เศรษฐกิจไทยทรงตัว จับตาไตรมาส 3 ฟื้นแบบกระจุกตัว

11 ส.ค. 2569 - 13:56

  • ธุรกิจโดยรวมอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

  • ไทยช่วยไทยพลัส และการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เข้ามาช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย

  • 4 ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ คือ ทิศทางราคาพลังงาน กำลังซื้อภายในประเทศ การฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยว ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตร

เศรษฐกิจไทยทรงตัว จับตาไตรมาส 3 ฟื้นแบบกระจุกตัว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงาน ภาพรวมธุรกิจประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ชี้ให้เห็นว่า ภาวะธุรกิจโดยรวมอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น ปัจจัยดังกล่าวทำให้เกิดภาพความเหลื่อมล้ำ (Uneven) ในการฟื้นตัวระหว่างประเภทและขนาดธุรกิจอย่างชัดเจน โดย กลุ่มที่ยังคงขยายตัวได้ดีคือ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงธุรกิจรายใหญ่ที่มีศักยภาพในการปรับตัวสูง ในทางกลับกัน ธุรกิจรายกลางและรายเล็กต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง ประกอบกับภาคการท่องเที่ยวในภาพรวมที่หดตัวลงตามจำนวนนักท่องเที่ยว

Thai-economy-remained-stable-second-quarter-Watch-out-concentrated -recovery-third-quarter-SPACEBAR-Photo V02.jpg

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 คาดการณ์ว่า ภาพรวมจะสามารถขยายตัวได้เล็กน้อย โดยมีเครื่องยนต์หลักจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่งผลให้ธุรกิจภาคการค้ามีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะจากโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" และการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เข้ามาช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย นอกจากนี้ ภาคการผลิตและส่งออกในกลุ่มสินค้าที่ยังมีอุปสงค์ต่อเนื่อง เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหารสัตว์เลี้ยง และน้ำมันปาล์มดิบ ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจ

ภาคส่วนที่ยังคงน่าเป็นห่วงคือธุรกิจการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มหดตัว ธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและเที่ยวบินที่ลดลง ทำให้ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่มียอดจองล่วงหน้าต่ำกว่าปีก่อน และอาจต้องใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อกระตุ้นยอด ยกเว้นในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มียอดจองล่วงหน้าสูงขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ด้านอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างยังคงได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่เน้นไปที่การระบายสต็อกคงค้างและมีแนวโน้มลดราคาลง ยกเว้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่ตลาดยังสามารถขยายตัวได้จากกำลังซื้อของชาวต่างชาติ

Thai-economy-remained-stable-second-quarter-Watch-out-concentrated -recovery-third-quarter-SPACEBAR-Photo V01.jpg

รายงานได้เน้นย้ำถึง 4 ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในระยะต่อไปและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1) ทิศทางราคาพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบที่ยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้ง 2) กำลังซื้อภายในประเทศและผลสัมฤทธิ์ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ 3) พัฒนาการของการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยว รวมถึงผลกระทบจากการยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน และ 4) ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะยางพาราและปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์