วิกฤตท่องเที่ยวเชียงใหม่ซ้ำซ้อน! สงครามตะวันออกกลาง-ฝุ่นควัน ฉุดรายได้ปางช้างดิ่งหนัก บางแห่งลดลงกว่า 90% เสี่ยงประคองกิจการได้ไม่เกิน 3 เดือน
‘จังหวัดเชียงใหม่‘ เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 80 ปัจจุบันเริ่มได้รับผลกระทบจากภัยสงครามตะวันออกกลาง รวมถึงปัญหาฝุ่นควันที่เกิดขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก ส่งผลกับธุรกิจปางช้าง โดยเฉพาะปางช้างแม่แตง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงมีนักท่องเที่ยวเข้าชมการแสดงช้าง และใช้บริการนั่งช้างชมธรรมชาติ แต่ก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากเหมือนเดือนก่อน

วาสนา ทองสุข ผู้บริหารปางช้างแม่แตง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางยกเลิกการเดินทางและยกเลิกโปรแกรมท่องเที่ยวปางช้างเกือบทั้งหมด ขณะที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปบางประเทศ ก็มีการยกเลิกการเดินทางเช่นกัน ส่งผลให้รายได้ของปางช้างลดลงกว่า 20 % จึงต้องใช้มาตรการหยุดการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ภายในปางช้าง เช่น ร้านอาหาร ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวก ที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมด เพื่อสำรองงบประมาณไว้ดูแลช้าง ที่มีอยู่ 64 เชือกและคนงาน อีก 200 คน โดยมีค่าใช้จ่ายเดือนละกว่า 4 ล้านบาท

“ตอนนี้ยังเตรียมพิจารณาปรับลดเวลาทำงานพนักงานบางส่วน หรือใช้ระบบสลับวันทำงาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และลดการใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น แต่หากสถานการณ์การสู้รบยังยืดเยื้อ ปางช้างแทบทุกแห่ง จะสามารถประคองกิจการได้ไม่เกิน 3 เดือน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนจำนวนมากได้”
“ปัจจุบันปางช้างแม่แตงหยุดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพราะเราต้องวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้า ซึ่งปัจจุบันต้องโฟกัสที่ช้างเป็นหลัก เพราะที่ผ่านมาเราเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งต้องบริหารจัดการเงิน โดยเราอดได้แต่ช้างต้องไม่อด ซึ่งเราก็จะนำโมเดลช่วงโควิด-19 มาใช้บริหารจัดการในช่วงที่นักท่องเที่ยวลดลงเช่นนี้”

ด้าน อัญชลี บุณราช ผู้บริหารปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปางช้างแม่สามีต้นทุนที่สูงขึ้นจากภาวะสงครามในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการปรับตัวช่วยเหลือตัวเองด้วยการปลูกพืชเองรอบๆ ปางช้าง แต่ก็ไม่สามารถนำมาเลี้ยงช้างจำนวนมากได้ในแต่ละวัน เพราะช้างในปางช้างกินหญ้าเป็นอาหารหลัก 80% และอาศัยผลไม้จากนักท่องเที่ยว 20%

“ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการนั้นถือว่าสูงมาก โดยปางช้างควรที่จะมีรายได้หลักแสนต่อวัน แต่ตอนนี้รายได้ลดลงไปกว่าร้อยละ 90 เหลือรายได้หลักหมื่นต่อวัน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อเดือน ราวๆ 3 ล้านบาท ปัจจุบันไม่สามารถเตรียมตัวได้ทัน เหมือนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เรามีโอกาส ในการวางแผนการปลูกพืช รวมถึงการทำปุ๋ยมูลช้าง และกระดาษมูลช้าง ขณะนั้นเราก็พยายามที่จะให้มีรายได้เข้ามา”
“ตอนนี้สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จึงมีผลกระทบและเดือนนี้เราตั้งตัวไม่ทัน หากเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็ถือว่าจะมีรายได้เข้ามา แต่ครั้งนี้เราไม่เห็นนักท่องเที่ยว ก็จะทำให้ผู้ประกอบการอย่างเราต้องแบกรับภาระทุกอย่าง โดยเฉพาะพนักงานที่อยู่ในความดูแล จึงอยากให้ภาครัฐนั้นช่วยดูแลผู้ประกอบการปางช้าง ซึ่งมีหน้าที่ที่ดูแลสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของชาติ”

ด้าน วิทยา พงษ์ศิริ อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ระบุว่า การท่องเที่ยว เปรียบเสมือนหัวใจของคนเชียงใหม่ เนื่องจากรายได้จังหวัดร้อยละ 80 มาจากภาคการท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวลดลง รายได้จากการท่องเที่ยวที่ลดลง ก็จะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวมของจังหวัดทั้งหมด
“วันนี้เราเห็นได้ชัดว่ามีนักท่องเที่ยวที่จองเข้าไปจังหวัดเชียงใหม่น้อยลง และมีการยกเลิกพร้อมกันด้วย เพราะนักท่องเที่ยวน่าจะกังวลและชะลอการตัดสินใจออกไป แต่ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัว ปรับกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่เน้นเรื่องเชิงอนุรักษ์ ด้านการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการด้านอื่นๆ ก็ต้องหาวิธีการช่วยเหลือ ระดมความคิดเห็นเรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างไร เพื่อร่วมกันผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้”

ประเทศไทยมีปางช้างประมาณ 223 แห่ง และเชียงใหม่ถือเป็นศูนย์กลางหลักของธุรกิจนี้ และแม้ไม่มีตัวเลขรวมเม็ดเงินรายได้อย่างเป็นทางการ แต่จากข้อมูลที่ผู้ประกอบการเปิดเผย พบว่า ก่อนวิกฤตรายได้ควรอยู่ระดับ หลักแสนบาทต่อวัน หากเฉลี่ย 100,000–150,000 บาท/วัน รายได้ต่อปีแต่ละแห่งโดยประมาณจะอยู่ที่ 36-55 ล้านบาท
ที่ผ่านมา แบรนด์สื่อระดับโลกอย่าง Time Out ที่แนะนำไลฟ์สไตล์ อาหาร เครื่องดื่ม วัฒนธรรม และอีเวนต์ ได้สำรวจข้อมูลเชิงลึกจากผู้คนมากกว่า 24,000 คนใน 150 เมืองทั่วโลก พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในอันดับ 32 ในจำนวน 50 เมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026 แต่สงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเชียงใหม่ลดลง ประกอบกับปัญหาฝุ่นควันที่ซ้ำเติมมาอีก ทำให้ผลกระทบที่ประสบอยู่เพิ่มทวีมากขึ้น







