เทศกาลบอลลูนไต้หวัน 45 วัน โมเดลสร้างเศรษฐกิจไถตง

22 ส.ค. 2569 - 15:47

  • เทศกาลบอลลูนไต้หวัน 45 วัน จากเทศกาลสู่เหตุผลให้เดินทาง

  • จากบอลลูน 2 ลูก สู่มากกว่า 50 ลูกต่อปี

  • ต่อยอด Festival Tourism สู่บอลลูนเที่ยวได้ตลอดปี

เทศกาลบอลลูนไต้หวัน 45 วัน โมเดลสร้างเศรษฐกิจไถตง

เทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวัน 2569
จากแรงลอยตัว สู่ประสบการณ์เหนือฟ้า ‘ลู่เหย่’

อะไรที่เคลื่อนไหวขึ้นสู่ที่สูง โดยอาศัยแรงลมธรรมชาติ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทั้ง ‘ศาสตร์’ และ ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ คอยควบคุม ‘บอลลูน’ ก็เช่นกัน

ภาพบอลลูนหลากสีค่อยๆ พองตัวขึ้น ก่อนลอยจากพื้นดินสู่ท้องฟ้า อาจดูเหมือนเป็นเพียงฉากสวยงามสำหรับนักท่องเที่ยว แต่เบื้องหลังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกการบินต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในหลักการทางวิทยาศาสตร์ การอ่านสภาพอากาศ และการตัดสินใจของนักบินอย่างแม่นยำ

ทีมข่าว SPACEBAR มีโอกาสเดินทางร่วมกับ Team Vision Thai สื่อออนไลน์ภาษาจีนชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ พาไปสัมผัส “Taiwan International Balloon Festival 2026” หรือเทศกาลบอลลูนลมร้อนนานาชาติไต้หวัน ณ ที่ราบสูงลู่เหย่ (Luye Highland) เมืองไถตง ของไต้หวัน ตั้งแต่เช้าตรู่

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo02.png

ภารกิจครั้งนี้เราออกเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตั้งแต่ตี 4 และถึงสถานที่จัดงานตี 5 เมื่อแสงแรกของวันเริ่มปรากฏ สิ่งที่เห็นไม่ใช่เพียงบอลลูนที่เตรียมขึ้นบิน แต่คือกระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยทีมงาน นักบิน และผู้ควบคุมการบินอย่างเป็นระบบ

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo03.png
taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo04.png

นั่นทำให้คำถามหนึ่งเกิดขึ้นทันทีว่า...อะไรทำให้ ‘บอลลูน’ กลายเป็นมากกว่ากิจกรรมท่องเที่ยว และใครกันหนอ? คือจุดเริ่มต้นของ ‘บอลลูน’ จนต่อยอดมาสู่การเป็นเครื่องมือสร้างเศรษฐกิจให้เมืองหนึ่งได้?

จากแรงลอยตัว สู่ประสบการณ์บนท้องฟ้า

ระหว่างการเตรียมบอลลูนของคณะผู้จัดงาน เราเห็นแรงอัดลมร้อนเข้าบอลลูนลูกแล้วลูกเล่า โดยหลักการที่ทำให้บอลลูนลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง ‘แรงลอยตัว’ (Buoyancy) ซึ่งมีรากฐานจากการศึกษาของอาร์คิมิดิส นักปราชญ์กรีกโบราณ

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo05.png

ก่อนที่แนวคิดดังกล่าวจะถูกต่อยอดสู่การบินจริง โดยสองพี่น้องตระกูลมงต์กอลฟิเยร์ (Montgolfier brothers) ชาวฝรั่งเศส ซึ่งนำหลักการของอากาศร้อนมาพัฒนาเป็น ‘บอลลูนลมร้อน’ และประสบความสำเร็จในการนำมนุษย์ขึ้นบินในปี ค.ศ.1783

กว่าสองศตวรรษต่อมา เทคโนโลยีและองค์ความรู้เหล่านั้นถูกพัฒนาเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวในหลายประเทศทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือ ‘ไต้หวัน’

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo06.png

ไถตง (Taitung) ทำอะไรในเทศกาลบอลลูน ที่แตกต่างออกไป

กล่าวได้ว่า ‘เมืองไถตง’ ไม่ได้มอง ‘บอลลูน’ เป็นเพียงกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสร้างสีสันในช่วงสุดสัปดาห์ หากแต่พยายามพัฒนาให้กลายเป็น Destination Tourism ที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าพื้นที่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน และนี่คือจุดที่น่าสนใจในเชิงเศรษฐกิจ

45 วัน ไม่ใช่แค่เทศกาล แต่คือการสร้าง ‘เหตุผลให้เดินทาง’

เทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวันปี 2569 เดินทางมาถึงปีที่ 16 จัดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม ถึง 20 สิงหาคม 2569 ในธีมการ์ตูนสุดฮิตจากญี่ปุ่น ‘จิคาวะ’ (Chiikawa)

