การบินไทยกำไร Q1 ทะลุ 1 หมื่นล้าน ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง

15 พ.ค. 2569 - 10:38

  • การบินไทยกำไรสุทธิ 1.01 หมื่นล้าน แม้เศรษฐกิจโลกผันผวน

  • เส้นทางยุโรปโตเด่น รับอานิสงส์ผู้โดยสารเลี่ยงตะวันออกกลาง

  • วาง 6 มาตรการคุมต้นทุน รับมือสงครามการค้า-น้ำมันผันผวน

การบินไทยกำไร Q1 ทะลุ 1 หมื่นล้าน ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง

แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันผันผวน และการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินที่รุนแรงขึ้น แต่ ‘การบินไทย’ ยังโชว์ศักยภาพการฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิทะลุ 1 หมื่นล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการปรับโครงสร้างธุรกิจที่เริ่มเห็นผลชัดเจน

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 10,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 268 ล้านบาท หรือ 2.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 10,093 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.36 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.35 บาทในปีก่อน

ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 17,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% สะท้อนความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย

ในไตรมาสแรก การบินไทยมีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 51,029 ล้านบาท ลดลง 1.2% จากปีก่อน ตามปริมาณการผลิตและขนส่งผู้โดยสารที่ลดลง 3.5% โดยมีผู้โดยสารรวม 4.18 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายรวมลงได้ 1.8% เหลือ 37,282 ล้านบาท โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง 10.7% จากการบริหารแผนการบิน การควบคุมต้นทุน และอานิสงส์เงินบาทแข็งค่า แม้ราคาน้ำมันโลกยังอยู่ในระดับสูง

อีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการ คือ การลดต้นทุนทางการเงินลง 14.2% หรือประมาณ 494 ล้านบาท จากการปรับสัญญาเช่าเครื่องบินเป็นรูปแบบซื้อเครื่องบิน Boeing 777-300ER และ Airbus A320-200

นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้จากรายการพิเศษสุทธิอีก 1,088 ล้านบาท โดยหลักมาจากกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน และกำไรจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์

ด้านการบริหารฝูงบิน การบินไทยได้ทยอยจำหน่ายเครื่องบินที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น Airbus A380-800 และ Boeing 777-200 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและโครงสร้างฝูงบินในระยะยาว

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของไตรมาสนี้ คือ การเติบโตของเส้นทางยุโรป ซึ่งสวนทางกับหลายภูมิภาค โดยรายได้เส้นทางยุโรปเพิ่มขึ้น 2.8% แตะ 16,082 ล้านบาท และมีอัตราบรรทุกผู้โดยสารสูงถึง 90.5%

การบินไทยระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากเลือกใช้เที่ยวบินตรง (Non-stop Flight) เพื่อหลีกเลี่ยงการแวะพักในพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้เส้นทางบินตรงของการบินไทยได้รับอานิสงส์โดยตรง

ขณะที่เส้นทางออสเตรเลียยังเติบโต 1.7% จากดีมานด์เชื่อมต่อผู้โดยสารยุโรป ส่วนเส้นทางเอเชียมีรายได้ลดลง 6.2% จากการแข่งขันที่รุนแรงและการลดความถี่บางเส้นทาง เช่น นาโกยา รวมถึงการยกเลิกเส้นทางโคชิ

สำหรับตลาดในประเทศ รายได้ลดลง 2.2% เหลือ 2,143 ล้านบาท จากการปรับที่นั่งบนเครื่อง Airbus A320-200 เพื่อเพิ่มสัดส่วนชั้นธุรกิจ

ในด้านการพัฒนาบริการ การบินไทยยังเดินหน้าปรับภาพลักษณ์สายการบินพรีเมียม ด้วยการนำเครื่องบิน Airbus A321neo เข้าประจำการ พร้อมแนวคิด “Your Personal Room Concept” ในชั้นธุรกิจ ที่สามารถปรับนอนราบได้ 180 องศา รวมถึงติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ Multi-Orbit รองรับความเร็วสูงสุด 200-300 Mbps

ฐานะการเงินของบริษัท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ยังถือว่าแข็งแกร่ง โดยมีสินทรัพย์รวม 324,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากสิ้นปี 2568 และมีเงินสดรวมทั้งสิ้น 132,320 ล้านบาท สะท้อนสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูง

ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น (IBD/E) ลดลงจาก 1.55 เท่า เหลือ 1.35 เท่า สะท้อนโครงสร้างทางการเงินที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การบินไทยยังคงจับตาความเสี่ยงจากสงครามการค้า ราคาน้ำมัน และภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่ง IATA ประเมินว่าอาจส่งผลกระทบต่อบางเที่ยวบินในยุโรปและเอเชียในช่วงกลางปีนี้

รวมถึงแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับลดเป้าหมายเหลือ 30-34 ล้านคน จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

เพื่อรับมือกับความผันผวนดังกล่าว การบินไทยได้วางมาตรการบริหารเชิงรุก 6 ด้าน ทั้งการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน การปรับแผนเส้นทางบิน การบริหารรายได้ การควบคุมต้นทุน การรักษาสภาพคล่อง และการทำ Stress Test เพื่อรองรับทุกสถานการณ์

พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมกลับมาให้บริการเส้นทาง ‘กรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม’ ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ภายใต้ตารางบินฤดูร้อนปี 2569 ที่ครอบคลุม 62 เส้นทางทั่วโลก สะท้อนแผนรุกขยายเครือข่ายและฟื้นศักยภาพการเติบโตในระยะต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์