สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) ออกประกาศ ให้การลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มต้องมีการยืนยันตัวตน และให้แพลตฟอร์มต้องเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณา รวมถึงหลักฐานการชำระเงินอย่างน้อย 90 วัน มาตรการนี้จะมีส่วนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อจะได้ทราบว่า การลงโฆษณา ทำโดยใคร หากมีการหลอกลวง หรือการทำความผิดจะได้ติดตามตรวจสอบได้ในภายหลัง
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ออกประกาศ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2) มีสาระสำคัญในการเพิ่มมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ปฎิบัติ ดังนี้
กรณีมีโฆษณาเผยแพร่ในประเทศไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการ สื่อสังคมออนไลน์ ต้องจัดให้มีการพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาทุกครั้งก่อนการประกาศโฆษณา เว้นแต่ได้พิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณารายนั้นไว้ก่อนแล้วภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พิสูจน์ตัวตนครั้งล่าสุด

การพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณา ต้องตรวจสอบหลักฐานแสดงตน และตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้กระทำกา รโฆษณา โดยการพิสูจน์ตัวตนต้องทำผ่านระบบการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่มีระดับความน่าเชื่อถือ ไม่ต่ำกว่าที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด
ผู้ให้บริการ ต้องจัดเก็บข้อมูลของผู้ลงโฆษณา รวมถึงหลักฐานการชำระเงิน ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วันนับตังแต่สิ้นสุดการใช้บริการ ข้อมูลอย่างน้อย จะต้องประกอบด้วย ชื่อบุคคล หรือนิติบุคคลและผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคล หลักฐานแสดงตนสำหรับบุคคลธรรมดา หรือหลักฐานแสดงความเป็นนิติบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หนังสือรับรองนิติบุคคล ข้อมูลการติดต่อที่สามารถติดต่อได้ เช่น ที่อยู่ เลขหมายโทรศัพท์ในกรณีที่มีการชำระค่าโฆษณาโดยบุคคลอื่น
สืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม และดิจิทัล ให้ความเห็นว่า มาตรการที่เพิ่มเข้ามาเป็นสิ่งที่ดี แต่ปัญหาของการหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์ม ไม่ได้อยู่ที่การลงโฆษณาอย่างเดียว ปัญปัญหาอยู่ที่แพลตฟอร์ม ตราบใดที่ยังควบคุมดูแลแพลตฟอร์มไม่ได้ไม่ก็ไม่สามารถตรวจสอบหาคนทำความผิดได้ การตรวจสอบต้องย้อนกลับถึงการเชื่อมโยงกลับไปตัวตนจริง ที่ผ่านมาการกำกับดูแลยังไม่สามารถทำได้เพราะยังไม่มีคนที่เป็นผู้กำกับดูแลแพลตฟอร์มโดยตรงแะลละลงโทษหรือมีมาตรการจัดการกับแพลตฟอร์มจึงทำไม่ได้ หลายฝ่ายมองว่า เอ็ตด้า (สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์) มีความเหมาะสมที่สุด
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีแผนที่จะประชุมพิจารณาแนวทางในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเพิ่มอำนาจในการกำกับดูแลให้กับเอ็ตด้ามีอำนาจกำกับดูแลแพลตฟอร์มมากกว่าการเป็นนายทะเบียน โดยจะมีความชัดเจนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ว่าจะใช้วิธีการออกกฎหมายใหม่ หรือ แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้เอ็ตด้ามีอำนาจในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มมากขึ้น




