วุฒิสภา เชิญกรรมการสรรหา กสทช. หารือปม “คุณสมบัติ” ประธาน

5 พ.ค. 2569 - 16:55

  • การเชิญกรรมการสรรหา เพื่อหาข้อสรุปประเด็น ที่เป็นข้อถกเถียงมายาวนาน

  • ข้อสรุปที่จะเกิดขึ้นจะเป็นการขจัดความไม่ชัดเจน สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้องค์กรอิสระ

  • ข้อสรุปต้องรายงานที่ประชุมวุฒิสภาอีกครั้ง และยังไม่น่าจะมีผลไปถึงการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจในกสทช.

วุฒิสภา เชิญกรรมการสรรหา กสทช. หารือปม “คุณสมบัติ” ประธาน

วุฒิสภา เรียกหารือความชัดเจน กรณีคุณสมบัติ สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกสทช. วุฒิสภา เชิญคณะกรรมการสรรหา กสทช. ในวันที่ 8 พ.ค. 2569 เพื่อพิจารณาหนังสือร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติของ ประธาน กสทช. คนปัจจุบัน กระบวนการนี้เพื่อให้คนที่คัดเลือกมา เป็นคนวินิจฉัยเองว่า "สรุปแล้วคุณสมบัติยังครบตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร ”

ทำไมจึงเร่งพิจารณาตอนนี้

กำลังเข้าสู่ช่วงส่งไม้ต่อของ "วุฒิสภาชุดเดิม" วุฒิสภาชุดปัจจุบันกำลังจะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมนี้ (ตามไทม์ไลน์คือวันที่ 10-11 พ.ค.) การเร่งบรรจุวาระในวันที่ 8 พ.ค. จึงเสมือนการ "เคลียร์หน้าตัก" หรือการเผือกร้อนให้จบในยุคของตัวเอง เพราะหากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ สว. ชุดใหม่ที่มาจากการเลือกกันเอง 20 กลุ่มอาชีพ กระบวนการอาจจะล่าช้าออกไปอีกหลายเดือนเนื่องจากต้องรอการรับรองและจัดตั้งคณะกรรมาธิการชุดใหม่

ต้องการ สร้าง "บรรทัดฐาน" ให้กับองค์กรอิสระ กรณีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของ Interpretation (การตีความกฎหมาย) ว่าคณะกรรมการสรรหาที่ทำหน้าที่ "เลือก" เข้ามา มีอำนาจ "วินิจฉัย" ความขาดคุณสมบัติในภายหลังได้เบ็ดเสร็จแค่ไหน  หากผลออกมาว่า "ขาดคุณสมบัติ" จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ว่าคณะกรรมการสรรหาต้องรับผิดชอบต่อ "Post-Selection" (ตรวจสอบหลังเข้ารับตำแหน่ง) ด้วย หรือ หากผลออกมาว่า "ไม่ขาด" ก็จะเป็นการปิดสวิตช์ข้อร้องเรียนจากกลุ่มการเมืองหรือภาคประชาชนได้มีน้ำหนักที่สุด

ปลดล็อก ภายในบอร์ด กสทช. อย่างที่ทราบกันว่าภายในบอร์ด กสทช. มีการแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน (เสียง 4:3) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจนโยบายสำคัญๆ เช่น  การจัดสรรวงโคจรดาวเทียม มาตรการเยียวยาหลังการควบรวมค่ายมือถือ หรือนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลที่มีโทรคมนาคมเป็นแกนหลัก  การชี้ชะตาประธาน กสทช. ในครั้งนี้ จึงเท่ากับการเลือก "ทิศทางอำนาจ" ภายในบอร์ดว่าจะให้เดินหน้าต่อในรูปแบบเดิม หรือจะเกิดการรีเซ็ต (Reset) โครงสร้างใหม่เพื่อลดความขัดแย้ง

สร้างความเชื่อมั่นของ "นักลงทุนและอุตสาหกรรม" อุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องการความนิ่ง (Stability) ประเด็นเรื่องสถานะของประธานที่ยืดเยื้อมานานทำให้การเซ็นคำสั่งหรือการออกระเบียบหลายอย่างมีความเสี่ยงจะถูกฟ้องร้องภายหลัง (Cloud of uncertainty) การใช้กลไกวุฒิสภามายุติเรื่องนี้ จึงเป็นทางออกที่ดู "ศักดิ์สิทธิ์" ที่สุดในทางปกครอง เพื่อให้ภาคธุรกิจมั่นใจว่าประกาศต่างๆ ที่ออกมาหลังจากนี้จะไม่เป็นโมฆะ 

แรงกดดันจาก "ศาลปกครอง" ที่ผ่านมามีคดีความเกี่ยวกับ กสทช. ค้างอยู่ในศาลปกครองจำนวนมาก การที่วุฒิสภาขยับตัวในเชิงนิติบัญญัติ/ตรวจสอบ อาจเป็นการช่วย "คัดกรอง" หรือ "ให้ข้อเท็จจริง" เพิ่มเติมแก่กระบวนการยุติธรรม ทำให้ฝ่ายบริหารไม่ต้องรับภาระในการวินิจฉัยข้อกฎหมายที่ซับซ้อนเพียงลำพัง

การนัดวันที่ 8 พ.ค. นี้ คือการ "ชิงจังหวะก่อนหมดอายุ สว." เพื่อปิดฉากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่าปี และเป็นการลดอุณหภูมิทางการเมืองที่กำลังพุ่งเป้าไปที่ฝ่ายบริหาร โดยผลการพิจารณา จะเสนอเข้าสู่กรรมาธิการวุฒิสภา และที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป โดยคาดว่าจะเป็นข้อยุติประเด็นสงสัยในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ส่วนจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจในกสทช.ได้หรือไม่ ต้องใช้เวลาและขั้นตอนอีกมาก การเปลี่ยนแปลงในองค์กรอิสระแบบ กสทช.มีกฎหมายเป็นแนวทางหลักที่ต้องปฎิบัติ การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญไม่ใช่เรื่องง่าย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์