ประกันสังคมก้าวหน้า เปิดแผน CARE จับตาลดงบไอที
หลังชนะเลือกตั้ง ทีมประกันสังคมก้าวหน้าวางแผนให้ผู้แทนนายจ้างและผู้ประกันตนรวม 14 คนร่วมปฏิรูปกองทุน ผลักดันบำนาญ CARE ทบทวนงบบริหารและไอที พร้อมเปิดเผยการประชุม จับตาว่าข้อเสนอจะเปลี่ยนเป็นสิทธิและบริการที่ดีขึ้นได้อย่างไร
เงินสมทบที่คนทำงานจ่ายทุกเดือนคือหลักประกันเมื่อเจ็บป่วย ว่างงาน หรือเกษียณ การเปลี่ยนแปลงบอร์ดประกันสังคมจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของผู้ประกันตน และการบริหารเงินที่นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาลร่วมสมทบ
หลังชนะเลือกตั้ง ทีมประกันสังคมก้าวหน้าประกาศให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนรวม 14 คนร่วมผลักดันการปฏิรูปประกันสังคม โดยวางเป้าหมายเชื่อมไปสู่การพัฒนาประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี หัวหน้าทีม ระบุแนวทางเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารและการลงทุน ทบทวนรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และนำเงินไปใช้เพื่อสวัสดิการของผู้ประกันตน ขณะที่ ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัครฝ่ายนายจ้าง ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการลงทุนและความยั่งยืนของกองทุน
ทีมยังประกาศนโยบาย 6 ด้านที่จะเริ่มผลักดันในช่วง 7 วันแรกหลังเข้ารับหน้าที่ ครอบคลุมงบประมาณ การตรวจสอบ บำนาญ การเปิดเผยข้อมูล สุขภาพ และเทคโนโลยีบริการ
กรอบดังกล่าวเป็นแผนเริ่มดำเนินงาน ยังไม่ใช่การยืนยันว่าทุกข้อเสนอจะมีผลภายใน 7 วัน สิ่งที่ต้องติดตามคือเรื่องใดจะเข้าสู่การพิจารณาก่อน ต้องผ่านขั้นตอนใด และผู้ประกันตนจะได้รับประโยชน์เมื่อไร
บำนาญ CARE และสิทธิสุขภาพ ต้องชัดว่าใครได้อะไร
ข้อเสนอสำคัญคือการผลักดันสูตรคำนวณบำนาญ CARE ซึ่งทีมระบุว่าต้องการสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ที่ส่งเงินสมทบตลอดช่วงชีวิตการทำงาน
การพิจารณาสูตรใหม่ต้องเปิดรายละเอียดให้เห็นว่าใช้ข้อมูลรายได้และระยะเวลาส่งเงินสมทบอย่างไร ส่งผลต่อผู้ประกันตนแต่ละกลุ่มเพียงใด และมีแนวทางรองรับผู้ที่อาจได้รับผลกระทบหรือไม่
สำหรับคนใกล้เกษียณ ความชัดเจนเรื่องวันเริ่มใช้และเงื่อนไขเปลี่ยนผ่านมีความสำคัญต่อการวางแผนรายได้ ขณะที่ผู้ประกันตนวัยทำงานต้องเห็นว่าการปรับสูตรสัมพันธ์กับเงินสมทบและสิทธิในอนาคตอย่างไร พร้อมกันนั้น ต้องมีข้อมูลประเมินภาระระยะยาวของกองทุน เพื่อให้การเพิ่มความเป็นธรรมด้านบำนาญดำเนินไปพร้อมกับความสามารถในการจ่ายสิทธิอย่างต่อเนื่อง
ด้านสุขภาพ ทีมเสนอประชาสัมพันธ์สิทธิส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค หรือ P&P เช่น การตรวจสุขภาพเชิงรุกและการฉีดวัคซีน ประเด็นนี้ต้องแยกให้ชัดว่าเป็นการส่งเสริมให้ใช้สิทธิที่มีอยู่ หรือมีข้อเสนอเพิ่มบริการด้วย เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าใจตรงกัน
ผลของนโยบายจึงควรวัดจากการเข้าถึงบริการจริง ทั้งจำนวนผู้ใช้สิทธิ ความสะดวก และความครอบคลุมของบริการ มากกว่าจำนวนครั้งที่ประชาสัมพันธ์
ลดงบบริหารและไอที ต้องตรวจทั้งต้นทุนและบริการ
