กุ้งราคาตกต่ำ “เกษตรกร จ.ตรัง” ร้องภาครัฐช่วยลดต้นทุนการผลิต พร้อมมีมาตรการควบคุมราคารับซื้ออย่างเป็นธรรม

13 มิ.ย. 2569 - 09:31

  • ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่จังหวัดตรังเดือดร้อนอย่างหนัก เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม

  • วอนช่วยลดต้นทุนการผลิต เช่น ลดค่าการใช้ค่าไฟฟ้า ลดราคาน้ำมันดีเซล จัดหาแผงโซล่าเซลล์มาใช้ในฟาร์ม เพื่อลดค่าพลังงาน เข้าไปดูการซื้อกุ้งให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เลี้ยง ตลอดจนควบคุมราคาปัจจัยการผลิตอื่นๆ

  • ชี้หากภาครัฐไม่เข้ามาช่วยผู้เลี้ยงกุ้งก็จะประสบปัญหาขาดทุนสะสม บางรายต้องชะลอการเลี้ยงหรือเลี้ยงปริมาณลดลง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยช่วยเหลือผู้เลี้ยงกุ้งเป็นรูปธรรม เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องช่วยเหลือตัวเอง

กุ้งราคาตกต่ำ “เกษตรกร จ.ตรัง” ร้องภาครัฐช่วยลดต้นทุนการผลิต พร้อมมีมาตรการควบคุมราคารับซื้ออย่างเป็นธรรม

ปัญหาราคากุ้งตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น กำลังสร้างวิกฤตหนักให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลในจังหวัดตรัง โดยเฉพาะในพื้นที่อ.ย่านตาขาว และอ.กันตัง เกษตรกรจำนวนมากจำเป็นต้องชะลอการเลี้ยงหรือลดจำนวนบ่อลงเนื่องจากขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง จากต้นทุนค่าไฟ ค่าน้ำมัน และอาหารที่สูงขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าว เกษตรกรได้สะท้อนความเดือดร้อนอย่างหนักและเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ “การลดต้นทุนการผลิต” เช่น ลดภาระค่าไฟฟ้า ชดเชยราคาน้ำมันดีเซล สนับสนุนการจัดหาแผงโซล่าเซลล์มาใช้ในฟาร์ม เพื่อลดค่าพลังงาน รวมถึงเข้าไปดูการรับซื้อกุ้งให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เลี้ยง ตลอดจนควบคุมราคาปัจจัยการผลิตอื่นๆ

“หากภาครัฐไม่เข้ามาช่วยผู้เลี้ยงกุ้งก็จะประสบปัญหาขาดทุนสะสม บางรายอาจหยุดเลี้ยง ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยช่วยเหลือผู้เลี้ยงกุ้งเป็นรูปธรรม เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องช่วยเหลือตัวเอง” 

Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo10.jpg
Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo11.jpg

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ตอบโต้ทางการค้า กรณีมาเลเซียประกาศระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ, กุ้งแชบ๊วย, กุ้งขาวแวนนาไม, กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน (มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป) เป็นมาตรการตอบโต้ที่ไทยตรวจสอบเข้มงวด และสกัดกั้นการนำเข้าปลากะพงขาวจากมาเลเซีย หลังตรวจพบสารตกค้าง ซึ่งวิกฤตนี้ทำให้ยอดขายรวมของเกษตรกรหดตัวลง 10% จากยอดผลิตทั้งหมด

เกษตรกรจำเป็นต้องยอมจับกุ้งขายในราคาที่ตกต่ำ แม้จะสูญเสียรายได้ เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงนี้มีฝนตกชุก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาน้ำเปลี่ยนสีหรือ “กุ้งน็อคน้ำ” ตายยกบ่อได้ หากปล่อยทิ้งไว้จะสร้างความเสียหายหนักกว่า ดังนั้นจึงต้องจับกุ้งขายถึงแม้ราคาตกต่ำ ปัญหาดังกล่าวสร้างความไม่มั่นใจในอาชีพให้กับผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนมาก

โดยผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ อ.กันตัง และ อ.ย่านตาขาว ได้สะท้อนปัญหาการเลี้ยงกุ้งทะเลอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงจากหลายปัจจัย

Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo V01.jpg

สมเกียรติ สกุลส่องบุญศิริ เจ้าของบ่อเลี้ยงกุ้ง ต.บางสัก อ.กันตัง เลี้ยงกุ้งมากว่า 30 ปี เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงกุ้งมีต้นทุนที่คงที่ แต่ราคากุ้งกลับผันผวนตลอดเวลา แบบขึ้นน้อยลงเยอะ เกษตรกรอยู่ยากขึ้น เพราะไม่สามารถคุมต้นทุนได้ ค่าพลังงาน ค่าอาหารกุ้ง ที่เป็นต้นทุนหลักราคาปรับขึ้นทุกปี โดยคิดต้นทุนพลังงาน เป็น 30% อาหารกุ้ง 50%  นอกจากนี้ยังมีค่าแรงงาน ค่าพันธุ์กุ้ง แร่ธาตุที่เติมลงบ่อกุ้ง เคมีภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งล้วนมีราคาสูง ทั้งยังมีเรื่องของโรคกุ้งต่างๆ เป็นปัจจัยเสี่ยง

สมเกียรติ กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จ.ตรัง ประมาณ 50% ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังในการตีน้ำเพื่อให้เกิดออกซิเจน 30% ยังใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง สำหรับบ่อที่กระแสไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ที่เหลืออีก 10% กว่า ใช้ก๊าซหุงต้ม LPG เป็นเชื้อเพลิง และเริ่มมีใช้โซล่าเซลล์ แต่ยังไม่เป็นที่นิยมนัก เนื่องจากราคาแพง ไม่คุ้มค่า ดังนั้นต้นทุนแต่ละเจ้า แต่ละบ่อ ไม่เท่ากันเพราะใช้พลังงานไม่เหมือนกัน

“ต้นทุนเลี้ยงกุ้งต่อกิโลกรัมอยู่ที่ 120-150 บาท ขึ้นอยู่กับอายุการเลี้ยงว่าจะเลี้ยงกี่เดือน ส่วนราคากุ้งแต่ละไซส์จะลดหลั่นกัน ซึ่งราคาขายกุ้งไซส์ 60 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาขายหน้าบ่ออยู่ที่ กิโลกรัมละ130 บาท เห็นได้ชัดเจนว่าเกษตรกรขาดทุนเพราะราคาต้นทุนสูงกว่าราคาขายกุ้ง อยากให้ภาครัฐดูแลราคากุ้งให้อยู่ในเกณฑ์ดีกว่านี้ ให้เกษตรกรมีกำไรพอเลี้ยงตัวเองได้ ตลาดจะต้องการกุ้งไซส์ 60-80 ตัวต่อกิโลกรัม” 

“เรื่องการกำหนดราคารับซื้อกุ้ง ส่วนตัวและเกษตรกรรายอื่นยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กำหนด จึงอยากให้ผู้ซื้อ ผู้เลี้ยง และเจ้าหน้าที่รัฐน่าจะกำหนดราคามาตรฐานกุ้งและไซส์ ว่าราคาเท่าไหร่ จะเป็นหลักประกันให้ผู้เลี้ยงกุ้งได้”

สมเกียรติ กล่าวอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตุว่าทุกปีหลังเดือนเมษายน ราคากุ้งมักอ่อนตัว เนื่องจากออเดอร์ต่างประเทศไม่เข้า จะเป็นแบบนี้ 3-4 เดือน หลังจากนั้นราคากุ้งจะไต่ขึ้น เพราะออเดอร์จากต่างประเทศเข้ามาบ้าง มีการรวบรวมสินค้าเพื่อส่งออกจนไปถึงปลายปีและต้นปี ราคากุ้งจะขยับสูงขึ้น

Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo02.jpg
Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo06.jpg

“ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ ส่วนหนึ่งเพราะมาเลเซียไม่รับซื้อ จริงๆ แล้วกระทบไม่เยอะ มาเลเซียรับซื้อจากเราประมาณ 10% ของกำลังผลิตของไทยทั้งหมด ในขณะที่ห้องเย็นรับซื้อปกติ แต่หากไม่มีออเดอร์มาเขาก็ซื้อไปเก็บ ซึ่งมีต้นทุนห้องเย็นจะมีค่าไฟฟ้าในการแช่แข็ง ค่าแรงงาน ค่าดอกเบี้ย ในขณะที่กุ้งขายในประเทศประมาณ 30% อีก 60% เข้าสู่โรงงานแปรรูปอาหารทะเล ห้องเย็นแล้วถูกส่งออกไปยังอเมริกา ยุโรป จีน ซึ่งราคาที่ตกต่ำในช่วงนี้เกษตรกรต้องชะลอการเลี้ยงหรือลดจำนวนการเลี้ยงลง”

โดยปัจจุบันราคาขายกุ้ง หน้าบ่อ ไซส์ 30 ตัวต่อกิโลกรัมอยู่ที่ 180 บาท ไซส์ 21 ตัวต่อกิโลกรัมอยู่ที่ 240 บาท ส่วนไซส์ที่ผลิตได้เยอะและขายได้เยอะจะเป็นไซส์ 50-80 ตัวต่อกิโลกรัม อยู่ที่ 115-130 บาท

Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo01.jpg
Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo07.jpg

“ส่วนตัวมองว่าที่ผ่านรัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลือเกษตรกรคนเลี้ยงกุ้งอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากกลไกราคาเป็นอย่างนี้ทุกปี แต่ปีนี้ถือว่าหนักสุด เพราะเศรษฐกิจภาพรวมทั้งประเทศไม่ดี บวกกับเรื่องออเดอร์ไม่เข้า มาเลเซียหยุดรับซื้อ”

“สำหรับบ่อเลี้ยงกุ้งของตนเองพื้นที่ 2 ไร่ ได้ผลผลิตไร่ละ 1.5 ตัน แต่หากเป็นกุ้งไซส์ใหญ่จะได้ผลผลิตไร่ละ 2 ตัน ซึ่งบ่อของตนเลี้ยงกุ้งไซส์ใหญ่ เพราะต้องการให้ได้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ราคาสูงขึ้น”

Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo03.jpg

สมเกียรติ กล่าวด้วยว่า สำหรับราคาต้นทุนต้นค่าอาหารกุ้ง ปัจจุบันราคา 1,100-1,200 ต่อกระสอบ (25 กก.) ตนเองเลี้ยงกุ้งมาตั้งแต่ปี 2532 ตอนนั้นราคากระสอบละ 500 กว่าบาท ค่าแรงงานเดือนละ 3,000 บาท น้ำมันดีเซลลิตรละ 20 บาท แต่ปัจจุบันค่าแรงงานเดือนละ 10,000 บาทต่อคน ค่าน้ำมันดีเซลลิตรละ 45 บาท อาหารกุ้งกระสอบละ 1,200 บาท นอกจากนี้ยังรายจ่ายจิปาถะอื่นๆ

“ตอนนี้คนเลี้ยงกุ้งจาก 100% ลดลง 40-50% และคาดว่าจะลดลงอีกหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้”

Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo14.jpg

ด้าน นวพรรษ คลังทิพรัตน์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งใน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักจากการเลี้ยง หลังมาเลเซียสั่งงดนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย โดยเฉพาะจากพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เช่น จ.ตรัง พัทลุง และสงขลา ส่งผลทำให้ราคากุ้งหน้าบ่อของเกษตรกรตกลงอย่างต่อเนื่อง

“เกษตรกรที่จับกุ้งขายต้องขาดทุนบ่อละ 1-2 แสนบาท ขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อ ขณะที่ราคากุ้งในตลาดและในห้างสรรพสินค้าราคายังสูง  เช่น  กุ้งขนาด 70 ตัว/กก.หน้าบ่อ กก.ละ 110 บาท ขณะที่ในตลาดราคากก.ละ  180 บาท กุ้งขนาด 60 ตัว/กก. หน้าบ่อ กก.ละ 115 บาท แต่ในตลาด กก.ละ 185 บาท ส่วนกุ้งขนาด 50 ตัว/กก. ราคาหน้าบ่อ กก.ละ 130 บาท แต่ในตลาดราคา กก.ละ 250 บาท” 

