เอสเอ็มอี ไทยวิกฤต! กำไรลดฮวบเหลือ 2% จี้รัฐคุมแพลตฟอร์มต่างชาติใน 6 เดือน หวั่นถูกกลืน สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย (THECA) นำทัพผู้ประกอบการบุกสภาฯ แฉแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่รีดค่า GP พุ่ง 40% ทำกำไร SME ไทยเฉลี่ยเหลือเพียง 2.3% ยื่น 3 ข้อเสนอเร่งด่วน ขีดเส้นตาย 3-6 เดือนต้องเห็นผล ก่อนร้านค้าคนไทยหายสาบสูญจากโลกออนไลน์
วิกฤต เมื่อค่าธรรมเนียม กำไรหดไม่เหลือ
จากการรวบรวมข้อมูลผู้ประกอบการไทยกว่า 500 ราย ในช่วงต้นปี 2569 คุณกุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ นายกสมาคม THECA เปิดเผยสถิติที่น่าตกใจว่า ร้านค้าออนไลน์ของคนไทยต้องเผชิญกับมรสุมค่าธรรมเนียมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ กำไรสุทธิเฉลี่ยเหลือเพียง 2.3% ซึ่งไม่เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงธุรกิจ โดย 5 ปัญหาหลักที่ SME ไทยเจอประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมไร้เพดาน (96%) แพลตฟอร์มปรับขึ้นค่าธรรมเนียมรายไตรมาส บางรายรวมแล้วสูงถึง 22% - 40% ทุนต่างชาติรุกราน เมื่อ 82% ร้านค้าต่างชาติ (โดยเฉพาะจากจีน) เข้ามาขายโดยไร้กำแพงภาษี ไม่ต้องมี มอก. และก๊อปปี้สินค้าไทยมาขายตัดราคา นโยบายคืนของไม่เป็นธรรม 74% ระบบมักตัดสินให้ผู้ซื้อชนะเสมอ แม้จะคืนสินค้าด้วยเหตุผล "เปลี่ยนใจ" ทำให้ร้านค้าต้องแบกค่าส่งเองทั้งไป-กลับ และสินค้ามักเสียหาย บังคับขนส่งและผูกขาด 65% บีบให้ใช้ระบบขนส่งของแพลตฟอร์มเอง และมักมีการคำนวณน้ำหนักสินค้าเกินจริงอย่างมหาศาล Pay to Play 58% หากไม่ซื้อโฆษณาจะถูกปิดกั้นการมองเห็น (Shadow Ban) จนขายไม่ได้
3 ข้อเสนอ "ต้องทำทันที" ต่อรัฐบาล
สมาคมฯ เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐอย่าง กขค., ETDA และกระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการภายใน 3-6 เดือน ด้วยการ กำกับดูแลอย่างเข้มข้น ศึกษาและควบคุมการเก็บค่าธรรมเนียมให้เป็นธรรม เลียนแบบโมเดลความสำเร็จของ อินเดีย จีน และเกาหลีใต้ ตั้งหน่วยงานกลาง จัดตั้งคณะกรรมการร่วม รัฐ-เอกชน-ประชาชน เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่ "ศึกษาแล้วเงียบหาย" นโยบาย Thai First สนับสนุนมาตรการทางภาษีและสิทธิประโยชน์ให้ผู้ค้าที่จดทะเบียนถูกต้องในไทย เพื่อสกัดเม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ
“ภาวุธ” ย้ำ กขค. มีอำนาจในมือ ต้องกล้าใช้!
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการการสื่อสารฯ ระบุว่า ขณะนี้กฎหมายเปิดช่องให้แล้ว โดย ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เรื่องการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์มดิจิทัล มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569
"หน้าที่ของผมคือการผลักดันให้ กขค. ใช้อำนาจที่มีอยู่กำกับดูแลแพลตฟอร์มเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการไทยถูกเอาเปรียบจนอยู่ไม่ได้ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล" นายภาวุธ กล่าวสรุป
หากภายใน 6 เดือนนี้ยังไม่มีมาตรการเยียวยาหรือควบคุมที่ชัดเจน คาดว่าผู้ค้ารายย่อยชาวไทยกว่า 8,000-9,000 ราย ที่กำลังรวมตัวกันเรียกร้องในขณะนี้ อาจจะต้องทยอยปิดตัวลง ทิ้งให้ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยตกอยู่ในกำมือของทุนต่างชาติอย่างสมบูรณ์




