สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) ชี้ “ความเชื่อมั่น” คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย หลังแม้ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่กิจกรรมการซื้อขายในตลาดไทยยังไม่ฟื้นกลับสู่ระดับเดิม
TDO เสนอ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ ยกระดับระบบตรวจสอบและถ่วงดุลภายใน ผลักดันมาตรฐานสากล และเพิ่มความโปร่งใสให้ผู้ใช้งานตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและธรรมาภิบาลในระยะยาว
ใบอนุญาตไม่ใช่แค่ใบรับรอง แต่คือ “คำสัญญา”
'นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล' ประธาน TDO กล่าวว่า แม้เทคโนโลยีบล็อกเชนจะถูกพัฒนาบนแนวคิด “Trustless” หรือระบบที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความไว้วางใจต่อตัวกลาง แต่เมื่อผู้ใช้งานนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาฝากไว้กับผู้ประกอบการ ความสัมพันธ์ดังกล่าวย่อมกลับมาอยู่บนพื้นฐานของ “ความเชื่อมั่น”
โจทย์สำคัญของผู้ใช้งานจึงอยู่ที่ว่า สินทรัพย์ยังปลอดภัยหรือไม่ และเมื่อถึงเวลาต้องการถอน จะสามารถถอนออกมาได้หรือไม่
TDO ระบุว่า ใบอนุญาตประกอบธุรกิจไม่ได้หมายถึงการได้รับสิทธิในการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับพันธะในการดำเนินงานตามขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ดูแลระบบให้พร้อมใช้งาน และรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานกำกับดูแลอย่างถูกต้องและครบถ้วน
Bitcoin ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ตลาดไทยยังไม่กลับมา
ข้อมูลที่ TDO นำเสนอสะท้อนช่องว่างของความเชื่อมั่นอย่างชัดเจน โดยในเดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่ง Bitcoin ทำจุดสูงสุดในรอบก่อน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 252,000 ล้านบาท และมีบัญชีที่ซื้อขายจริงราว 649,000 บัญชี
ขณะที่เดือนตุลาคม 2568 แม้ Bitcoin จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่ารอบก่อนอย่างมาก แต่ตลาดไทยกลับมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 102,000 ล้านบาท และมีบัญชีที่ซื้อขายจริงประมาณ 256,000 บัญชี
สะท้อนว่า มูลค่าการซื้อขายลดลงราว 60% และจำนวนบัญชีที่ซื้อขายจริงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
TDO จึงมองว่าโจทย์ของตลาดไม่ได้อยู่เพียงว่า “คนยังสนใจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่” แต่เป็นคำถามว่า ทำอย่างไรให้ผู้ใช้งานมั่นใจที่จะกลับมาซื้อขายและฝากสินทรัพย์ไว้กับแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในประเทศไทย
อุตสาหกรรมต้องเปลี่ยนจาก “ป้องกันเหตุ” สู่ “ตรวจพบให้เร็ว”
TDO ระบุว่า อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในปัจจุบันมีพัฒนาการจากเมื่อ 5 ปีก่อน ทั้งการแยกทรัพย์สินลูกค้าออกจากทรัพย์สินบริษัท มาตรฐาน Custody การบริหาร Cold Wallet และ Hot Wallet รวมถึงกระบวนการ KYC, AML และการตรวจสอบด้าน Cybersecurity
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องพัฒนาต่อไปคือการสร้างระบบที่ทำให้ ความผิดปกติถูกตรวจพบเร็ว เปิดเผยข้อมูลได้ถูกต้อง และลดการพึ่งพาดุลยพินิจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
3 แนวทางสร้างความเชื่อมั่นกลับคืน
1. ยกระดับระบบตรวจสอบและถ่วงดุลภายใน
TDO เสนอให้ผู้ประกอบการมี Compliance ที่เป็นอิสระจากฝ่ายปฏิบัติการ มีระบบตรวจสอบย้อนหลัง ช่องทางแจ้งเบาะแส และกำหนดขั้นตอนให้ชัดเจนว่าเมื่อเกิดเหตุสำคัญต้องรายงานอะไร ต่อใคร และภายในระยะเวลาเท่าใด
2. ผลักดันมาตรฐานรับรองระดับสากล
เช่น ISO 27001 และ SOC 2 เพื่อให้ระบบควบคุม ความปลอดภัย และกระบวนการภายในได้รับการตรวจสอบจากบุคคลภายนอก ลดการพึ่งพาคำยืนยันจากผู้ประกอบการเพียงฝ่ายเดียว
3. เพิ่มความโปร่งใสที่ผู้ใช้งานตรวจสอบได้
เช่น Proof of Reserves ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบสถานะของสินทรัพย์ที่ผู้ประกอบการดูแล โดย TDO มองว่าเป็นเป้าหมายร่วมที่อุตสาหกรรมควรมุ่งไปให้ถึง
“ความเชื่อมั่น” ต้องพิสูจน์ ไม่ใช่แค่ประชาสัมพันธ์
TDO ย้ำว่าอุตสาหกรรมไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นอีก แต่สามารถสร้างระบบที่ทำให้ เมื่อเกิดเหตุ รู้ได้เร็ว รายงานได้ตรง และแก้ไขได้ทัน
การฟื้นความเชื่อมั่นจึงไม่สามารถเกิดขึ้นจากการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการทำสิ่งที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันที่การทำสิ่งที่ถูกต้องมีต้นทุน
TDO ระบุว่าพร้อมทำงานร่วมกับสมาชิก สำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และมาตรฐานของผู้ประกอบการ เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากผู้ใช้ไม่เชื่อมั่น ต่อให้เทคโนโลยีดีเพียงใด อุตสาหกรรมก็ไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน





