ความปลอดภัย รถเรียกผ่านแอป การบ้านรัฐต้องสร้างความมั่นใจ

23 ก.พ. 2569 - 19:42

  • จากจำนวนเรื่องร้องเรียน ผู้ขับขี่ ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ ความปออดภัย เป็นเรื่องสำคัญที่แพลตฟอร์มต้องมี

  • กรมการขนส่งทางบก ต้องออกมาตรการ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ว่าสามารถใช้บริการได้อย่างปลอดภัย

  • ระเบียบ และการกำหนดบทลงโทษที่เข้มงวด จะสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับประชาชน

ความปลอดภัย รถเรียกผ่านแอป  การบ้านรัฐต้องสร้างความมั่นใจ

ความปลอดภัย การบ้านที่ กรมการขนส่งทางบกต้องเร่งแก้

จากข่าวดังคนขับรถจากแอปเรียกรถ “บี” ก่อพฤติกรรมทำร้ายร่างกายผู้โดยสารในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบผลสำรวจเผยผู้ใช้บริการเรียกรถผ่านแอปคาดหวังความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อเดินทางในเวลากลางคืน ด้านสภาองค์กรของผู้บริโภค จี้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของระบบการให้บริการ

รายงานของบริษัทวิจัยระดับโลก Statista คาดการณ์ตลาดบริการเรียกรถโดยสารของไทยเติบโตต่อปีประมาณ 2.14% โดยจะมีผู้ใช้บริการสูงถึง 15.16 ล้านคน ภายในปี 2572 ขณะที่มีตัวเลขจากภาคอุตสาหกรรมนี้ ระบุว่าเมื่อปี 2568 มีจำนวนการเดินทางในเขตเมืองหลักมากกว่า 1 ล้านเที่ยวต่อวัน

นอกเหนือจากความสะดวกสบายในการใช้บริการ ที่สอดคล้องกับบริบทสังคมในยุคดิจิทัล อีกเหตุผลที่คนไทยนิยมเรียกรถผ่านแอปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็คือ ความคาดหวังถึงความปลอดภัย จากผลสำรวจ Night-Time Mobility Survey จัดทำโดย IPSOS พบว่า 60% ของผู้ใช้ชาวไทย ใช้บริการเรียกรถผ่านแอป สัปดาห์ละครั้งหรือมากกว่า และกว่า 21% ใช้งานเป็นประจำทุกวัน 

ความคาดหวังต่อบริการแอปเรียกรถ

พบว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้งาน หรือ 30% ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลัก โดย 63% เลือกใช้บริการเมื่อเดินทางตอนกลางคืน หรือเดินทางในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย, 52% ใช้บริการเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าหรือหลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 33% ใช้บริการเมื่อรู้สึกไม่มั่นใจในการใช้บริการขนส่งสาธารณะประเภทอื่น

สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้เผยแพร่บทความระบุว่า แนวโน้มจำนวนผู้ใช้บริการเรียกรถผ่านแอปที่มากขึ้นอาจมาพร้อมปัญหา ถ้าภาครัฐไม่รีบยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของระบบการให้บริการ พร้อมคาดหวังว่า กฎหมาย Ride Sharing หรือเรียกชื่อเต็ม ๆ ว่า ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (DPS) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 จะเข้ามามีบทบาทที่ช่วยให้การเรียกรถผ่านแอปปลอดภัยมากขึ้น 

ภายใต้กฎหมายดังกล่าว จะเปลี่ยนบทบาทให้แพลตฟอร์มไม่ใช่แค่ตัวกลาง แต่มีหน้าที่ในการกำกับและควบคุมการให้บริการเพื่อให้ปลอดภัย โปร่งใส น่า เชื่อถือ และเป็นธรรมกับผู้บริโภครวมถึงไรเดอร์มากขึ้น กำหนดให้แพลตฟอร์มมีหน้าที่ทั้งในด้านการตรวจสอบข้อมูล โดยหนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือ การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพื่อทำใบขับขี่สาธารณะ จัดระบบ แสดงข้อมูลที่จำเป็นให้ผู้บริโภคทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจ รวมถึงการมีช่องทางช่วยเหลือฉุกเฉินและระบบร้องเรียนที่เป็นธรรม

ในส่วนของผู้โดยสาร การมีกฎหมายนี้จะช่วยให้รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เมื่อเกิดปัญหาก็สามารถร้องเรียนได้ และมั่นใจได้ว่าแพลตฟอร์มจะไม่อ้างว่า “ไม่มีอำนาจจัดการคนขับ” ได้อีกต่อไป ถือเป็นการยกระดับบริการเรียกรถผ่านแอปในไทยให้ปลอดภั

มีตัวเลขประมาณการณ์จากนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ปัจจุบันคาดว่าจะมีรถส่วนตัวที่ให้บริการสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันอยู่ที่ประมาณกว่า 200,000 คัน

กรมการขนส่งทางบก “Kick off”  

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. กรมการขนส่งเปิดเผยว่า กรมฯได้เดินหน้ายกระดับการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะ โดยเปิดตัวระบบ "Taxi ดีพร้อม" ภายใต้แอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE ให้ผู้โดยสาร "เดินทางอุ่นใจ ตรวจสอบได้ทุกเส้นทาง" รู้ข้อมูลคนขับทันที พร้อมระบบประเมินความพึงพอใจและคำนวณค่าโดยสาร นำร่องในกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะติดครบภายในมิถุนายน 2569

