เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน เปิดตัวกองทุนลงทุนสาธารณะใหม่ “Spain Grows” มูลค่า 120 พันล้านยูโร (ประมาณ 4.2 ล้านล้านบาท) เพื่อแก้ไขวิกฤตที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศ
ปัญหาที่อยู่อาศัยขาดแคลนและราคาพุ่งสูง ยังคงเป็นความกังวลอันดับต้น ๆ ของชาวสเปน และกลายเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจสเปน
กองทุนมหาศาล 7% ของ GDP
กองทุน “Spain Grows” ซึ่งประกาศครั้งแรกในเดือนมกราคม มีมูลค่าคิดเป็น 7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยจะได้รับเงินทุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมเงินสนับสนุนเริ่มต้นจาก สหภาพยุโรป จำนวน 10.5 พันล้านยูโร
เปโดร ซานเชซ ระบุว่า กองทุนดังกล่าวจะ “ระดมทุนจากภาครัฐและเอกชนสูงสุด 23 พันล้านยูโร เพื่อกระตุ้นอุปทานที่อยู่อาศัย” และช่วยผลักดันการก่อสร้างบ้านใหม่เฉลี่ยปีละ 15,000 หลัง แม้ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาการลงทุนที่ชัดเจน
เป้าหมายหลากหลายสาขา
ผู้นำสเปนระบุระหว่างการนำเสนอที่กรุง มาดริด ว่า นอกเหนือจากภาคอสังหาริมทรัพย์แล้ว เงินทุนจากกองทุนนี้ยังจะสนับสนุนอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ พลังงาน ดิจิทัลไลเซชัน ปัญญาประดิษฐ์ และความมั่นคง
ท่องเที่ยวบูมกระทบที่อยู่อาศัย
การท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจสเปน โดยประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 97 ล้านคนในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ GDP เติบโต 2.8% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของยูโรโซนเกือบเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม ชาวสเปนจำนวนมากแสดงความกังวลว่า ที่พักระยะสั้นสำหรับนักท่องเที่ยวกำลังผลักดันราคาที่อยู่อาศัยให้สูงขึ้น และลดทอนอุปทานในตลาดเช่า
ข้อมูลจาก Idealista เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ ระบุว่า ราคาเช่าเฉลี่ยต่อตารางเมตรในสเปนเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ปัญหาขาดแคลนที่อยู่อาศัย
ธนาคารกลางสเปน ประเมินว่า การเพิ่มขึ้นของครัวเรือนใหม่และความล่าช้าในการก่อสร้าง ส่งผลให้สเปนเผชิญภาวะขาดแคลนที่อยู่อาศัยราว 700,000 หลัง ในช่วงปี 2021–2025
สถานการณ์ดังกล่าวกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อทั้งภาคเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งรัฐบาลสเปนหวังว่า กองทุน “Spain Grows” จะเป็นกลไกหลักในการคลี่คลายปัญหาในระยะยาว