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo07.png

โดยจุดเด่นสำคัญที่ผู้บริหารการท่องเที่ยวไถตงย้ำตรงกัน คือระยะเวลาการจัดงานที่ยาวนาน โดยเทศกาลนี้จัดต่อเนื่องอย่างน้อย 45 วัน หรือประมาณ 7 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับเทศกาลบอลลูนในหลายพื้นที่ ซึ่งมักจัดเพียง 2-4 วัน ความยาวของเทศกาลไถตงจึงกลายเป็นจุดแตกต่างสำคัญ

หง กั๋วชิน รองผู้อำนวยการกองพัฒนาการท่องเที่ยว รัฐบาลมณฑลไถตง อธิบายว่า เป้าหมายไม่ได้ต้องการให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเพียงช่วงสุดสัปดาห์แล้วกลับ แต่ต้องการให้ผู้คนจากทั่วไต้หวัน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีเวลามาพักผ่อนและทำความรู้จักไถตงมากขึ้น หรือพูดง่ายๆ คือ จากเดิมที่ ‘เทศกาล’ อาจเป็นเพียงเหตุผลหนึ่งในการเดินทาง ไถตงกำลังพยายามทำให้เทศกาลกลายเป็น แม่เหล็กที่ช่วยดึงคนเข้าสู่เมืองในระยะเวลาที่ยาวขึ้น

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo08.png

เพราะเมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อดูบอลลูน การใช้จ่ายไม่ได้จบลงที่ค่ากิจกรรมบนพื้นที่จัดงาน แต่ยังต่อเนื่องไปถึงที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมอื่นๆ ในพื้นที่ นี่จึงเป็นการออกแบบเทศกาลให้ทำหน้าที่เป็น ‘เครื่องยนต์’ ของการท่องเที่ยว

จากบอลลูน 2 ลูก สู่มากกว่า 50 ลูก

ความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรก โดยเมื่อย้อนกลับไปประมาณ 16 ปีก่อน ไถตงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีฐานเศรษฐกิจและงบประมาณจำกัดเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นของไต้หวัน รัฐบาลท้องถิ่นจึงพยายามหากิจกรรมใหม่ๆ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยว หนึ่งในโจทย์ที่ถูกมองเห็น คือธรรมชาติของพื้นที่ลู่เหย่ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาและมีสภาพลมค่อนข้างนิ่งในช่วงเช้าและเย็น

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo01-1.png

จากโจทย์เรื่อง ‘ธรรมชาติ’ จึงนำไปสู่ไอเดียเรื่อง ‘บอลลูน’

ปีแรกมีบอลลูนเพียง 2 ลูก และในเวลานั้นไต้หวันยังไม่มีบอลลูนสำหรับกิจกรรมลักษณะนี้มากนัก จึงต้องเชิญบอลลูนจากต่างประเทศเข้ามา แต่วันนี้จำนวนบอลลูนในช่วงเทศกาลเพิ่มขึ้นเป็น มากกว่า 50 ลูกต่อปีแล้ว

การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลอดช่วง 15-16 ปีที่ผ่านมา เทศกาลไม่ได้เติบโตเพียงในแง่จำนวนบอลลูน แต่เกิดการสะสมองค์ความรู้ ระบบการจัดงาน บุคลากร และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบอลลูนขึ้นมาพร้อมกัน

จากกิจกรรมทดลอง จึงค่อยๆ กลายเป็นระบบการท่องเที่ยวที่มีโครงสร้างรองรับ

‘ความปลอดภัย’ คือสินค้าสำคัญที่มองไม่เห็น

หนึ่งในภาพที่นักท่องเที่ยวอาจไม่ได้สังเกต คือก่อนที่บอลลูนจะขึ้นสู่ท้องฟ้า ทีมงานต้องประเมินสภาพอากาศอย่างละเอียด เพราะบอลลูนไม่ได้สามารถบินได้ทุกสภาพอากาศ โดยหากมีฝนตก หรือลมกระโชกแรงจนเกินมาตรฐานที่กำหนด การบินจะต้องถูกระงับทันที แม้นั่นหมายถึงนักท่องเที่ยวอาจผิดหวังจากกิจกรรมที่ตั้งใจมารอชม สำหรับเทศกาลไถตง เรื่องนี้ถูกวางไว้เป็นหลักสำคัญ

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo09.png

Mr. Wout Bakker ผู้อำนวยการควบคุมการบินบอลลูนชาวเนเธอร์แลนด์ ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการควบคุมการบินของเทศกาล เปรียบเสมือน ‘หอบังคับการบิน’ ของกิจกรรมบนท้องฟ้า

คำสั่งว่า ‘บินได้’ ก็คือบิน แต่หากสภาพอากาศไม่เหมาะสม คำสั่งคือ ‘หยุด’ ทุกอย่างก็ต้องหยุด

นี่จึงเป็นอีกด้านหนึ่งของเทศกาลที่น่าสนใจ เพราะประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่ได้ขายเพียงภาพความสวยงามบนท้องฟ้า แต่ขายความเชื่อมั่นในระบบการจัดการด้วย และสิ่งที่ผู้จัดงานพยายามทำคือการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นว่า บอลลูนทำงานอย่างไร สภาพอากาศมีผลอย่างไร และเหตุใดบางเที่ยวบินจึงต้องถูกยกเลิก

เมื่อผู้ชมเข้าใจเหตุผลมากขึ้น การยกเลิกเที่ยวบินจึงไม่ได้กลายเป็นความผิดหวังเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่พวกเขาเข้าใจได้

เทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวัน ไม่เพียงแค่ Mr. Bakker จะอำนวยการควบคุมการบินบอลลูนตลอดทั้งงานเท่านั้น โดยบนบอลลูนที่ลอยขึ้นท้องฟ้านั้น ยังมีนักบินสาวชาวไทย ร่วมดูแลพวกเราพร้อมคอยให้คำแนะนำ ขณะบอลลูนลอยเหนือพื้นอีกด้วย 

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo10.png

จุดขายท่องเที่ยวไถตง ไม่ได้อยู่แค่ ‘ขึ้นบอลลูน’

ไถตงมีสิ่งที่ทำให้ประสบการณ์บอลลูนแตกต่างจากหลาย Destination ทั่วโลก นั่นคือภูมิทัศน์ โดยพื้นที่ลู่เหย่อยู่ท่ามกลางเทือกเขา Central Mountain Range และ Coastal Mountain Range ขณะที่สภาพอากาศบริเวณนี้ค่อนข้างเหมาะกับการบินบอลลูน

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo11.png

โดยเมื่อบอลลูนลอยขึ้น สิ่งที่ผู้โดยสารพบ จะไม่ใช่มีแค่เพียงตัวบอลลูนอย่างเดียว แต่ว่าสภาพ ภูเขา หุบเขา และภูมิประเทศโดยรอบล้วนเป็นอีกบรรยากาศที่แตกต่าง นักบินจึงมองว่า ‘Landscape’ คือหนึ่งในจุดขายสำคัญของไถตง

เพราะแม้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นบอลลูนได้ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตุรกี แอฟริกาใต้ สหรัฐฯ หรือเม็กซิโก แต่ภูมิทัศน์และบรรยากาศของไถตงสร้างประสบการณ์อีกแบบหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น เทศกาลยังมีทั้งการขึ้นแบบผูกโยงกับพื้นดิน (Tethering) และการบินอิสระ (Free Flight)

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo12.png

ซึ่งสำหรับการบินอิสระ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ได้แม้นอกช่วงเทศกาล หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย โดยการบินใช้เวลาประมาณ 45 นาที และต้องมีการจองล่วงหน้า สิ่งนี้จึงทำให้ ‘บอลลูน’ ไม่ได้จบลงพร้อมวันสุดท้ายของเทศกาล

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo13.png

จาก Festival Tourism สู่การท่องเที่ยวตลอดปี

นี่อาจเป็นจุดที่น่าสนใจที่สุดของโมเดลไถตง โดยในช่วงเทศกาล นักท่องเที่ยวจะได้เห็นบอลลูนจากหลายประเทศจำนวนมากกว่า 40-50 ลูก แต่หลังจากเทศกาลสิ้นสุด ไถตงยังมีบอลลูนให้บริการในพื้นที่อีกประมาณ 10 ลูก และมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมให้บริการการบินอิสระ

หมายความว่า รัฐบาลไม่ได้พยายามสร้างเฉพาะ ‘เทศกาลใหญ่’ แล้วจบลง แต่ใช้เทศกาลเป็นตัวสร้างการรับรู้ ก่อนต่อยอดไปสู่กิจกรรมการท่องเที่ยวที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี สิ่งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนจาก ‘การมาดูบอลลูน’ ไปสู่ “การมาไถตงเพื่อสัมผัสประสบการณ์บอลลูน”

ซึ่งมีความหมายทางเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างมาก เพราะแบบแรกผูกการเดินทางไว้กับ ‘วันจัดงาน’ แต่แบบหลังเปิดโอกาสให้เกิดการเดินทางนอกฤดูกาล และช่วยกระจายรายได้ด้านการท่องเที่ยวออกไปตลอดทั้งปี

บทเรียนจากท้องฟ้าสู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยว

สำหรับไถตง บอลลูนจึงไม่ใช่เพียงวัตถุที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า แต่มันกำลังทำหน้าที่เป็น “เครื่องมือสร้างภาพจำของเมือง” จากท้องฟ้าลู่เหย่ สู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไถตง และนี่อาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมบอลลูนลูกหนึ่งจึงพาคนเดินทางมาได้ไกลกว่าที่คิด

taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo14.png
taiwan-balloon-taitung-SPACEBAR-Photo15.png

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์