กรมการขนส่งทางบก ได้เปิดตัวโครงการ “Taxi ดีพร้อม” ซึ่งเป็นระบบยืนยันตัวตนและร้องเรียนแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE หัวใจสำคัญของระบบ Taxi ดีพร้อม คือการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ โดยระบบจะทำงานควบคู่กันระหว่าง "ผู้ขับขี่" และ "ผู้โดยสาร" ผ่านการติดสติ๊กเกอร์ QR Code รูปแบบใหม่ นำร่องในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีรถแท็กซี่จดทะเบียนสะสมจำนวน 78,894 คัน ปัจจุบันมีแท็กซี่ติดสติ๊กเกอร์แล้ว 8,132 คัน และมีผู้ขับรถใช้งานแอปพลิเคชัน 3,620 คน โดยคาดว่าจะติดตั้งและใช้งานอย่างครบถ้วนภายในเดือนมิถุนายน 2569

อธิบดีฯกล่าวว่า สติ๊กเกอร์ QR Code จะแบ่งเป็น 3 สี คือ สีม่วง สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ ยืนยันตัวตนก่อนขับรถจะติดบริเวณ มุมขวาบนของกระจกฝั่งผู้ขับรถ สีน้ำเงิน สำหรับผู้โดยสารรถแท็กซี่ ใช้ตรวจสอบข้อมูลรถและผู้ขับขี่ คำนวณค่าโดยสารเบื้องต้น ประเมินความพึงพอใจและร้องเรียน ติดบริเวณ กระจกหน้าต่างรถฝั่งผู้โดยสารด้านหลัง และสีแดง สำหรับผู้โดยสารรถแท็กซี่ ใช้ร้องเรียนพฤติกรรมการขับขี่และการให้บริการ เช่นปฏิเสธผู้โดยสาร เก็บค่าโดยสารเกิน เป็นต้น  ติดอยู่บริเวณกระจกหน้าต่างภายนอกรถแท็กซี่ โดยประชาชนผู้ใช้บริการรถแท็กซี่สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE เมื่อใช้บริการแท็กซี่ สามารถสแกน QR Code ที่ติดอยู่บริเวณกระจกหน้าต่างรถ (ทั้งภายนอกและภายใน) เพื่อตรวจสอบข้อมูลรถและผู้ขับขี่ ระบบจะแสดงภาพถ่ายคนขับ, ชื่อ-สกุล, ข้อมูลรถ, วันสิ้นอายุภาษี และสถานะใบอนุญาตขับรถ

“ทำให้ทราบทันทีว่าเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่  สามารถคำนวณค่าโดยสารเบื้องต้น ประเมินความพึงพอใจและร้องเรียนพฤติกรรมผู้ขับขี่ได้ทันทีแบบเรียลไทม์ หากพบปัญหา เช่น ขับรถประมาท หรือวาจาไม่สุภาพ ข้อมูลจะถูกส่งตรงเข้าสู่ระบบของกรมการขนส่งทางบก สำหรับผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ต้องยืนยันตัวตนคนขับจริง (Driver Identity) โดยผู้ขับขี่ต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE และทำการสแกน QR Code ประจำรถ เพื่อเริ่มขับรถก่อนให้บริการ เพื่อยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ขับขี่ในช่วงเวลานั้นจริง และระบบจะมีการแจ้งเตือนให้ยืนยันตัวตนทุกๆ 4 ชั่วโมง ”

โดยกรมขนส่งฯระบุว่า ได้ขอให้ผู้ประกอบการ สหกรณ์แท็กซี่ และคนขับรถแท็กซี่ติดสติ๊กเกอร์ QR Code ตามโครงการ Taxi ดีพร้อม ลงทะเบียน และยืนยันตัวตนก่อนขับรถ หากพบว่า แกะหรือไม่ติดสติ๊กเกอร์เครื่องหมาย QR code ถือเป็นการไม่แสดงเครื่องหมายตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด มีโทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และหากไม่ลงทะเบียน หรือสแกนเพื่อยืนยันตัวตนก่อนขับรถ มีความผิดตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ให้แอปพลิเคชัน “DLT GPS-NOTICE” ในเครื่องสื่อสารซึ่งมีระบบหรือ เทคโนโลยีติดตามรถสามารถใช้แทนเครื่องบันทึกข้อมูล การเดินทางของรถสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ไม่เกินเจ็ดคนได้ พ.ศ. 2568 ฐานไม่บันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ หรือไม่ส่งข้อมูลตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ซึ่งมีโทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท

“ระบบ Taxi ดีพร้อม” บนแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE ผู้โดยสารจะได้รับความคุ้มครองและรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่เดินทาง เพราะสามารถตรวจสอบตัวตนคนขับได้จริง อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการและคนขับรถแท็กซี่รักษาคุณภาพการให้บริการเพื่อได้รับคะแนนประเมินที่ดีจากผู้โดยสาร โดยกรมการขนส่งทางบกขอเชิญชวนประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE ได้แล้ววันนี้ ทั้งในระบบ iOS และ Android เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ให้แท็กซี่ไทย ปลอดภัย น่าใช้บริการ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์