ด้านงบประมาณ ทีมเสนอให้กำหนดกรอบงบบริหารสำนักงานไม่เกิน 3% ของรายรับเงินสมทบ จากกรอบเดิม 10% ตามข้อมูลที่ทีมระบุ พร้อมติดตามเงินสมทบที่รัฐบาลค้างชำระ และให้มีรายงานความคืบหน้าการชำระเงิน
ข้อเสนอนี้ต้องตรวจสอบทั้งฐานรายรับ รายการค่าใช้จ่าย และภาระที่จำเป็น โดยต้องแยกกรอบวงเงินออกจากยอดใช้จ่ายจริง เพื่อประเมินว่าจะลดรายจ่ายได้เท่าไรและกระทบการให้บริการหรือไม่
ทีมยังเสนอให้การตั้งงบอุดหนุน เช่น งบอบรมและจัดกิจกรรม เปิดรับฟังความคิดเห็นและเผยแพร่รายงานต่อสาธารณะ ซึ่งจะช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าโครงการมีความจำเป็นและให้ผลคุ้มค่ากับเงินที่ใช้หรือไม่
สำหรับเทคโนโลยี ทีมเสนอปรับกรอบงบไอทีจาก 1,500 ล้านบาทเหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท โดยใช้ความร่วมมือและระบบร่วมกับหน่วยงานภาครัฐให้มากขึ้น แทนการลงทุนระบบเอง
ตัวเลขนี้ยังต้องมีรายละเอียดรองรับว่าครอบคลุมงานและช่วงเวลาใด มีสัญญาหรือภาระผูกพันเดิมเท่าไร และระบบร่วมสามารถรองรับงานประกันสังคมได้เพียงใด
การประหยัดงบต้องพิจารณาควบคู่กับคุณภาพบริการ ความต่อเนื่องของระบบ และความปลอดภัยของข้อมูล เพราะความขัดข้องอาจกระทบทั้งการรับเงินสมทบและการจ่ายสิทธิประโยชน์
หากลดรายจ่ายได้จริง ต้องเปิดเผยด้วยว่าเงินที่ประหยัดได้จะนำไปจัดสรรอย่างไร และช่วยเพิ่มสวัสดิการส่วนใดให้ผู้ประกันตน
เปิดประชุม ตรวจโครงการเสี่ยง ต้องติดตามได้
ด้านการตรวจสอบ ทีมเสนอจัดตั้งอนุกรรมการตรวจสอบโครงการที่มีความเสี่ยงทุจริต ทั้งการลงทุนและไอที พร้อมวางมาตรการป้องกันและส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเมื่อพบหลักฐานความผิด
การตรวจสอบต้องมีขอบเขต หลักเกณฑ์ และกรอบเวลาชัดเจน รวมถึงรายงานผลให้สาธารณะทราบ โดยแยกข้อสงสัยออกจากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้ว
อีกข้อเสนอคือถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ดและอนุกรรมการ พร้อมเปิดเผยมติและบันทึกการประชุม เพื่อให้ผู้ประกันตนติดตามการตัดสินใจได้มากขึ้น
นอกจากการถ่ายทอดสด ควรมีเอกสารประกอบและสรุปมติที่ค้นหาได้สะดวก ระบุผู้รับผิดชอบและความคืบหน้าของแต่ละเรื่อง รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับข้อมูลที่ต้องคุ้มครอง
เมื่อผู้แทนทั้งนายจ้างและผู้ประกันตนมาจากทีมเดียวกัน ความร่วมมืออาจช่วยให้ผลักดันข้อเสนอได้ แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีภาระและผลประโยชน์ที่อาจแตกต่างกัน การเปิดเผยเหตุผลของการตัดสินใจจึงจำเป็นต่อการตรวจสอบว่าผู้แทนทำหน้าที่ตอบโจทย์คนที่เลือกตนเข้ามาอย่างไร
เป้าหมายรัฐสวัสดิการครอบคลุมประชาชนและนโยบายหลายด้าน การปฏิรูปประกันสังคมเป็นส่วนหนึ่งที่บอร์ดสามารถร่วมผลักดันได้ภายในขอบเขตอำนาจของตน
สิ่งที่ผู้ประกันตนควรได้เห็นหลังแผน 7 วันแรกจึงเป็นรายการงานที่เริ่มแล้ว ขั้นตอนที่ต้องดำเนินต่อ และกำหนดเวลารายงานผล เพื่อประเมินได้ว่าข้อเสนอเรื่องบำนาญ สุขภาพ และการบริหารเงินกองทุนคืบหน้าเพียงใด
สำหรับคนจ่ายเงินสมทบ ผลงานของบอร์ดใหม่ต้องตอบให้ได้ว่า สิทธิดีขึ้นอย่างไร บริการสะดวกขึ้นหรือไม่ และเงินกองทุนถูกใช้อย่างคุ้มค่าเพียงใด