“อยากขอให้ภาครัฐเร่งช่วยเหลือเกษตรกรทั้งการประกันราคา และการลดต้นทุน ทั้งค่าอาหาร เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ต่างๆ ค่าน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม ในส่วนค่าไฟควรจะควบคุมค่าไฟหน่วยละไม่เกิน 4 บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ก่อนที่จะต้องเลิกเลี้ยงกันหมด ซึ่งจะส่งผลเสียอย่างมากตามมา” นวพรรษ กล่าว

Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo04.jpg
Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo12.jpg

ขณะที่ นายสัตวแพทย์ (น.สพ.) กิตติชัย วิชยานุรักษ์ ประธานฝ่ายปฏิบัติการ (coo) สารสินฟาร์ม กล่าวว่า สถานการณ์ราคากุ้งตกต่ำอย่างนี้ ผู้เลี้ยงกุ้งจะอยู่ไม่ได้ เพราะจะขาดทุนถึงกิโลกรัมละ 20-30 บาท แต่ละบ่อขาดทุนประมาณ 2 แสนบาท ส่วนการที่มาเลเซียไม่รับซื้อก็กระทบบ้างยังไม่มาก สิ่งสำคัญที่สุดรัฐบาลต้องมาช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงกุ้ง

Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo V02.jpg

“ในการเลี้ยงกุ้งต้นทุนที่ใช้ทุนมากสุด คือ ค่าอาหารกุ้งจะอยู่ที่ 50-60% ค่าพลังงาน 20% พันธุ์กุ้ง 5% ที่เหลือค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากลดทุนค่าอาหารกุ้งได้ จะทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอยู่ได้ เพราะอาหารกระสอบละ 25 กิโลกรัม ราคา 1,100-1,200 บาท หากลดราคาโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มโปรตีนในอาคารมากถึง 50% ใช้โปรตีน 32% กุ้งก็โตไว อัตราแลกเนื้อจะอยู่ที่ 1.5 ประเทศเอกวาดอร์ ก็ใช้โปรตีนในอาหารกุ้ง 32% เท่านั้น”

น.สพ. กิตติชัย ได้เสนอแนวทางกู้วิกฤตอุตสาหกรรมกุ้งไทย โดยมุ่งเน้นที่การ ลดต้นทุนค่าอาหาร ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของผู้เลี้ยง โดยมีกลยุทธ์สำคัญ คือ ลดสัดส่วนโปรตีนในอาหารกุ้ง ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่จะต้องปรับสูตรโดยลดโปรตีนลง เพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบ แต่ฝ่ายวิชาการจะต้องทำการวิจัยทดลองสูตรอาหารกุ้งใหม่ เพื่อให้กุ้งมีอัตราแลกเนื้อ  (FCR) ที่ดีแม้โปรตีนจะลดลง และลดราคาเหลือไม่เกินกระสอบละ 900 บาท เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีกำไรและกลับมาเลี้ยงกุ้งได้อีกครั้ง

“ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตลูกกุ้งก็ได้รับผลกระทบไปด้วยหากราคากุ้งหน้าบ่อถูกลงเช่นนี้ ดังนั้นรัฐบาลหากจะเข้ามาช่วยก็เป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งต่อไปได้อีก ให้เจรจากับผู้ผลิอาหารกุ้งลดราคาอาหารกุ้งลง จะลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันดีเซล หรือกำกับราคารับซื้อกุ้งหน้าบ่อให้ราคาเป็นธรรมได้ยิ่งดี” น.สพ. กิตติชัย กล่าว

Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo13.jpg
Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo05.jpg
Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo09.jpg
Shrimp-prices-plummet-farmers-in-Trang-province-urge-government-assistance-SPACEBAR-Photo08.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์