ไต้หวันบุกตรวจค้น Super Micro และพันธมิตร สอบสวนลักลอบส่งชิป AI ของ Nvidia ให้จีน

30 มิ.ย. 2569 - 14:33

  • อัยการไต้หวันบุกตรวจค้น 12 แห่งในคดีลักลอบส่งเซิร์ฟเวอร์ติดชิป Nvidia กว่า 50 เครื่องไปจีน ผ่านญี่ปุ่น

  • ผู้ต้องสงสัยเพิ่มเป็น 9 รายจาก 3 ราย ถูกกล่าวหาปลอมแปลงเอกสารเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของศุลกากร

  • นักกฎหมายไต้หวันเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายการค้าต่างประเทศ เพื่ออุดช่องโหว่ให้การส่งชิปไปจีนเป็นความผิดทางอาญา

ไต้หวันบุกตรวจค้น Super Micro และพันธมิตร สอบสวนลักลอบส่งชิป AI ของ Nvidia ให้จีน

ไต้หวันบุกตรวจ Super Micro และบริษัทเทคฯ สอบสวนลักลอบส่งชิป AI Nvidia ให้จีน

อัยการไต้หวันบุกตรวจค้นสำนักงานของบริษัท Super Micro Computer สัญชาติสหรัฐฯ พร้อมด้วยบริษัทเทคโนโลยีอีก 2 แห่งในไต้หวัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในฐานะส่วนหนึ่งของการสอบสวนที่ขยายขอบเขตขึ้น เกี่ยวกับการลักลอบส่งออกชิป AI รุ่นล้ำสมัยของ Nvidia ไปยังจีน ฮ่องกง และมาเก๊า โดยฝ่าฝืนมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐอเมริกา

ขยายการสอบสวน เพิ่มผู้ต้องสงสัยเป็น 9 ราย

หวง เฉิง อัยการหัวหน้าสำนักงานอัยการเมืองจีหลง เปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า จำนวนผู้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มขึ้นจาก 3 รายเป็น 9 ราย โดยถูกกล่าวหาว่าปลอมแปลงเอกสารเพื่อลักลอบส่งเซิร์ฟเวอร์ผลิตโดย Super Micro Computer จำนวนประมาณ 50 เครื่องไปยังจีน ส่วนหนึ่งผ่านการขนส่งทางญี่ปุ่นหลังผ่านการตรวจของศุลกากรไต้หวันแล้ว

การบุกตรวจครั้งนี้ครอบคลุม 12 สถานที่ ได้แก่ บ้านพักของผู้ต้องสงสัย 6 ราย และสำนักงานของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย Super Micro Computer ซึ่งจดทะเบียนในตลาด Nasdaq, Albatron Technology และ Chief Telecom ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน

ช่องโหว่กฎหมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ปัจจุบันการส่งออกชิป AI ไปยังจีนยังไม่ถือเป็นความผิดทางอาญาในไต้หวัน ทำให้อัยการต้องอาศัยกฎหมายอื่นในการดำเนินคดี สมาชิกสภานิติบัญญัติ จง เจี่ยปิน จากพรรค DPP ของประธานาธิบดี ไหล ชิงเต เตรียมเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติการค้าต่างประเทศเพื่อเพิ่ม "มาตราชิปเซมิคอนดักเตอร์จีนแผ่นดินใหญ่" โดยระบุว่าช่องโหว่ดังกล่าวเกิดขึ้นในยุคของอดีตประธานาธิบดี หม่า อิงจิ่ว และรัฐบาล DPP ที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถปิดช่องโหว่นี้ได้

ผู้เชี่ยวชาญชี้ปัญหาร้ายแรง ราคาหุ้นดิ่งหนัก

คริส แมคไกวร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนและ AI จาก Council on Foreign Relations ระบุว่าการลักลอบนำชิปออกเป็น "ปัญหาร้ายแรงมาก" ในไต้หวันและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมย้ำว่าพันธมิตรของสหรัฐฯ จำเป็นต้องปรับกฎหมายให้สอดคล้องกัน ขณะที่ทั้งสามบริษัทออกมายืนยันว่าให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้ว แต่ราคาหุ้นของทั้งสามบริษัทปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์นี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์