รัฐชวนติดโซลาร์รูฟท็อป ลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 แสนบาท คืนทุนราว 5-7 ปี ช่วยลดค่าไฟและลดคาร์บอน
รัฐบาลเดินหน้าหนุนพลังงานสะอาด เปิดทางให้ประชาชนติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาบ้าน พร้อมใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท หวังช่วยลดภาระค่าไฟในระยะยาว กระตุ้นการลงทุนพลังงานสะอาดในประเทศ และสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนของไทย
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากมีการประกาศมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานใน ราชกิจจานุเบกษา อย่างเป็นทางการ ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้ทันที โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน สามารถนำค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง ไม่เกิน 200,000 บาท
มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2571
ทั้งนี้ การติดตั้งต้องเป็นระบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของ การไฟฟ้านครหลวง หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และต้องใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์แบบเต็มรูป (e-Tax Invoice)
กระทรวงพลังงานคาดว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 15.28 ล้านตันต่อปี พร้อมทั้งกระตุ้นการลงทุนด้านพลังงานสะอาดในประเทศกว่า 240,000 ล้านบาท
สำหรับอุปกรณ์ที่เข้าร่วมมาตรการต้องเป็นของใหม่และมีมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานสูง เช่น ปั๊มความร้อน (Heat Pump) สีหรือกระจกกันความร้อน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟ เบอร์ 5 ระดับสูงสุด และต้องไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ซ้ำซ้อนจากมาตรการอื่น เช่น มาตรการส่งเสริมการลงทุนของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือพื้นที่ Eastern Economic Corridor
“มาตรการนี้จะช่วยจูงใจให้ประชาชนและภาคธุรกิจหันมาใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และช่วยประเทศลดการนำเข้าพลังงาน พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน” นายอรรถพล กล่าว
ติดโซลาร์รูฟท็อปคืนทุนกี่ปี
ปัจจุบันต้นทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับบ้านอยู่อาศัยขนาดประมาณ 3-5 กิโลวัตต์ อยู่ที่ราว 120,000-250,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดระบบและอุปกรณ์
โดยทั่วไป ระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 600-700 หน่วยต่อเดือน ซึ่งช่วยลดค่าไฟได้ประมาณ 2,500-3,000 บาทต่อเดือน
หากคิดจากค่าไฟที่ประหยัดได้เฉลี่ยต่อปี ระบบโซลาร์รูฟท็อปจะใช้เวลาคืนทุนประมาณ 5-7 ปี ขณะที่อายุการใช้งานของแผงโซลาร์ส่วนใหญ่อยู่ที่ 20-25 ปี ทำให้หลังจากคืนทุนแล้ว เจ้าของบ้านยังสามารถประหยัดค่าไฟได้อีกในระยะยาว
มาตรการลดหย่อนภาษีของรัฐจึงช่วยลดต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นลงอีก และทำให้ระยะเวลาคืนทุน สั้นลงกว่าเดิม
บริบทค่าไฟไทย - เหตุผลที่โซลาร์ได้รับความสนใจ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ค่าไฟฟ้าของไทยมีแนวโน้มผันผวนตามต้นทุนเชื้อเพลิง โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติและราคาพลังงานในตลาดโลก ทำให้ค่าไฟเฉลี่ยในบางช่วงปรับขึ้นเกิน 4 บาทต่อหน่วย
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ครัวเรือนและภาคธุรกิจเริ่มมองหาทางเลือกในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่ง โซลาร์รูฟท็อป กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญ เนื่องจากสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองในเวลากลางวัน และช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลัก
กระทรวงพลังงานคาดว่า มาตรการภาษีครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการลงทุนด้านพลังงานสะอาดในประเทศมากกว่า 240,000 ล้านบาท
ติดโซลาร์รูฟท็อป เชื่อมเป้าหมาย Net Zero
นอกจากช่วยลดค่าไฟแล้ว โซลาร์รูฟท็อปยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
กระทรวงพลังงานประเมินว่า มาตรการนี้อาจช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 15.28 ล้านตันต่อปี
ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของไทย ที่ประกาศในเวที United Nations ว่าจะมุ่งสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และบรรลุ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065
อรรถพล กล่าวว่า มาตรการภาษีสำหรับโซลาร์รูฟท็อปและอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงพลังงาน เพื่อผลักดันให้ประชาชนและภาคธุรกิจหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น
“การติดโซลาร์รูฟท็อปไม่เพียงช่วยลดค่าไฟของครัวเรือน แต่ยังช่วยประเทศลดการนำเข้าพลังงาน และร่วมกันลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว”
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน




