กระแส “Durian Freedom” หรือ “อิสรภาพในการกินทุเรียน” กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในโลกออนไลน์จีน โดยชาวเน็ตจำนวนมากพากันแชร์วิธีเลือกทุเรียน รีวิวรสชาติ รวมถึงเดินทางไปชิมทุเรียนถึงสวน ขณะที่ “ทุเรียนไทย” โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทอง ยังคงครองใจผู้บริโภคจีนอย่างต่อเนื่อง

รายงานจากสำนักข่าวซินหัว ระบุว่า บรรยากาศตลาดค้าส่งผลไม้ไห่จี๋ซิง เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เต็มไปด้วยความคึกคัก หลังทุเรียนหมอนทองจากไทยทยอยเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ส่งกลิ่นหอมดึงดูดผู้บริโภคและพ่อค้าค้าส่งจากหลายพื้นที่เข้ามาเลือกซื้ออย่างต่อเนื่อง
เจ้าของร้านผลไม้ในตลาดเปิดเผยว่า ทุเรียนไทยมีฐานลูกค้าเหนียวแน่น และปีนี้ราคายังไม่ปรับตัวสูงมาก ทำให้มีผู้บริโภคแวะเวียนมาซื้อทุกวัน
ภาคธุรกิจมองว่า ความนิยมของทุเรียนไทยในจีน ไม่ได้สะท้อนเพียงความต้องการของตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพชัดเจนของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับจีนที่แน่นแฟ้นมากขึ้น โดย “กว่างซี” กลายเป็นประตูสำคัญในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากอาเซียนเข้าสู่จีน ด้วยจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์และระบบศุลกากรที่มีประสิทธิภาพ
ช่วงที่ผ่านมา ด่านโหย่วอี้กวน เมืองผิงเสียง ของกว่างซี ซึ่งเป็นด่านบกขนาดใหญ่ที่สุดของจีนที่เชื่อมต่ออาเซียน มีรถบรรทุกขนส่งทุเรียนไทยผ่านแดนอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ

ข้อมูลสถิติระบุว่า ในไตรมาสแรกปี 2026 ด่านโหย่วอี้กวนมีมูลค่านำเข้าผลไม้รวม 2.53 พันล้านหยวน หรือราว 1.13 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1 เท่า และในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าทุเรียนถึง 55,000 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 3.5 เท่า
ขณะเดียวกัน ท่าเรือชินโจวของกว่างซี ก็เร่งยกระดับระบบรองรับการนำเข้าทุเรียนสดจากไทย โดยเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา มีเรือขนส่งทุเรียนสดจากไทยล็อตแรกของปี 2026 จำนวน 60 ตัน เข้าเทียบท่าต้าหล่านผิง พร้อมเปิด “ช่องทางด่วน” สำหรับสินค้าเกษตรสด เพื่อเร่งกระบวนการตรวจสอบและกระจายสินค้า
ถังเสี่ยวฟู่ รองศาสตราจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยกว่างซี ระบุว่า ทุเรียนไทยถือเป็น “ดาวเด่น” ของความร่วมมือทางการค้าระหว่างจีนกับไทย เพราะไม่เพียงช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคจีน แต่ยังสร้างรายได้จำนวนมากให้เกษตรกรไทย
“กระแสนิยมทุเรียนไทยและสินค้าเกษตรอื่นๆ ในกว่างซีเป็นบทพิสูจน์สายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงความผูกพันระหว่างประชาชนสองฝ่าย ทุเรียนที่หอมหวนไม่เพียงเพิ่มความหลากหลายในตะกร้าผลไม้ของชาวจีน แต่ยังช่วยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำแก่เกษตรกรไทย”
นอกจากนี้ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP รวมถึงการพัฒนาโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็น และระบบศุลกากรที่รวดเร็วขึ้น ยังช่วยผลักดันการค้าผลไม้เมืองร้อนระหว่างจีนกับอาเซียนเติบโตต่อเนื่อง และกลายเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมของทั้งสองภูมิภาค





