ทีดีอาร์ไอ เชื่อส่งออกไทยยังโต เตือนรับมือมาตรการภาษีสหรัฐ

10 ม.ค. 2569 - 05:03

  • ทีดีอาร์ไอ คาดการณ์ การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ 4 เดือนแรกยังขยายตัวได้ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

  • เตือนไทยอาจเจอแรงกดดันจากมาตรการภาษีเฉพาะสินค้า ภาษีสินค้าสวมสิทธิ

  • แนะรัฐบาลควรเจรจาปิดความเสี่ยง ภาษีสินค้าสวมสิทธิ เสริมแต้มต่อทางการค้า

ทีดีอาร์ไอ เชื่อส่งออกไทยยังโต เตือนรับมือมาตรการภาษีสหรัฐ

ทีดีอาร์ไอ เชื่อส่งออกไทยยังโต

นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ประเมินภาพรวมการค้าไทย–สหรัฐฯ ในช่วงต้น “ปีม้า” พบว่า แม้มาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์จะเริ่มกดดันการค้าโลก แต่การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ในช่วง 4 เดือนแรกยังขยายตัวได้ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวในสินค้าบางกลุ่ม เตือนไทยอาจเผชิญแรงกดดันหนักขึ้นจากมาตรการภาษีเฉพาะสินค้าและภาษี “สินค้าสวมสิทธิ” ในระยะถัดไป

ศุภณัฎฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์ นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า หลังสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้ในเดือนสิงหาคม 2568 ผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าแตกต่างกัน โดยขณะที่จีนและเยอรมนีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ลดลง ไทยและเวียดนามกลับขยายตัวได้ โดยการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ในช่วง ส.ค.–พ.ย. 2568 เพิ่มขึ้นถึง 29.59% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

แรงหนุนหลักมาจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังได้รับการยกเว้นภาษี และมีอุปสงค์เพิ่มจากการขยายตัวของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ อาทิ คอมพิวเตอร์พกพาที่เติบโตเกือบ 14 เท่า ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายที่เติบโตมากกว่า 2 เท่า โดยสินค้า 3 กลุ่มนี้มีสัดส่วนรวมกันราว 25% ของมูลค่าส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ในปี 2568

สินค้าสำคัญบางรายการเริ่มส่งสัญญาณไม่สดใส โดยกลุ่มฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์หดตัว 17% เครื่องประดับบางประเภทลดลงราว 13% ขณะที่สินค้าที่ถูกเก็บภาษีเฉพาะก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบชัดเจน เช่น ส่วนประกอบแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งถูกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดในอัตราสูงถึง 375–972% ทำให้การส่งออกลดลงมากกว่า 60% และยางรถยนต์ที่ถูกเก็บภาษี 25% ส่งผลให้ยอดส่งออกลดลงต่อเนื่อง

เตือนรับมือภาษีเฉพาะสินค้า สินค้าสวมสิทธิ

ทีดีอาร์ไอเตือนว่า ความเสี่ยงสำคัญในปี 2569 คือการขยายมาตรการภาษีเฉพาะสินค้าภายใต้มาตรา 232 ของสหรัฐฯ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ โดยมีสินค้าหลายรายการอยู่ระหว่างการสอบสวน เช่น เซมิคอนดักเตอร์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม และหุ่นยนต์ ซึ่งอาจลุกลามไปถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่งออกหลักของไทยที่ปัจจุบันยังได้รับการยกเว้นภาษี

อีกความเสี่ยงที่น่ากังวลคือมาตรการภาษี “สินค้าสวมสิทธิ” ซึ่งสหรัฐฯ อาจเก็บในอัตราสูงถึง 40% โดยไทยถูกจับตาเป็นหนึ่งในประเทศทางผ่านของสินค้าจีน แม้ในเชิงข้อเท็จจริง สินค้าส่งออกหลักของไทยจะมีการผลิตและแปรรูปในประเทศจริง แต่หากสหรัฐฯ ใช้นิยามที่เข้มงวด อาจกระทบการส่งออกไทยในวงกว้าง

สำหรับกรอบข้อตกลงการค้าไทย–สหรัฐฯ ทีดีอาร์ไอประเมินว่า แม้จะช่วยลดภาษีนำเข้าให้ไทยได้บางส่วน แต่ผลบวกต่อการส่งออกมีจำกัด เนื่องจากสินค้าที่เข้าข่ายได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมีสัดส่วนไม่ถึง 3% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด ขณะที่ไทยต้องเปิดเสรีการค้าและลดมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อภาคการผลิตในประเทศ

ทีดีอาร์ไอเสนอว่า รัฐบาลควรเร่งเจรจาปิดความเสี่ยงเรื่องภาษีสินค้าสวมสิทธิ เสริมแต้มต่อทางการค้า และใช้การเจรจากับสหรัฐฯ เป็นโอกาสในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพามาตรการกีดกัน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์