฟ้าในช่วงที่การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สูง ไทยยังสามารถส่งออกไฟฟ้าส่วนเกินไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย และนำเข้าในช่วงที่ความต้องการสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดการสูญเสียพลังงาน ด้วยศักยภาพที่ดีขึ้น จะตอบความต้องการไฟฟ้าจาก ดาต้าเซ็นเตอร์ ในอาเซียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยังเป็นแรงผลักสำคัญให้เกิดโครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาค และเปิดโอกาสให้ไทยดึงดูดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ หากสามารถจัดหาไฟฟ้าสะอาดที่มีเสถียรภาพได้ อาจกล่าวได้ว่า การเป็นฮับพลังงาน = ฮับของดาต้าเซ็นเตอร์

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ ว่าจะเป็นเพียงประเทศทางผ่านของไฟฟ้าอาเซียน หรือก้าวขึ้นเป็น ผู้ส่งออกพลังงานสะอาดและศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียวของภูมิภาค ถ้าไม่ต้องการตกขบวน ไทยจำเป็นต้องปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน เปิดให้เอกชนและบุคคลที่สามเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้า แทนการผูกขาด การตัดสินใจในวันนี้ ไม่เพียงกำหนดอนาคตพลังงานของไทย แต่ยังอาจชี้ทิศทางการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของอาเซียนทั้งภูมิภาค

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์